อจ.ธรรมศาสตร์ ยกงานวิจัย รัฐประหารทำประเทศถอยหลัง
จากกรณีกองทัพเมียนทำการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลเอ็นแอลดี โดยมีการจับตัวนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา รวมถึงผู้นำผู้นำพรรคเอ็นแอลดีคนอื่นๆ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากนั้น กองทัพเมียนมา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศเป็นเวลา 1 ปี อ้างว่าเกิดจากการทุจริตเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ประชาชน เลือกพรรคเอ็นแอลดีของนางออง ซาน ซูจี อย่างถล่มทลาย
อ่าน : มิน อ่อง ลาย ผบ.สูงสุด เมียนมา ยึดอำนาจแล้ว อ้างเหตุมีโกงเลือกตั้ง
อ่าน : จับตาปฏิวัติ! ทหารเมียนมารวบตัวซูจีพร้อมผู้นำพรรคเอ็นแอลดีแล้ว
วันที่ 1 ก.พ. ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทวีตข้อความระบุว่า ใน ศ.21 มีข้อเท็จจริง 3 ข้อที่งานวิจัยทางรัฐศาสตร์สรุปไว้อย่างเป็นเอกฉันท์ 1.ไม่มีประเทศไหนที่ทำรัฐประหารแล้วจะเจริญได้ 2.ไม่มีประเทศใดที่นายพลบริหารประเทศแล้ว ประเทศจะพัฒนา 3.การแทรกแซงทางการเมืองของกองทัพคือบ่อเกิดของความแตกแยกในสังคมและทำให้ประเทศถอยหลัง #รัฐประหาร #พม่า
ในศ.21 มีข้อเท็จจริง 3 ข้อที่งานวิจัยทางรัฐศาสตร์สรุปไว้อย่างเป็นเอกฉันท์ 1.ไม่มีประเทศไหนที่ทำรัฐประหารแล้วจะเจริญได้ 2.ไม่มีประเทศใดที่นายพลบริหารประเทศแล้ว ประเทศจะพัฒนา 3.การแทรกแซงทางการเมืองของกองทัพคือบ่อเกิดของค.แตกแยกในสังคมและทำให้ประเทศถอยหลัง #รัฐประหาร #พม่า
— prajak kong (@bkksnow) February 1, 2021

