หน้าแรก ภูมิภาค ชาวปราจีนฯ ล่...

ชาวปราจีนฯ ล่าชื่อ 3 หมื่นคน บุก ทส.จี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษ 4 พ.ย.

31.10.26 | 17:05 น.

ชาวปราจีนฯ ล่าชื่อ 3 หมื่นคน บุก ทส.จี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษ 4 พ.ย. ชาวบ้านเจอสารโลหะหนักในร่างกาย 73 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีวิกฤตสิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำปราจีนบุรีลุกลามถึงขีดสุด หลังกระแสน้ำหลากและภาวะน้ำลดช่วงปลายเดือนกันยายน ชะล้างกากสารเคมีและของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมทะลักลงสู่ลำน้ำสายหลัก ส่งผลให้ปลาในกระชังและบ่อเลี้ยงของเกษตรกรในอ.ศรีมหาโพธิ อ.เมือง และอ.บ้านสร้าง ปลาน็อคตายยกกระชังสร้างความเสียหายหลายร้อยล้านบาท ซ้ำร้ายผลตรวจร่างกายชาวบ้านยังพบสารพิษผิดปกติถึง 73 ราย


เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม เครือข่ายรักษ์ปราจีนบุรี พร้อมด้วยตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาและประชาชนผู้เดือดร้อนกว่า 100 คน ได้นัดประชุมด่วน ที่วัดหาดสะแก อ.เมืองปราจีนบุรี เพื่อสรุปสถานการณ์และจัดทำแผนฟื้นฟูอาชีพ พร้อมประกาศระดมรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบจาก 5 อำเภอ ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์รวมมากกว่า 30,000 รายชื่อ ร่วมกับทุกกลุ่มเดือดร้อน โดยกำหนดดีเดย์ในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ จะเดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อกดดันให้ใช้อำนาจตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ประกาศให้พื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรีและลำน้ำสาขาเป็น “เขตควบคุมมลพิษ” อย่างเป็นทางการ

ด้านตัวแทนเกษตรกรอย่าง นายมนตี คำรอด เปิดเผยว่า เกษตรกรต้องแบกรับภาระหนี้สินก้อนโต แต่กลับได้รับการเยียวยาภัยพิบัติเพียง 390 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเสียหายจริงที่สูงถึงกระชังละนับแสนบาท

นายภารดร ภาษิต หรือ เบียร์ ปลาการ์ชัง เกษตรกรในอำเภอเมือง ที่ระบุว่าปลาทับทิมและปลานิลซึ่งเตรียมจับขายในช่วงปีใหม่น็อคตายเกลี้ยง 4 กระชัง สูญเงินกว่า 5 แสนบาท พร้อมชี้ว่าปัญหาดังกล่าวมีต้นตอจากการขาดการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมต้นน้ำในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรีและอำเภอศรีมหาโพธิอย่างจริงจัง

Advertisement

นางบุษบงค์ ชาวกัณหา ตัวแทนเครือข่ายฯ ระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมีความซับซ้อนเกินกว่าท้องถิ่นจะรับมือได้และต้องอาศัยการแก้ไขเชิงโครงสร้าง โดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ยืนยันความวิกฤต ทั้งกรณีน้ำท่วมชะล้างบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมในตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จนตรวจพบสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนสูงลิ่วถึง 114,860 มิลลิกรัมต่อลิตร

“ขณะที่ผลตรวจปัสสาวะของชาวบ้านในต.โคกปีบ อ.ศรีมโหสถ พบสารโลหะหนักในร่างกายผิดปกติถึง 73 ราย มีอาการแน่นหน้าอกและหายใจลำบาก นอกจากนี้ยังพบการปนเปื้อนของสารอะลูมิเนียมในแม่น้ำปราจีนบุรีสูงถึง 3.547 มิลลิกรัมต่อลิตร เสี่ยงสะสมในห่วงโซ่อาหารและกระทบพืชเศรษฐกิจชื่อดังอย่างทุเรียนปราจีนบุรี อีกทั้งยังพบปัญหาการซอยขนาดโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมในตำบลลาดตะเคียนเพื่อเลี่ยงการทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่ต้องประสบปัญหาน้ำประปาเปลี่ยนสีและมีกลิ่นเหม็นจนต้องควักกระเป๋าซื้อน้ำดื่มเอง” นางบุษบงค์ กล่าว

ทั้งนี้ ทางเครือข่ายฯ ได้เสนอแนวทางแก้ไขในหลายระยะ พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจลงพื้นที่สำรวจแหล่งกำเนิดมลพิษ ประเมินขีดความสามารถในการรองรับมลพิษ และบังคับใช้หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่ายเพื่อให้โรงงานต้นเหตุรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูธรรมชาติทั้งหมด

นางสิริพร หรือป้าอ้วน วัย 77 ปี ชาวบ้านหาดสะแก กล่าวว่า แม้ในอดีตพื้นที่น้ำจะท่วมทุกปีแต่ไม่เคยมีความผิดปกติรุนแรงเช่นนี้ แต่วิกฤตครั้งนี้กลับช่วยเปิดโปงมลพิษที่ถูกซุกไว้ใต้พรมมานานนับสิบปีจากความอ่อนแอและการตรวจสอบที่ไม่จริงจังของภาครัฐ ชาวบ้านจึงฝากความหวังให้ผู้มีอำนาจเร่งเข้ามาสะสางปัญหาระบบนิเวศก่อนที่ทรัพยากรธรรมชาติจะถูกทำลายจนไม่สามารถฟื้นฟูได้