เดือด! นพ.สมาน โพสต์ประเด็นกม.เหล้าเบียร์ ม.32 เจอสาว ‘คราฟท์เบียร์’ จี้ถามเรื่องส่วนแบ่ง

18.03.22 | 16:23 น.

เดือด! นพ.สมาน โพสต์ประเด็นกม.เหล้าเบียร์ ม.32 เจอสาว ‘คราฟท์เบียร์’ จี้ถามเรื่องส่วนแบ่ง

จากกรณี ลิซ่า ลลิษา มโนบาล หรือ “ลิซ่า BlackPink” เป็น แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับเอเชียของวิสกี้ดังยี่ห้อหนึ่ง และทางเฟซบุ๊ก ชื่อBLACKPINK Thailand ได้โพสต์ภาพของศิลปินวง BLACKPINK ซึ่งถ่ายภาพคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่ง และในโลกออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นกฎหมายห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาตรา 32 ของ พร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีประชาชนและเพจเฟซบุ๊กในประเทศไทยหลายแห่งถูกดำเนินคดีและเสียค่าปรับไปแล้วจำนวนมาก อย่างไรตามสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (สคอ.) กรมควบคุมโรค ให้ตรวจสอบการกรณีดังกล่าว

ต่อมาวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา นายแพทย์สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น อดีต ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค (คร.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับกฎหมาย มาตรา 32 โดยระบุว่า

รับทราบจากสื่อว่ามีอาจารย์ท่านหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์โจมตีกฎหมายไทยกรณีน้องลิซ่ารับเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่งของต่างประเทศ ท่านใดรู้จักท่านเป็นการส่วนตัวฝากช่วยเรียนอาจารย์ท่านด้วยนะว่า หมอสมานเห็นด้วยกับอาจารย์ในส่วนที่ว่ากฎหมายนี้มีข้อยกเว้นอยู่เล็กน้อยที่วรรคที่สองกับวรรคที่สาม ของมาตรา 32 ซึ่งวรรคสองได้เว้นให้กับทุกคนที่เป็นผู้ผลิตทั้งรายย่อยรายเล็กรายน้อยและรายใหญ่ทั้งหมดสามารถโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตามหลักเกณฑ์วิธีการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

และวรรคสามได้เว้นให้ทุกคนอย่างไม่เลือกปฏิบัติให้ไม่ต้องทำตามข้อห้ามในวรรคที่หนึ่งกับข้อยกเว้นตามวรรคที่สองหากมีการสื่อสารให้เห็นได้ยินหรือทราบข้อความเพื่อประโยชน์ทางการค้าของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หากการสื่อสารนั้นส่งเข้ามาจากนอกราชอาณาจักร

Advertisement

เพราะจะเห็นได้ว่าแม้กฎหมายยกเว้นเปิดช่องว่างไว้เล็กน้อยขนาดนี้ผู้ประกอบการรายใหญ่ยังเอาเปรียบรายเล็กรายน้อยรวมถึงทำให้คนตัวเล็กตัวน้อยเดือดร้อนได้ขนาดนี้ ถ้ากฎหมายเปิดช่องยกเว้นมากขึ้น รายใหญ่ก็จะยิ่งทวีการเอาเปรียบรายย่อยทำให้คนเล็กคนน้อยเดือดร้อนได้อย่างมากมายมหาศาล เพราะสายป่านทุนรอนและคอนเน็กชั่น รวมถึงอิทธิพลมากกว่ากันอย่างไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้เลย

ประกอบกับเป็นสินค้าที่ไม่ปกติ ก่อให้เกิดอันตรายทั้งต่อตัวผู้ดื่มและผู้ไม่ได้ดื่ม รวมถึงครอบครัว สังคมและประเทศชาติอย่างมาก ตามที่เห็นเป็นข่าวหน้าหนึ่งและตามสื่อต่างๆ แทบทุกวัน จึงเห็นควรเป็นอย่างยิ่งให้ปิดช่องโหว่หรือเอาข้อยกเว้นออกไป เพื่อไม่ให้รายใหญ่เอารัดเอาเปรียบรายย่อยและทำร้ายคนตัวเล็กตัวน้อยได้อีกต่อไป โดยปรับปรุงให้คล้ายกับพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ออกมาใช้บังคับเมื่อปีพุทธศักราช 2560 นั่นเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก นพ.สมาน โพสต์ข้อความดังกล่าว มีชาวเน็ตเข้าไปแจ้งข้อมูล

โดยระบุว่า เห็นในห้างค้าปลีกดังๆ จัดดิสเพลย์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เยอะแยะเลย ส่วนกลางไม่เห็นดำเนินคดีลงข่าวแบบนี้บ้างเลย

ต่อมามีนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ตอบว่า นครปฐม สคอ. สคร.5 ร่วมกับทีมจังหวัดนครปฐม จัดอยู่ค่ะ 2-3 สาขา ยอดปรับเป็นล้าน เพียงแต่ไม่เคยประชาสัมพันธ์แบบน้องใหม่เมนต์คะ

จากนั้นทาง บะหมี่ประภาวี เหมทัศน์’ นักเคลื่อนไหวเรื่องธุรกิจแอลกอฮอล์ และตัวแทนจำหน่ายคราฟท์เบียร์ไทย ได้เข้าไปสอบถาม ว่า ปรับเป็นล้านเลยเหรอคะ ได้ส่วนแบ่งกันคนละเท่าไหร่คะเนี่ย

ทางนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ก็ได้ตอบกลับว่า หลายร้านค่ะ

ทาง บะหมี่-ประภาวี  ก็ถามต่ออีกว่า แล้วได้ส่วนแบ่งไหมคะ เท่าไหร่คะ ที่นนท์ได้กันตู้มๆ เลยน้า

ด้านนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ตอบว่า ทำงานตามหน้าที่คะ รับเงินเดือนเป็นหลักคะเลยไม่ค่อยได้สนใจในส่วนแบ่งเท่าไหร่นัก ที่บ้านทำธุรกิจส่วนตัวคะ

บะหมี่-ประภาวี ก็ถามต่อว่า  ตอบเฉยๆ ว่าได้หรือไม่ได้ ได้เท่าไหร่ต่อเดือน ต่อปี เฉลี่ยๆ ยอดมาก็ได้ ถามแค่นี้เองค่ะในฐานะผู้เสียภาษีจ่ายเงินเดือนข้าราชการและมีเพื่อนเสียค่าปรับจากกฎหมายนี้ไปไม่น้อยแล้ว

ต่อมาทาง นพ.สมาน ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยระบุว่า ดีที่สุด ที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะไม่สามารถดำเนินคดีได้เลย และดีต่อสังคมโดยรวม คือ ไม่กระทำการใดๆ ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เพราะกฎหมายนี้ออกมาเพื่อคุ้มครองลูกหลานคนไทยทุกคนนะครับ “ผู้ประกอบการไม่ถูกลงโทษ ลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ สังคมสงบ(สุข) จบที่หยุดฝ่าฝืนกฎหมาย”

 

ซึ่งทาง บะหมี่-ประภาวี จึงได้ถามทาง นพ.สมานว่า หมอสมานได้ส่วนแบ่งค่าปรับไหมหรือไม่เวลามีเคสดังกล่าว โดยระหว่างนั้นมีการตอบโต้ ในประเด็นดังกล่าว ซึ่งทางหมอสมานได้ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนได้รับตามระเบียบกฎหมายของทางราชการครับ และแนะนำให้ใช้ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ติดต่อขอข้อมูลรายละเอียด ไปที่ ผอ.อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 กรมควบคุมโรค หรือเรียนอธิบดีกรมควบคุมโรคได้เลยครับ

จากนั้นมีการโต้ตอบกันอย่างดุเดือด อีกทั้งทางหมอสมาน ยังระบุว่า สำหรับหมอจะพอเข้าใจผู้ถามว่าน่าจะสงสัยอยากรู้ แต่ขอเตือนไว้นิดหนึ่งนะครับ การใช้ถ้อยคำควรให้สุภาพ อย่าล่อแหลมในลักษณะดูหมิ่นเจ้าหน้าที่พี่…..ท่านเป็นข้าราชการที่ทุ่มเทเสียสละทำงานเพื่อความมีสุขภาวะประชาชนมาเป็นระยะเวลายาวนาน หมอเชื่อว่าท่านไม่ได้หวังเงินรางวัลแต่อย่างใด

ที่ทำไปก็ทำตามระเบียบกฎหมายที่กำหนดโดยยึดระเบียบของทางกระทรวงการคลังอย่างถูกต้องตามกฎหมาย การใช้ถ้อยคำจึงขอให้ระมัดระวังเพราะอาจจะทำให้คนดีๆ ทุ่มเทการทำงานเสียกำลังใจได้หรือเป็นคดีกันโดยไม่สมควร (ที่ทราบคือ เงินทองท่านมีเกินเพียงพอ ครอบครับท่านเป็นคหบดีของจังหวัด)

โดยทาง บะหมี่-ประภาวี ก็เลยตอบโต้กลับไปว่า คำไหนดูหมิ่นเหรอคะ ถามเฉยๆ ว่าได้ส่วนแบ่งมั้ย แล้วก็เป็นห่วงว่าเหนื่อย เพราะเห็นพูดจังว่าทำอันนั้นอันนี้ ช่วยตรงนี้ตรงนั้น แล้วที่บอกว่าค่าปรับเป็นล้านก็คุณ….พูดเองค่ะ ด้านบน

ทั้งนี้โพสต์ข้อความดังกล่าวยังมีการแสดงความคิดเห็นการเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าวอีกเป็นจำนวนมาก

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

‘บะหมี่-ประภาวี เหมทัศน์’ ผุดแคมเปญ #กูจะเปิดมึงจะทำไม-ฟาดรัฐเยียวยาไม่สมเหตุสมผล