#โอไมครอน พุ่งที่ 1 ทวิตเตอร์ หลังไทยพบผู้ติดเชื้อรายแรก โซเชียลถกสนั่น ตรวจเจอวันก่อน เพิ่งบอกวันนี้?

#โอไมครอน ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์ หลังไทยพบผู้ติดเชื้อรายแรก โซเชียลถกสนั่น ตรวจเจอวันก่อน เพิ่งบอกวันนี้?

หลังจากช่วงสายที่ผ่านมา (6 ธันวาคม) นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงข่าวว่า ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน เป็นรายแรกแล้ว เป็นชาย ชาวอเมริกัน เดินทางมาจากสเปน เข้าสู่ระบบไม่กักตัว (Test and go) เบื้องต้น จากการเก็บตัวอย่างและเครื่องวิเคราะห์พบความเข้ากันได้ที่มีโอกาสเป็นโอไมครอนร้อยละ 99.92 แต่จะมีการตรวจเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ยืนยันอีกครั้ง

“เมื่อมีรายแรก ก็เชื่อว่าจะมีรายอื่นๆ อีก ขออย่าตกใจ ต้องเตรียมพร้อม เพราะหลายประเทศเจอ จะเว้นประเทศไทยประเทศเดียวคงไม่ได้” นพ.ศุภกิจระบุ

ทำให้โลกออนไลน์ โดยเฉพาะทวิตเตอร์ที่ติดตามข่าวสารโควิด-19 อย่างใกล้ชิด พร้อมใจติดแฮชแท็ก #โอไมครอน แชร์ข่าวสารจาก สธ.และสำนักข่าวมากมาย จนกลายเป็นแฮชแท็กอันดับ 1 ของเทรนด์ไทยแลนด์

พร้อมกันนี้ยังแสดงความเห็นหลากหลายประเด็น อาทิ ตรวจเจอเชื้อตั้งแต่ 3 ธ.ค.64 เหตุใด สธ.เพิ่งประกาศวันนี้, การพบสายพันธุ์นี้ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย, จะมีการประกาศล็อกดาวน์อีกหรือไม่, เพิ่งมีโอกาสได้ไปเรียนแบบออนไซต์ กังวลว่าจะต้องกลับไปเรียนออนไลน์หรือครั้งหรือไม่

ขณะเดียวกันยังมีการทวีต Welcome to Thailand กรณีการพบ “โอไมครอน” ครั้งแรกในไทย จนติดอันดับ 8 ของเทรนด์ไทยแลนด์อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หลายคนยังได้ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเชื้อโควิดสายพันธุ์ดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้ระมัดระวังตัวเองอีกด้วย

สำหรับไวรัสโควิดกลายพันธุ์ “โอไมครอน” นั้น เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกา ออกมาระบุว่า แม้ไวรัสโควิดกลายพันธุ์โอไมครอนจะแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็วในสหรัฐ แต่ผลการศึกษาเบื้องต้นบ่งชี้ว่า อาจมีความอันตรายน้อยกว่าไวรัสกลายพันธุ์เดลต้า ซึ่งยังคงเป็นสาเหตุหลักทำให้ตัวเลขผู้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มสูงขึ้น

ดร.แอนโทนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อและหัวหน้าทีมที่ปรึกษาด้านสาธารณสุขของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ กล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์ยังจำเป็นต้องมีข้อมูลมากกว่านี้ ก่อนที่จะสรุปได้ถึงความรุนแรงของไวรัสกลายพันธุ์โอไมครอน

“จนถึงขณะนี้ดูเหมือนมันจะไม่ได้มีความรุนแรงมากนัก แต่เรายังคงต้องระมัดระวังก่อนที่เราจะทำการสรุปว่า ไม่ได้มีความรุนแรง หรือไม่ได้ทำให้เกิดอาการป่วยหนักเมื่อเทียบกับเดลต้า” เฟาซีกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon