โดนแล้ว!ตร.ฟันหมอนวด 3 ข้อหาฐาน “ไม่มีใบอนุญาต” เจ้าตัวรับผิดบอกยื่นเรื่องมาตลอดติดที่กฎกระทรวง

อำเภอเมืองชลบุรีลงพื้นที่ตรวจสอบร้านนวดพร้อมดำเนินคดี 3 ข้อหา โทษหนักถึงจับคุก หมอนวดยอมรับทุกข้อหา เผยพยายามทำตามระเบียบ และติดต่อกับทางสาธารณสุขอำเภอเมืองชลบุรีตลอด ล่าสุดจะไปขึ้นทะเบียนแต่รับแจ้งทางไลน์ให้มาขออนุญาตในเดือนกรกฎาคม เพราะติดกฎกระทรวง แต่มาเกิดเหตุเสียก่อน

ความคืบหน้ากรณีที่นางพิมพ์ญาณี ธัญวงศ์สกุล อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60/14 หมู่ 4 ซอยชลรัตน์ ต.ห้วยกะปิ อ.เมือง จ.ชลบุรี มีอาการเส้นพลิกที่บริเวณขา จึงได้เดินทางไปนวดและจับเส้นที่ร้านอู๊ดดี๊แนนเม้ง นวดแผนไทยตั้งอยู่ที่ 42/61 หมู่ 2 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งมีนายณธนาภพ กล้าชิงชัย อายุ 50 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ เป็นเจ้าของ ขณะที่นวดทำให้บริเวณขาขวาของนางพิมพ์ญาณี จนต้องแจ้ง 1669 ส่งรถโรงพยาบาลมารับตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรีและจากตรวจสอบของแพทย์พบว่ากระดูกขาขวาหัก จึงได้ทำการถ่วงทรายไม่ให้กระดูกเกยกัน หลังจากนั้นจะทำการผ่าตัดอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 17 กรกฎาคม

นอกจากนี้ น.ส.ศรัญญา ธัญวงศ์สกุล อายุ 25 ปีลูกสาวของนางพิมพ์ญาณีได้มาลงบันทึกประจำวัน เพื่อเป็นหลักฐานให้ นายณธนาภพคนนวดมารับผิดชอบเกี่ยวกับกรณีที่นวดจนทำให้ขาหักดังกล่าว ที่สำคัญเมื่อนางพิมพ์ญาณีขาหักแล้ว ปรากฏว่าหมอนวดไม่มาเยี่ยมเยือน เสมือนว่าจะไม่รับผิดชอบ จึงได้มีการร้องเรียนกับสื่อมวลชนเพื่อขอความเป็นธรรม โดยทางนายณธนาภพอ้างว่ามีลูกค้าเยอะไม่สามารถไปเยี่ยมดูอาการได้ อย่างไรก็ตามไม่รู้ว่าผู้ถูกนวดเป็นโรคกระดูกพรุน หากรู้คงไม่นวดเพราะนวดไม่ได้ ส่วนการเก็บเงิน 700 บาทนั้นเป็นค่าครู (อ่าน หมอนวดป้าขาหักพ้อ ถ้ารู้ว่ากระดูกพรุนจะไม่นวด ยันพร้อมชดใช้ เตรียมจำนำจยย.จ่ายค่าผ่าตัด) 

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 14 กรกฎาคม ที่ สภ.เสม็ด พ.ต.ท.ชนะทัต นวคุณรักษี รอง ผกก.ปป.สภ.เสม็ด ได้มีการประชุมเกี่ยวกับกรณีที่หมอนวดแผนไทยได้มีการนวดลูกค้าจนทำให้ขาหัก โดยมีนายประยูร วัฒน์ศิริบรรจง ปลัดอำเภอเมืองชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ ต.เสม็ด เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาข้อกฎหมาย และการเตรียมการตรวจสถานบริการนวดแผนไทย โดยมีการสอบถาม พ.ต.ท.ตรีเพชร ชลชีวศรานนท์ เป็นเจ้าของคดี เกี่ยวกับการแจ้งความดำเนินคดี ได้รับการยืนยันว่า น.ส.ศรัญญาลูกสาวของนางพิมพ์ญาณีได้มาลงบันทึกประจำวัน เพื่อแจ้งว่ามีเหตุเกิดขึ้น เพื่อเตรียมไว้เรียกร้องค่าเสียหาย และได้เรียกตัวนายณธนาภพมาแจ้งให้ทราบแล้ว นอกจากนี้ยังไม่การตรวจกฎ ระเบียบ และข้อกฎหมายในเรื่องของการดำเนินคดีกับนายณธนาภพ ในฐานะเจ้าของร้านอู๊ดดี๊แนนเม้ง นวดแผนไทย และในฐานะผู้นวดด้วย

หลังจากนั้น พ.ต.ท.ชนะทัต นวคุณรักษี รอง ผกก.ปป.สภ.เสม็ด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้เดินทางไปที่ร้านอู๊ดดี๊แนนเม้ง เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับสถานที่นวดดังกล่าว หลังจากนั้นได้แจ้งข้อหาให้ทราบว่ามีความผิดทั้งหมด 3 ข้อหาคือ ประกอบกิจการสถานประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งไม่ได้รับอนุญาตประกอบการซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดสถานบริการ ที่สุดคัญข้อหาที่หนักที่สุดคือ ไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดสถานบริการ มีโทษจำคุก 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หลังจากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัวนายณธนาภพไปดำเนินคดีต่อไป ส่วนวงเงินประกันตัวตำรวจตั้งไว้ 30,000 บาท

นายณธนาภพ กล้าชิงชัย หมอนวดกล่าวว่า ตนได้เปิดสถานประกอบการมานานประมาณ 12-13 ปีแล้ว และได้พยายามเข้าร่วมประชุมกับอำเภอเมืองชลบุรีตลอดที่เกี่ยวกับสถานบริการนวดแผนโบราณ และกำลังจะขออนุญาตเปิดสถานบริการ ซึ่งได้มีการส่งข่าวความคืบหน้าทางไลน์มาตลอด ที่ยังไม่ได้จดเนื่องจากได้มีการแจ้งว่ายังมีปัญหาในเรื่องกฎกระทรวง จนกระทั่งจะให้มีการขออนุญาตสถานประกอบการนวดในเดือนกรกฎาคมนี้ ตนก็กำลังเตรียมเอกสารจะไปจดทะเบียนขออนุญาตแต่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นเสียก่อน

“ผมยอมรับทุกข้อกล่าวหา ส่วนการนวดนั้นจนทำให้ขาหักนั้น ยอมรับจริงๆว่าไม่รู้ว่าเป็นโรคกระดูกพรุน หากรู้คงไม่กล้านวด ลูกค้ามาบอกแต่เพียงว่าเส้นพลิกนวดให้หน่อย และยังบอกว่าป่วยเป็นมะเร็งและให้คีโมมาแล้วเท่านั้น จึงได้นวดให้ อย่างไรก็ตามพร้อมที่จะรับผิดชอบทุกอย่าง” นายณธนาภพกล่าว

ทางด้าน น.ส.ศรัญญา ธัญวงศ์สกุล ลูกสาวผู้เสียหายกล่าวว่า การที่ไปบอกสื่อมวลชนนั้น ความจริงไม่อยากเรียกร้องอะไรมาก แต่อยากให้มาเยียวยาจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น ที่สำคัญคนขาหักนั้นจะเดินไม่ได้เป็นเดือนๆ ทั้งที่แม่ไปขายโรตีที่บริเวณตลาดหน้าอำเภอเมืองชลบุรีทุกวัน มีรายได้รวมทุนวันละ 2,000 บาท ก็ไม่สามารถทำงานได้ ขาดรายได้มาเลี้ยงครอบครัว แต่หมอนวดอ้างแต่เพียงว่าจะจำนำรถจักรยานยนต์แล้วเอาไม่ให้ ขาดเหลือก็ผ่อนต่อไปอย่างนี้รับไม่ได้ เพราะแม่ทำงานไม่ได้ แต่หมอนวดยังหาเงินได้ทุกวัน

“ส่วนกรณีที่บอกว่าแม่หนูกระดูกพรุน ซึ่งก่อนที่จะไปรักษากับหมดนวด หนูนวดแม่มานานประมาณอาทิตย์กว่าไม่เช่นนั้นคงหักคามือหนูไปแล้ว แม่เป็นโรคมะเร็งที่เต้านม ไม่ใช่ที่ขา ส่วนค่ารักษาพยาบาลนั้นขณะนี้ยังสรุปไม่ได้ เนื่องจากจะต้องใช้เหล็กพิเศษในการดาม คาดว่าจะมีส่วนต่างอยู่มากเหมือนกัน ความจริงอยากจะให้รับผิดชอบให้สมเหตุสมผลเท่านั้นก็พอแล้ว” น.ส.ศรัญญากล่าว

ทางด้านนายแพทย์ภราดร กุลเกลี้ยง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี กล่าวถึงกรณีที่ป่วยเป็นมะเร็งและรับคีโมแล้วมานวดว่า กรณีที่ผู้ป่วยเป็นมะเร็งหากรักษาด้วยเคมีบำบัด จะต้องระมัดระวังในการนวด เนื่องจากเซลล์มะเร็งมักจะกระจายเข้าทำลายมูลกระดูก จะทำให้เปราะบางและหักง่าย จึงควรปรึกษาแพทย์ และผู้นวดก็ควรให้ความสนใจในการซักอาการของผู้ที่จะมาทำการนวดด้วย ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาเหมือนที่เป็นข่าว

พ.ต.ท.วุฒินันท์ นามแสง สารวัตรสอบสวน สภ.เสม็ดกล่าวว่า ความผิดของนายณธนาภพนั้น จากองค์ประกอบความผิดจะเข้าไปในเรื่องของเหตุสุดวิสัย ซึ่งเป็นความผิดในทางแพ่งจะต้องไปเรียกร้องในเรื่องของค่าเสียหายมากกว่า ส่วนจะเข้าความผิดประมาทตำรวจจะต้องสืบให้ได้ว่าช่วงขณะนวดแล้วมีการร้องเตือนว่าเจ็บ แล้วหมอนวดยังนวดต่อจนทำให้กระดูกหักถือว่าเป็นความผิดประมาท เรื่องนี้ตำรวจจึงไม่ได้แจ้งข้อหาความผิดทางอาญา คงจะมีความผิดเกี่ยวกับเรื่องของการขออนุญาตสถานประกอบการ หรือใบอนุญาตประกอบการนวดมากกว่า

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ระดม ตร.ลุยค้นทั่วกระบี่-ล่า”แก๊งตีกิน”มีสีนอกแถว ต้องสงสัยฆ่า 8 ศพ(คลิป)
บทความถัดไปพลังมวลชนฉวาง เดินประท้วงร้านขายยา จี้เลิกขายยาแก้ไอให้วัยรุ่นทำ 4 คูณ 100