ธเนศ ที่ปรึกษาศรีสะเกษ ยูไนเต็ด โพสต์แจงหลังถูกนักเตะขอนแก่นแจ้งความ ยันไม่มีการข่มขู่-พยายามตบ
จากกรณีนายยศกร นาถสิทธิ์ เข้ามาแจ้งความ โดยระบุว่า เหตุเกิดที่สนามศรีนรคลำดวน จ.ศรีสะเกษ ผู้แจ้งได้เดินทางมาแข่งฟุตบอล รายการไทยลีก 2 ในคู่ระหว่าง ศรีสะเกษ เจอกับขอนแก่น ในระหว่างที่มีการพักครึ่งของการแข่งขัน ได้มีนักการเมืองชื่อดัง ผู้บริหารของศรีสะเกษ เดินเข้ามาหา พร้อมชี้หน้าและพูดว่า “อย่ามานักเลงแถวนี้” พร้อมกับเงื้อมือเพื่อจะตบหน้า แต่สามารถจับมือไว้ก่อนที่จะโดนตบ
อ่านข่าว – ขอนแก่น ยูไนเต็ด พานักเตะแจ้งความ หลังถูกนักการเมืองดัง ผู้บริหารทีมคู่แข่ง เข้าข่มขู่-จะตบหน้า
เมื่อวันที่ 2 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายว่า นายธเนศ เครือรัตน์ ที่ปรึกษาสโมสร ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด โพสต์เฟซบุ๊กผ่านเพจ “ธเนศ เครือรัตน์” ระบุว่า
ก่อนอื่น ผมต้องขออภัยพี่น้องแฟนบอลทุกคนที่ปล่อยให้เวลาผ่านมาสักระยะ ก่อนที่จะออกมาชี้แจงต่อกรณีที่เกิดขึ้น
จากที่ได้รับทราบบทลงโทษของสมาคมที่มีต่อสโมสรศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ในการแข่งขันกับขอนแก่น ยูไนเต็ดนั้น มีบางประเด็นที่อาจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงอยู่บ้าง ผมจึงอยากขอชี้แจงดังนี้
การแข่งขันวันดังกล่าว มีหลายจังหวะที่การตัดสินของผู้ตัดสินค้านสายตาแฟนบอล ทำให้เกมส์มีความเข้มข้นและเกิดการปะทะรุนแรงอยู่หลายครั้ง
ในช่วงพักครึ่งแรก ผมได้เดินลงไปในสนามเพื่อพูดคุยกับผู้ตัดสิน จากนั้นจึงไปหารือกับโค้ชเป (ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด) และโค้ชกบ โดยขอให้ช่วยกำชับนักเตะให้เล่นกันเบาลง เนื่องจากสนามลื่นจากฝนตก และเกรงว่านักเตะจะได้รับบาดเจ็บ
ระหว่างที่พูดคุยกับโค้ชกบ ผู้เล่นหมายเลข 16 เดินผ่านมา ด้วยความคุ้นเคยที่เคยอยู่สโมสรเดียวกันมาก่อน ผมจึงได้หยอกล้อไปว่า “เอ็งอย่ามานักเลงแถวนี้นะ” เนื่องจากในครึ่งแรกผู้เล่นคนดังกล่าวเกือบมีปัญหากับผู้เล่นหมายเลข 10 ของเรา แต่ยืนยันชัดเจนว่า ผมไม่ได้มีการง้างมือหรือมีเจตนาจะทำร้ายนักเตะแต่อย่างใด ซึ่งในขณะนั้นโค้ชกบก็ยืนอยู่ด้วย และยืนยันว่าจะไปพูดคุยกับนักเตะเอง อีกทั้ง LOC ก็อยู่ในเหตุการณ์ตลอดเวลา
นอกจากนี้ จากความรุนแรงของเกม ทีมขอนแก่น ยูไนเต็ดเองก็ถูกปรับเป็นเงิน 20,000 บาท เนื่องจากมีนักเตะได้รับใบเหลืองถึง 5 ใบ
ผมไม่คาดคิดเลยว่าเรื่องราวจะบานปลายมาถึงขั้นนี้ เพราะผมเองก็ได้มอบหมายให้ตัวแทนได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ว่า “ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด”
หากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้แฟนบอลไม่สบายใจ ผมต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
สุดท้าย ผมขอยืนยันว่า ตลอดกว่า 20 ปีในวงการฟุตบอล ผมไม่เคยมีเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้แม้แต่ครั้งเดียว
และไม่อยากให้เอากีฬาไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง

