งดงามสมพระเกียรติ ยล 5 ฉลองพระองค์ ‘พระราชินี’ ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์อัตลักษณ์ไทยที่เวียดนาม
เมื่อการเสด็จฯ เยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการมิได้มีความหมายเพียงแค่การกระชับสายสัมพันธ์ทางการทูต หากยังเป็นโอกาสได้เผยแพร่เสน่ห์อันทรงคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมไทยสู่สายตานานาชาติ
ในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2569 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม พร้อมเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นนั้น

เมื่อเสด็จฯ ถึงกรุงฮานอย เมื่อวันที่ 14 กันยายน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดเดรสแขนยาว ตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่ลายเม็ดข้าวสารสีเทาเข้ม ช่วงบนเข้ารูปต่อเนื่องด้วยกระโปรงทรงบานที่เปิดผ่าด้านข้าง เผยให้เห็นรายละเอียดของกระโปรงด้านในทรงตรงจากผ้าไหมพิมพ์ลายดอกไม้ โดยช่วงล่างของกระโปรงด้านนอกประดับลวดลายดอกไม้ในโทนสีเทาและกรมท่า จัดวางให้ต่อเนื่องกับลวดลายของกระโปรงด้านใน และตกแต่งลายพิมพ์ดอกไม้ทั้งหมดด้วยงานปักลูกปัดสีเทาอ่อนและสีดำ เพื่อเพิ่มมิติให้กับพื้นผิวของชุด


เครื่องประกอบฉลองพระองค์ ได้แก่ เข็มกลัดคู่รูปกลีบดอกไม้ พระกุณฑลแซฟไฟร์ล้อมเพชร และกระเป๋าทรงถือย่านลิเภา ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน สานด้วยเส้นลิเภา ตกแต่งหูหิ้วรูปดอกทิวลิปกำลังผลิบาน ประดับด้วยแซฟไฟร์สีเขียวทั้งแบบหลังเบี้ยและแบบเจียระไนเหลี่ยม ซึ่งช่วยเชื่อมรายละเอียดของงานหัตถกรรมไทยและอัญมณีเข้ากับโทนสีและลวดลายของฉลองพระองค์อย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถือกระเป๋าย่านลิเภาทรงสี่เหลี่ยมขนาดกะทัดรัด สีน้ำตาลเข้ม จักสานอย่างประณีตด้วยเส้นย่านลิเภา เนื้อแน่น ผิวเรียบละเอียด ประดับด้วยไพลิน พร้อมหูจับรูปดอกทิวลิปบาน สะท้อนความงดงามและเอกลักษณ์ของงานจักสานไทย

กระเป๋าใบดังกล่าวเป็นผลงานของนายอับดุลรอนิง วาจิ สมาชิกศิลปาชีพ กลุ่มย่านลิเภา จังหวัดนราธิวาส ผู้สืบสานภูมิปัญญาการจักสานย่านลิเภา และรังสรรค์งานหัตถศิลป์ด้วยฝีมืออันประณีต ผสานเอกลักษณ์ไทยเข้ากับความร่วมสมัยอย่างงดงาม กระเป๋าย่านลิเภาในพระหัตถ์ครั้งนี้ สะท้อนคุณค่าของงานศิลปาชีพและภูมิปัญญาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมเผยแพร่ความงดงามของหัตถศิลป์ไทยสู่สายตานานาชาติ

โดยการเสด็จฯ เยือนวันที่ 2 ในช่วงเช้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปในพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ณ อาคารสภาแห่งชาติ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อวันที่ 15 กันยายน

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยอมรินทร์สีม่วงเปลือกมังคุด พระภูษาไหมยกทอง พร้อมทรงถือกระเป๋าย่านลิเภาทรงสี่เหลี่ยม ประดับอักษรพระนามาภิไธยย่อ สท และดอกไม้เพชร ผลงานของนางอาแอเสาะ บาสอ สมาชิกศิลปาชีพกลุ่มย่านลิเภา



จากนั้นในช่วงค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปในงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ณ พระราชวังทงคิน ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยดุสิตสีทองสุดประณีต





ในการเสด็จฯ เยือนวันที่ 3 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดเบลเซอร์และพระภูษาทรงแบบกระโปรง ตัดเย็บจากผ้าไหมทอลายโทนสีเขียวมะกอกเหลือบเทา ในโอกาสโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน และสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดกว๋านสือ (Quan Su Pagoda) กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569




ฉลองพระองค์เบลเซอร์คอกว้าง แขนยาว ปักประดับแขนเสื้อด้วยลูกปัดสีดำเรียงต่อเนื่องคล้ายตาข่าย สอดรับกับลวดลายของผ้า พระภูษาทรงตรงยาวคลุมเข่า ตัดเย็บจากผ้าไหมทอลายเดียวกัน พระกุณฑลเพชรทรงพิกุล และกระเป๋าทรงถือย่านลิเภา ตกแต่งด้วยอะไหล่โลหะเงินฉลุลายประดับ


ฉลองพระองค์ชุดสุดท้าย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดเดรสและฉลองพระองค์คลุมตัวสั้น ตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่ลายโคมประยุกต์ ในโอกาสเสด็จฯ ทอดพระเนตรการดำเนินงานของศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย มหาวิทยาลัยฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม




ฉลองพระองค์ชุดเดรสทรงตรง และฉลองพระองค์คลุม ปักประดับลูกปัดตามลวดลายผ้า และประดับพู่ลูกปัดสีดำ บริเวณขอบคอ แนวเปิดด้านหน้า ปลายแขน และชายเสื้อ เครื่องประกอบฉลองพระองค์ ได้แก่ พระกุณฑลแซฟไฟร์ตัวเรือนเงิน และกระเป๋าทรงถือย่านลิเภาแปดเหลี่ยม ประดับแซฟไฟร์ เพชร และหยกโทนสีลาเวนเดอร์

