หน้าแรก ภูมิภาค ‘พระสงฆ...

‘พระสงฆ์ไทย’ยันหญิงในภาพเป็นเชื้อสายราชวงศ์กัมพูชาจริง

30.05.18 | 17:14 น.

จากกรณี เฟซบุ๊ก สถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ออกประกาศแจ้งให้ประชาชนทราบว่า ขณะนี้มีข่าวเท็จที่แพร่สะพัดในหมู่ชาวกัมพูชาในประเทศไทย เกี่ยวกับการกล่าวอ้างว่า มีเจ้าหญิงกัมพูชาพระองค์หนึ่ง ชื่อ เจ้าหญิงสีสุวัต กุสะมะมุนีรัตนา อาศัยอยู่ที่ประเทศไทย และกำลังจะไปพบปะชาวกัมพูชาที่อยู่ในประเทศไทย ในช่วงปลายเดือนนี้

โดยทางสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ได้ปฏิเสธข่าวดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นข่าวลวง อย่าได้หลงเชื่อ อันที่จริงพระมหากษัตริยานี พระสีสุวัต กุสุมะนุนีรัตนา ได้สวรรคตเมื่อปลายทศวรรตที่ 70 ไปแล้ว และพระมหากษัตรินายี ที่เป็นพระมารดาแห่งสมเด็จพระนโรดม สีหนุพระบิดาเอกภาพชาติเขมร ฉะนั้นทางสถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ขอเรียกร้องประชาชนเขมรทั้งหมดจงอย่าได้หลงเชื่อตามคำหลอกลวงและบุคคลอคติ และอย่าเข้าร่วมพบปะในจังหวัดเชียงราย ในขณะเดียวกัน สถานทูตเสนอขอให้ประชาชนแจ้งข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวดังกล่าวมายังสถานทูต ผ่านทางเบอร์ 0867999957,0928050561,0647547401 สถานฑูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ตามที่เป็นข่าวอยู่นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พ.ค. ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง พระครูอรรถธรรมโสภิต (อัด-ถะ-ทำ-โส-พิต) เจ้าคณะตำบลตาตุม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ และที่ปรึกษาเจ้าอาวาสวัดพระธาตุเสด็จ 72 พรรษา ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า การนำภาพของ พระองค์เจ้าสีสุวัตถิ์ เพชรทาวี พระปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และพระองค์ เจ้าสีสุวัตถิ์ กุสุมะ นารีรัตนา แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งทั้งคู่มีศักดิ์เป็นน้าหลานกัน และเป็นเชื้อสายราชวงศ์กัมพูชาจริง ซึ่งอาจทำให้ทั้ง 2 พระองค์เสื่อมเสีย ซึ่งทั้ง 2 พระองค์เคยเสด็จมาทำบุญที่วัดพระธาตุเสด็จ 72 พรรษา ต.เทพรักษา อ.สังขะ อยู่บ่อยครั้ง และอาตมาก็เคยข้ามไปยังประเทศกัมพูชาก็หลายครั้ง จึงทราบดีว่าเป็นเชื้อสายราชวงศ์จริงๆไม่ได้หลอกลวงแต่อย่างใด ทั้ง 2 พระองค์ชอบเดินสายทำบุญอยู่แล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.สุรินทร์ บุรีรัมย์และศรีสะเกษ เนื่องจากอยู่ติดประเทศกัมพูชา และที่ชาวกัมพูชาบางส่วนไม่ค่อยรู้จักเพราะเชื้อสายพระวงศ์ของกัมพูชาแตกแขนงออกไปมาก อีกทั้งไม่ค่อยได้ออกทีวี

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เพื่อสอบถามชาวกัมพูชา ที่มาค้าขายอยู่ที่ตลาดการค้าเสรี ชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ถึงเรื่องราวดังกล่าว โดยการนำภาพถ่ายให้ชาวกัมพูชาที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปดู หลายคนต่างบอกว่าไม่รู้จักคนในภาพที่เป็นข่าว เพราะเชื้อสายกษัตริย์ในประเทศกัมพูชา มีการแตกแขนงออกไปกันเยอะ อีกอย่างที่นั่นไม่ข่าวในพระราชสำนัก นานๆจึงจะเห็นกษัตริย์ออกทีวีสักครั้งหนึ่ง จึงไม่รู้จักใครนอกจากกษัตริย์องค์ปัจจุบัน

นางเต็ง กันยา อายุ 55 ปี ชาว อ.สำโรง จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า ตระกูลนี้มีจริงตนได้ยินชื่อ แต่คนในรูปตนไม่รู้จัก เพราะเขาไม่เคยออกหน้าออกตา ในทีวีก็ไม่มีออก ตนรู้จักแค่องค์เดียวคือกษัตริย์ นอกนั้นไม่รู้เพราะมีการแตกแขนงกันออกไปเยอะลูกหลาน แต่ตระกูลนี้มีจริง

Advertisement

นายวัน ทา อายุ 56 ปี ชาว อ.สำโรง จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา บอกว่า เคยได้ยิน คือตระกูลสีสุวัต เป็นตระกูลก่อนพระสีหนุอีก รู้แต่ว่าตระกูลนี้มีจริงแต่ลูกหลานตนไม่รู้จัก คนในรูปตนก็ไม่รู้จักไม่เคยเห็น เพราะส่วนมากจะรู้จักแต่เฉพาะองค์กษัตริย์เป็นส่วนใหญ่ อีกอย่างโทรทัศน์ที่ประเทศกัมพูชานานๆจะมีข่าวของกษัตริย์ออกมาทีหนึ่ง

นายซก สุวรรณ อายุ 50 ปี ชาว จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา บอกว่า เชื้อสายกษัตริย์มีการแตกแขนงออกไปกันเยอะ เป็นเชื้อสายของสีสุวัต แต่พวกเราไม่ค่อยรู้จักเขา เพราะไม่ค่อยได้ออกทีวี ที่บ้านเราไม่มีข่าวในพระราชสำนัก ที่รู้จักก็มีแต่กษัตริย์เป็นหลัก

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2561 ที่ผ่านมา พระองค์เจ้าสีสุวัตถิ์ เพชรทาวี พระปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ก็เสด็จมาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส เพื่อทำพิธีเปิดถนนสวรรค์นิมิตหลวงพ่อดิง ที่บริเวณปากทางเข้าบ้านแจงแมง และวัดป่าหนองมหาไทย บ.มหาไทย ต.ขอนแตก อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ซึ่งติดถนนสายหลักบ้านหนองบัว-บ้านโดง ต.สังขะ อ.สังขะ โดยมี พระสมุห์ชิง ฐานวีโร หรือหลวงพ่อดิง อายุ 56 ปี เจ้าอาวาสวัดหนองป่ามหาไทย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ท่ามกลางชาวบ้านในพื้นที่ที่เดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก อีกด้วย

อนึ่งเมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมาสถานทูตกัมพูชาได้ออกหนังสือเตือนอย่าหลงเชื่อ‘ข่าว ‘เจ้าหญิงเขมร’ อยู่เชียงราย