หน้าแรก ภูมิภาค สภาอุตฯ ตราด ...

สภาอุตฯ ตราด หนุนทางพิเศษเชื่อมเกาะช้าง รถ 4 ล้อ 340 บาทต่อเที่ยว ชี้คุ้มค่าเมื่อเทียบค่าเรือเฟอร์รี่ในอนาคต

3.11.26 | 14:35 น.

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เผยผลการศึกษาอัตราค่าผ่านทางโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะช้าง เคาะราคาเริ่มต้นรถจักรยานยนต์ 90 บาท ส่วนรถยนต์ 4 ล้ออยู่ที่ 340 บาทต่อเที่ยว  คาดการณ์เปิดให้บริการภายในปี 2578 สภาอุตฯ ตราด ชี้คุ้มค่าเมื่อเทียบค่าเรือเฟอร์รี่ในอนาคต 

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน จากการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะช้าง จังหวัดตราด ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ระบุว่า กทพ. ได้สรุปผลการศึกษาความเหมาะสมด้านอัตราค่าผ่านทาง ซึ่งพิจารณาเปรียบเทียบจากค่าโดยสารคมนาคมขนส่งในปัจจุบันร่วมกับการสำรวจความคิดเห็นของผู้เดินทาง โดยกำหนดรูปแบบการจัดเก็บค่าผ่านทางแบบอัตราเดียว (Flat Rate) บริเวณด่านเก็บเงินฝั่งอำเภอแหลมงอบ รองรับการชำระเงินทั้งระบบเงินสดและอิเล็กทรอนิกส์
สำหรับอัตราค่าผ่านทางเบื้องต้นในปีแรกที่เปิดให้บริการ แบ่งตามประเภทยานพาหนะ ดังนี้


-คนเดินเท้า: ไม่คิดค่าผ่านทาง (ฟรี)
-รถจักรยานยนต์: 90 บาท/เที่ยว
-รถยนต์ 4 ล้อ: 340 บาท/เที่ยว (ไป-กลับ 680 บาท)
-รถยนต์ 6–10 ล้อ: 680 บาท/เที่ยว
-รถขนาดใหญ่มากกว่า 10 ล้อ: 1,020 บาท/เที่ยว

สำหรับโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะช้าง มีระยะทางรวม 5.90 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นที่บ้านธรรมชาติล่าง ตำบลคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ เชื่อมต่อไปยังบ้านด่านใหม่ ตำบลเกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด ใช้มูลค่าลงทุนและค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 18,761.95 ล้านบาท

นายสุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด ขานรับผลศึกษาอัตราค่าผ่านทางสะพานเชื่อมเกาะช้าง รถยนต์ 340 บาท และรถจักรยานยนต์ 90 บาทต่อเที่ยว ชี้เป็นราคาที่สมเหตุสมผลและมีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับอัตราค่าเรือเฟอร์รี่ในอีก 10 ปีข้างหน้า มั่นใจช่วยแก้ปัญหาเดินทางล่าช้าและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้จังหวัดตราด

Advertisement

นายสุทธิลักษณ์ เปิดเผยถึงประเด็นข้อถกเถียงเรื่องอัตราค่าผ่านทางโครงการก่อสร้างทางเชื่อมข้ามไปเกาะช้าง (สะพานข้ามเกาะช้าง) ซึ่งผ่านการศึกษาความเหมาะสมและมีการกำหนดอัตราค่าผ่านทางเบื้องต้น โดยรถยนต์มีอัตรา 340 บาทต่อเที่ยว (เดินทางไป-กลับประมาณ 680 บาท) และรถจักรยานยนต์ 90 บาทต่อเที่ยว ว่า ในมุมมองของภาคเอกชนและนักธุรกิจในพื้นที่มองว่าเป็นอัตราที่รับได้และมีความเหมาะสม

นายสุทธิลักษณ์ ระบุว่า หากพิจารณาในแง่ของต้นทุนการเดินทางในปัจจุบัน การนำรถยนต์ข้ามฝั่งด้วยเรือเฟอร์รี่มีค่าใช้จ่ายรวมค่าโดยสารไป-กลับอยู่ที่ราว 500–600 บาทอยู่แล้ว ประกอบกับโครงการสะพานดังกล่าวกำหนดแล้วเสร็จในอีกราว 10 ปีข้างหน้า (ปี 2578) ซึ่งในอนาคตราคาค่าบริการเรือเฟอร์รี่หรือต้นทุนการเดินทางย่อมปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจและอาจพุ่งทะยานไปถึงหลักพันบาท ดังนั้น การกำหนดค่าผ่านทางสะพานในระดับราคาดังกล่าวจึงไม่ได้สูงจนเกินไปเมื่อแลกกับความสะดวกรวดเร็ว

“มีคนมาสอบถามผมเยอะว่าอัตรา 500-600 บาทต่อเที่ยวในอนาคตนั้นแพงไปหรือไม่ ผมมักจะย้อนถามกลับว่า วันนี้เราก็จ่ายค่าเรือเฟอร์รี่ในราคาใกล้เคียงกันนี้อยู่แล้ว และราคาที่พูดถึงนี้คือการมองไปในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นค่าเรือเฟอร์รี่ย่อมแพงกว่านี้แน่นอน ดังนั้น การจ่ายค่าผ่านทางสะพานจึงมีความคุ้มค่ากว่ามากในแง่ของเวลาและความสะดวก” นายสุทธิลักษณ์ กล่าว

นายสุทธิลักษณ์ ย้ำว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดของการท่องเที่ยวเกาะช้างในปัจจุบันคือ “คอขวด” ด้านการเดินทาง ที่นักท่องเที่ยวต้องเสียเวลาต่อคิวและรอรอนานหลายชั่วโมงบนเรือเฟอร์รี่ จนทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากเปลี่ยนใจเดินทางไปเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงแทน ดังนั้น การเกิดขึ้นของสะพานข้ามเกาะช้าง นอกจากจะช่วยร่นระยะเวลาและอำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามเกาะตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว ยังเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกโฉมการท่องเที่ยวจังหวัดตราด ดึงดูดนักลงทุนและเม็ดเงินจากภายนอกเข้ามาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ตามมา เช่น โรงพยาบาลเอกชนรองรับกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม และการขยายเส้นทางคมนาคม ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของจังหวัดตราดอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ทั้งนี้ กทพ. คาดการณ์ว่าเมื่อเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2578 จะมีปริมาณการจราจรเริ่มต้นราว 3,186 คันต่อวัน และจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 8,978 คันต่อวัน ในปี พ.ศ. 2607 อย่างไรก็ตาม อัตราค่าผ่านทางดังกล่าวยังเป็นเพียงผลสรุปจากการศึกษาความเหมาะสม ซึ่งต้องรอการพิจารณาอนุมัติและประกาศจัดเก็บอย่างเป็นทางการในขั้นตอนต่อไป และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้เชิญผู้สนใจเข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่3(สรุปผลการศึกษา)งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะช้าง จังหวัดตราดระหว่างวันที่12-13 พ.ย 69 จำนวน 2 เวที ดังนี้ คือ วันพฤหัสบดีที่ 12 พ.ย 69 (ฝั่งจ.ตราด) และเวที1 เวลา 08.30– 12.00 น. ณโรงแรมตราดซิตี้ อ.เมืองตราด จ.ตราด วันศุกร์ที่ 13 พ.ย 69 (ฝั่งอ.เกาะช้าง) เวที2 เวลา 08.30–12.00 น. ณ โรงแรมอัยยะปุระ เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด