เลขาฯ แพทยสภาวอนท้องถิ่นปรับปรุงถนนหักศอกที่ ‘หมอมีน’ ประสบอุบัติเหตุ

25.06.23 | 09:23 น.

เผยถนนที่ ‘หมอมีน’ ประสบอุบัติเหตุ เป็นจุดที่เกิดเหตุบ่อย เหตุหักศอก เลขาฯแพทยสภา วอนท้องถิ่นเร่งแก้ไข แนะหมอลงเวร ถ้าง่วง ควรงีบก่อน อย่าขับรถเอง

จากกรณีการเสียชีวิตของหมอมีน-พญ.ญาณิศา สืบเชียง คุณหมออินเทิร์น (แพทย์จบใหม่ใช้ทุน) ที่ประสบอุบัติเหตุหลังจากออกเวร โดยหมอมีนเพิ่งเริ่มปฏิบัติงานในตำแหน่ง แพทย์เพิ่มพูนทักษะ รพ.พหลฯ กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น

อ่าน : อาลัย ‘หมอมีน’ คุณหมออินเทิร์น เสียชีวิตหลังออกเวร เริ่มงานได้ไม่ถึงเดือน

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พล.อ.ท.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา โพสต์เฟซบุ๊ก “Ittaporn Kanacharoen” ระบุว่า “คุณหมอลงเวร ถ้าง่วงโปรด #หลีกเลี่ยงการขับรถเอง ถ้าจำเป็น #ควรงีบก่อน อย่าฝืน..อันตรายจริงๆ”

Advertisement

นอกจากนี้ ยังโพสต์ด้วยว่า ขอท้องถิ่นช่วยแก้ไข อย่ารอให้เกิดครั้งต่อไป

ถนนที่เกิดอุบัติเหตุของน้องมีน มีผู้รายงานมาว่าเป็นจุดเกิดอุบัติเหตุประจำ เป็นช่วงลงเนินแล้วเลี้ยวหักศอก แถวมอตาเขียว (ตามภาพ)

รายงานในท้องถิ่นว่า ครั้งนี้เป็นการชนแบบมหกรรม รถคุณหมอ 1 และปิกอัพอีก 2 คัน มอเตอร์ไซค์อีก 1 รวมเป็น 4 คัน และมี comment ว่า ที่เก่าเวลาเดิม (ตามภาพ)

อยากขอให้ท้องถิ่น หรือทางหลวงที่รับผิดชอบ ช่วยพิจารณาปรับปรุงแก้ไข ป้องกันต่อไปด้วยครับ ก่อนจะต้องเป็นภาระหมอห้องฉุกเฉิน และเป็นความสูญเสียของครอบครัวต่อไป

ขอฝากช่วยส่งข้อมูลถึงผู้รับผิดชอบ ในกาญจนบุรี เพื่อแก้ไขด้วยครับ

#สูญเสียหนึ่งชีวิตแล้วอย่าให้มากกว่านี้เลยครับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาโพสต์ดังกล่าวก็ได้ถูกลบออกไป

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ พล.อ.ท.นพ.อิทธพร ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “การที่อยู่เวรยาวนาน ของแพทย์จะส่งผลให้เกิดความผิดพลาดได้ง่ายเพราะ Human error แพทยสภาจึงจำกัดเวลาการทำงานนอกเวลาของแพทย์เริ่มที่แพทย์เพิ่มพูนทักษะ ที่อยู่ในการดูแลของแพทยสภา ไม่ให้เกินสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง และ เป็นข้อแนะนำสำหรับทุกสังกัดหน่วยงาน ที่ควรจำกัดเช่นกันหากยังเกินอยู่ และควรพัฒนาเป็นกฎหมายในอนาคต ทั้งนี้สถานพยาบาลนั้น จะต้องรีบบรรจุให้มีแพทย์เพียงพอ ในการสลับเวร เพื่อดูแลประชาชนเสียก่อน

ขอขอบคุณทาง สธ. และ ภาครัฐที่ให้ความสำคัญ ขึ้นมาแก้ไขปัญหานี้ร่วมกันในการ ผลิต และหาตำแหน่งบรรจุให้กับแพทย์ ในการดูแลผู้ป่วย หวังว่าระบบจะดีขึ้นเรื่อยๆและเข้าสู่มาตรฐาน ที่ควรจะเป็นโดยเร็วครับ