ชาวชัยนาทยอมเสี่ยง เติมน้ำมัน E20 ที่ปรับลดราคาลง ด้าน โคราช ไม่คึกคัก โอดชนิดที่ใช้ประจำไม่ลด วอนรัฐบาลอยากช่วนปชช.จริง ลดกลุ่มที่ปชช.ส่วนใหญ่ใช้จริงดีกว่า
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 จากที่มีการปรับลดภาษีเฉพาะน้ำมัน E20 และ B20 ที่มีส่วนผสมของเอทานอลและน้ำมันปาล์ม เพื่อสร้าง “ความแตกต่างทางด้านราคา” ระหว่างน้ำมันดีเซลนำเข้าล้วน กับน้ำมันที่ผสมพลังงานชีวภาพ จูงใจให้ผู้บริโภคหันมาใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น โดยมีผลให้น้ำมัน E20 ลดลงมา 2.19 บาทต่อลิตร และ B20 ลดลงมา 3.69 บาทต่อลิตร นั้น

ล่าสุด ทีมข่าวของเรา ลงพื้นที่สถานีบริการน้ำมันบริเมณ 4 แยกแขวงการทางชัยนาท ในตัวเทศบาลเมืองชัยนาท ซึ่งพบว่าตั้งแต่เช้าเป็นต้นมามีประชาชนที่เดินทางไปทำงานหรือทำธุระนอกบ้านได้ทยอยมาเติมน้ำมันในกลุ่มที่มีการปรับลดราคาโดยเฉพาะ E20 ที่ประชาชนผู้ใช้รถจักรยานยนต์และรถยนต์เก๋งเข้ามาใช้บริการและหันมาเลือกเติมกันมากขึ้นด้วยเหตุผลด้านส่วนต่างราคาที่มองว่าช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายลดค่าครองชะลงได้มาก โดยรายใหม่ที่เริ่มทดลงเติมน้ำมัน E20 ก็มองว่าถ้าเติมแล้วรถมีความผิดปกติก็กลับมาเติมเบนซินปกติได้ ไม่น่ามีอะไรเสียหาย แต่ถ้าเติมแล้วรถใช้งานได้ดีปกติดก็ตะเติมต่อไปเรื่อยๆ เพราะระยะยาวเงินส่วนต่างย่อมมีมากขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนบางกลุ่มที่ยังลังเลก็บอกว่าตามความเคยชินที่ใช้น้ำมันชนิดอื่นที่ไม่มีส่วนผสมของเอทานอลมานาน ก็ยังไม่กล้าที่จะทดลองเติมน้ำมันทั้ง 2 เบอร์ เพราะไม่มั่นใจจึงขอรอดุผลกระทบหรือผลการใช้งานของคนอื่นไปสักระยะเพื่อความมั่นใจว่ารถจะไม่มีปัญหาจากการเติมน้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอลจริงๆ

ขณะที่บรรยากาศการออกมาเติมน้ำมันของประชาชนภายในปั๊มน้ำมันในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา หลังจากมีการประกาศปรับลดราคาน้ำมัน 2 ชนิด ได้แก่ E20 และ B20 ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ประชาชนออกมาเติมน้ำมันไม่ค่อยคึกคักมากนัก แม้จะมีการประกาศลดราคาน้ำมันก็ตาม โดยคาดว่า สาเหตุน่าจะมาจากราคาน้ำมันที่มีการปรับลดนั้น ไม่ใช่น้ำมันชนิดที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการมาเติมใส่รถแลเครื่องยนต์

จากการสอบถาม นายนรานนท์ (สงวนนามสกุล) คนขับรถตู้รับส่งนักเรียน บอกว่า “ตอนทราบเรื่องการปรับลดราคาน้ำมันลงแล้ว แต่คิดว่าราคาน้ำมันที่ลงนั้น เป็นกลุ่มน้ำมันที่คนทั่วไปไม่ได้ใช้ โดยเฉพาะรถรับจ้าง รถบรรทุก เนื่องจากรถกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะใช้น้ำมันดีเซล หรือแก๊สโซฮอลล์ ซึ่งน้ำมันกลุ่มนี้ยังไม่ได้ลดราคาลง ตนจึงมองว่า รัฐบาลและคณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เหมือนไม่ได้ตั้งใจที่จะดูแลประชาชน เพราะถ้าตั้งใจจะดูแลประชาชนจริงๆ ควรจะต้องลดราคาน้ำมันในกลุ่มที่ประชาชนส่วนใหญ่ใช้กัน ตนคิดว่า เป็นแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุด ซึ่งถ้ารัฐบาลสามารถลดราคาน้ำมันในกลุ่มที่ประชาชนส่วนใหญ่ใช้กัน ก็จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพลงได้ เพราะทุกวันนี้น้ำมันถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตประจำวัน จึงอยากฝากไปถึงรัฐบาลว่า ถ้าอยากจะลดราคาน้ำมันจริงๆ ควรลดราคาน้ำมันในกลุ่มที่ประชาชนทั่วไปได้ใช้ เพราะจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนในช่วงที่ค่าครองชีพปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นได้




