‘ผาด พาสิกรณ์’ ลูกชายพนมเทียน ถ่ายทอดวิธีรับมือละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานทางยูทูบ

จากกรณี ผาด พาสิกรณ์ นักเขียนดัง บุตรชายของพนมเทียน ได้โพสต์เฟซบุ๊กบอกเล่าถึงการต่อสู้การละเมิดลิขสิทธิ์ทางยูทูบ โดยมีการนำผลงานของนักเขียน อาทิ “วัธนา บุญยัง”, พนมเทียนซึ่งเป็นพ่อ ไปอ่านออกเสียงหรือออดิโอทางยูทูบ โดยไม่ได้ขออนุญาตนั้น

อ่าน : ลูกชายพนมเทียน “ผาด พาสิกรณ์” จี้สมาคมนักเขียน เป็นเจ้าภาพพิทักษ์สิทธินักเขียน ปมถูกละเมิด “ออดิโอบุ๊ค” ในยูทูบ

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ผาด พาสิกรณ์ นักเขียนดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวอีกครั้งโดยถ่ายทอดประสบการณ์ในการต่อสู้กับเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ผ่านทางยูทูปมาตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา พร้อมแนะนำเทคนิคของการรีพอร์ตต่อยูทูบถ้าโดนละเมิดลิขสิทธิ์ ก่อนจะตบท้ายด้วยการบอกเล่าติดตลกว่าได้มิตรใหม่ที่เป็นผู้ละเมิดลิขสิทธิ์เหล่านั้น อย่างไรก็ตามบทความของผาด ยังได้แสดงความผิดหวังต่อองค์กรบางองค์กร ที่ไม่ได้ทำหน้าที่ช่วยเหลือนักเขียนมากนัก

ทั้งนี้โดยมีรายละเอียด ดังนี้

บทสรุปเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ในยูทูบ (1)
.
1 ตกลงสมาคมนักเขียน เขายืนหยัดและซื่อสัตย์ต่อคำพูดของเขานะครับ—ไม่มีใครติดต่อมาจริงๆ (ฮาขื่นๆ) น่านับถือในความมั่นคงเฉียบขาด สมาคมนี้เขาพูดคำไหนคำนั้นจริงๆว่ะ
.
2 และสำหรับเจ้าหน้าที่จาก Google Thailand ที่เคยคุยกันและรับเรื่องไว้ บอกว่าจะนำไปปรึกษาทีมและโทรกลับนั้น (ป่านนี้…เดือนกว่าแล้ว ยังไม่โทรมา เข้าใจว่ายังคงปรึกษากันอยู่)
.
นักเขียนเลยจำเป็นต้องช่วยเหลือตัวเองครับ ผมคลำทางอยู่พักใหญ่ๆ เลยล่ะ คืออย่างนี้ครับ ขั้นตอนการ report ดูเหมือนจะมีให้เลือกหลักๆ 2 ทาง คือ
.
1 การแจ้งการละเมิดในฐานะของเจ้าของ กับ
2 ไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์เอง แต่ทำหน้าที่แทน
.
ไอ้ผมน่ะตัดสินใจผิด ความที่ตัวเองไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรงจึงพาซื่อเลือกข้อ 2 ไป เลยเหนื่อยหน่อย
.
ผม report links ต่างๆ ไปในฐานะของ สนพ. บ้าง, ของญาติผู้เสียหายบ้าง ซึ่งทาง YouTube ก็มีอีเมลตอบมา ทวงถามถึงเอกสารอีกเพียบ ซ้ำยังขู่อีกว่า หากไม่มีหลักฐานมายืนยันในข้อกล่าวอ้าง ผมจะต้องดำเนินการถอนคำร้อง (report) ทันที มิฉะนั้นเขาจะแบนผมจาก YouTube
.
ก็ให้บังเอิญ มติชน ลงข่าวเรื่องนี้ติดกันสองวัน มีทั้งที่เอาโพสต์ของผมไปลง และวันต่อมาก็มีสัมภาษณ์พี่วัธนา คุณรอมแพง และคุณปราบต์ตามมาอีก
.
ผมเลยแนบลิ้งค์นี้ของมติชนไปให้เขาดู แจ้งเขาสั้นๆ ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และหากสงสัยให้เช็คข่าวกลับมาที่ Google Thailand ได้
.
ผมไม่รู้เขาได้ทำอย่างที่ผมแนะนำหรือเปล่านะ แต่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ลิ้งค์ที่ผมรีพอร์ตไปก็เริ่มถูกระงับการเผยแพร่ลงตามๆ กัน ต้องขอขอบคุณมติชนออนไลน์ไว้ ณ ที่นี้ครับ, ขอบคุณจริงๆ
.
อย่างที่ได้แจ้งไปตั้งแต่โพสต์ก่อนหน้านี้…ปรากฏว่ามีคนติดต่อมา แจ้งว่าเขาเองเป็น channel หนึ่งที่เอาเรื่อง “เพชรพระอุมา” ไปอ่าน เขาขอโทษขอโพยมาตามระเบียบ และได้แสดงความสนใจอยากเช่าลิขสิทธิ์ไปเพื่อดำเนินการต่อ พร้อมๆกันนี้ ได้ติดต่อไปทาง“อาจารย์วัธนา” เพื่อขอเช่าลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องแล้วเช่นกัน
.
ก็เลยได้นัดเขาเข้ามาคุย เขาเป็นเด็กหนุ่ม ท่าทางขยันขันแข็งและอ่อนน้อม เราถามเขาเรื่องรายได้จากค่าโฆษณา (เพราะชัดเจนว่า เขาเลือกการนำเสนอ ad ไว้ทุกแบบ มีทั้งแบบแบนเนอร์ ทั้งแบบคลิปเคลื่อนไหว insert เข้ามาตามจุดรอยต่อต่างๆ) เขาก็เล่าให้ฟังตามตรง ว่ารายได้มันเข้ามายังไง จำนวนยอดวิวต้องผ่านเท่าไหร่ และนอกเหนือจากการโฆษณาที่ผ่านเข้ามาทางยูทูปแล้ว ยังมี local products (อย่างเช่นภาพยนตร์) ติดต่อโดยตรงเข้ามาเพื่อขอให้เขาทำ spot โฆษณาให้อีกด้วย “รายได้ พอมีเข้ามาครับ แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร” เขาอธิบาย
.
ผมเลยลองถามเขาไปเล่นๆ ว่า “แล้วไอ้ที่เขาติดต่อมาให้คุณทำโฆษณาน่ะ คุณเสนอเขาไปเท่าไหร่ล่ะ?”
.
เขาหัวเราะเสียวๆ แล้วโยนตัวเลขออกมาจำนวนหนึ่งทำเอาผมตกใจ…
.
“…แต่เขายังไม่ได้ตอบตกลงนะพี่”
.
ก็น่ารักดีครับ ผมชอบที่เขาพูดตรงๆ
.
เราทำสัญญาง่ายๆ ขึ้นมาฉบับหนึ่ง ครอบคลุมระยะเวลาไว้ 4 ปี ให้เขาเอาเรื่องนี้ไปทำมาหากิน ได้รายได้มาก็เอามาแบ่งกัน และเนื่องจากราคาที่ตกลงกันนั้นไม่ได้สูงอะไร จึงไม่สงวนสิทธิ์ไว้แต่เขาเพียงผู้เดียว
.
ตกลงงานนี้ ได้เงินมาก้อน ไม่มากนัก ได้มิตรมาอีกคน ไม่เลวหรอก

****

บทสรุปเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ในยูทูบ (2)
.
ระหว่างนี้เอง ลิ้งค์ที่ผมรีพอร์ตไปจนกระทั่ง channel หนึ่งถูกปิดลงก็เริ่มฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่…จากเดิมเคยใช้ชื่อว่า “ร้อยตำรวจเอกปลอมตัวมา” —channel ใหม่นี้ เขาใช้ชื่อว่า “ร้อยตำรวจโทปลอมตัวมา” ผมก็เลย report ไปอีก…วันต่อมา channel ใหม่ก็หายวับไป (ว่ากันว่า ถ้าถูกรีพอร์ตเกิน 3 ลิ้งค์ channel จะถูกปิด / ไม่รู้จริงเท็จอย่างไร)
.
ครับ บางคนก็น่ารัก, บางคนก็นะ…กวนตี๊น
.
ต่อมา…อีกเจ้าหนึ่ง…
.
…เจ้านี้เขามีลิ้งค์ที่ละเมิดอยู่ใน channel ของเขานับร้อยลิ้งค์ บังเอิญเขามีที่อยู่ติดต่อ จึงแทนที่ผมจะ report เขากับยูทูป ผมลองเขียนไปบอกกล่าวเขาดีๆ ว่า ให้ระงับการเผยแพร่เสีย เขาก็ทำตามทันทีพร้อมเขียนอีเมลมาขอโทษ
.
เจ้านี้ชัดเจนว่าเป็นแฟนหนังสือจริงๆ (ไม่เหมือนเจ้าแรกที่คลำมาเจอเข้าโดยบังเอิญ) และมีความต้องการอยากนำเรื่องไปเผยแพร่ต่ออย่างถูกต้อง ขอติดต่อมาเพื่อคุยเรื่องเช่าลิขสิทธิ์สำหรับเรื่องนี้ (เพชรพระอุมา) และอีกหลายๆ เรื่องที่ได้เริ่มอ่านไปบ้างแล้ว และตั้งใจจะทำต่อในอนาคต
.
สรุปว่า ได้เงินมาอีกก้อน ไม่มากนัก ได้มิตรมาสองสามคน ไม่เลวอีกเหมือนกัน
.
ระหว่างที่คุยกัน ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า บุคคลที่นั่งอยู่เบื้องหน้าของผม หากให้ประเมินโดยรวมแล้วก็คนดีๆ กันทั้งนั้น ไม่ได้มีทีท่าเป็นโจร เป็นขโมย หรือเป็นคนเห็นแก่ได้อะไรเลย แต่แล้วอะไรล่ะ ที่ทำให้พวกเขาทำในสิ่งที่ชัดเจนว่ามันผิด? และพวกเขาก็รู้ด้วยว่ามันผิด
.
ตรรกะสมัยใหม่หรือเปล่า? ตรรกะที่ว่าด้วยการทำไปก่อน ถ้าเกิดปัญหาแล้วค่อยหาทางแก้ทีหลัง?
.
ก็แปลก ที่ผมไม่ได้โกรธคนกระทำผิดเหล่านี้เลย กลับคุยกันสนุกเสียอีก
.
แต่ผมกลับโกรธองค์กร…ไม่ว่าจะเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อหาแสวงหากำไรก็ดี หรือองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อ—ทำทีว่าจะเอาไว้—ช่วยเหลือเพื่อนๆ ในสายอาชีพเดียวกันก็ดี
.
ในภาคการแสวงหากำไร องค์กรใหญ่ๆเที่ยวได้ดั้นด้นไปหาคนไทยความรู้ดีๆ มานั่งประจำเพื่อขายโฆษณา หรืออีกนัยหนึ่ง “ทำเงิน” ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ครั้นถึงภาคที่จะต้องรับผิดชอบต่อสังคม ต่อความผิดพลาดแล้ว เขากลับไม่มีคนไทยทำงานอยู่ในฟากฝั่งนี้เลย
.
ฟากที่จะเอาเงิน…อำนวยความสะดวกมันทุกอย่าง แต่ครั้นเมื่อไรที่มีข้อโต้แย้ง—ถึงแม้จะเป็นภาษาไทยก็ตามที—กลับโยนให้ฝรั่งตัดสินใจเหมือนจงใจสร้างกฎกติกาให้ยุ่งยาก
.
และในระหว่างที่มึง (เจ้าของสิทธิ์) ยังโง่งมอยู่ในเขาวงกตของการรีพอร์ต กูก็ขายโฆษณาเก็บเงินบนคอนเท็นท์ซึ่งละเมิดมึงไปพลางๆก่อนอย่างหล่อเหลาเอาการทีเดียว (…โอว์ เขาเหล่านี้หล่อครับ ยิ่งเวลาไปพูดที่นิด้านี่ พ่อคุณวาดวิสัยทัศน์ขององค์กรไว้อย่างสูงส่ง-งดงาม-และน่าเชื่อถือทีเดียว)
.
นี่คือสิ่งที่ผมโกรธ
.
อีกองค์กรที่ผมโกรธ ซึ่งดูเหมือนเขาจะไม่เกี่ยวเลย—และผมก็น่าจะเป็นคนพาลที่ไประรานเขา—ก็คือสมาคมนักเขียนนี่ล่ะครับ
.
คือผมไม่ทราบจริงๆว่า จุดประสงค์ของการตั้งสมาคมขึ้นมาคืออะไร ถ้าไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือนักเขียนที่เดือดร้อน…นะ…ถ้ามูลนิธิเขามีวิธีคิดอย่างสมาคมนักเขียนละก็ เราคงได้เห็นคนเจ็บคลานจากบ้านไปร่วมกตัญญูกันบ้างล่ะ
.
เอาล่ะ เล่ามา/บ่นมาเยอะละ สรุปง่ายๆ อย่างนี้ครับ—ถ้าคุณเป็นนักเขียน และงานของคุณถูกละเมิดบนยูทูปละก็ ไม่ต้องรอให้ใครมาช่วย ไม่มี! You are shit out of luck! (แต่ถ้าคุณตาย คุณอาจจะได้หรีด)
.
ถ้าจะรีพอร์ต ให้รีพอร์ตโดยอ้างสิทธิ์ว่าเป็นเจ้าของสิทธิ์ผู้เสียหายโดยตรงดูเหมือนจะง่ายกว่า (ทั้งนี้ผมไม่รู้เหมือนกันว่า ที่มันง่ายสำหรับผมนั้น เพราะมี articles ของมติชนเข้ามาเป็นตัวแปรหรือเปล่า)
.
การแก้ปัญหาครั้งนี้ถือว่าได้ผล แต่เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ไม่มีแนวทางแก้ปัญหาที่ยั่งยืน เดี๋ยวเรื่องนี้ซาก็จะมีกลับมาให้ปวดหัวกันอีก, รับรองได้
.
ขอบคุณที่เสียเวลาอ่านกันครับ หวังว่าคงมีประโยชน์อยู่บ้าง

****

ขอบคุณ FB : ผาด พาสิกรณ์

บทความก่อนหน้านี้ไฟไหม้โรงพักศาลาแดง ตร.พาผู้ต้องหาหนีออกจากห้องขัง ทันเลยรอดตาย
บทความถัดไป‘ชไมเคิล’ จวกแข้ง ‘แมนฯยู’ ฝีเท้าโคตรธรรมดา ไร้ความมุ่งมั่น กระหายชัยชนะ