มูลนิธิวอชด็อก เผย วัดพระบาทน้ำพุ ยอมรับขาย โค-กระบือ ที่ปชช.ไถ่ชีวิต อ้างหาเงินมาดูแลผู้ป่วย
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ “มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand Foundation – WDT” โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า
หลังจากมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่วัดพระบาทน้ำพุ และพูดคุยกับรักษาการเจ้าอาวาสอย่างละเอียด เราเห็นว่ามี 2 ประเด็นสำคัญ ที่สังคมควรแยกออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน
ประเด็นแรกคือการดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการตรวจสอบพบว่า วัดยอมรับว่าได้จำหน่ายโค กระบือ และสัตว์ที่ประชาชนร่วมบริจาคเงินเพื่อ “ไถ่ชีวิต” ออกไปจริง โดยให้เหตุผลว่านำเงินไปจัดหาอาหาร แพมเพิร์ส และสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ป่วยที่ยังคงพักอาศัยอยู่ภายในวัด
อย่างไรก็ตาม การนำสัตว์ที่ได้รับการไถ่ชีวิตจากเงินบริจาคไปจำหน่าย อาจขัดต่อวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค และอาจมีประเด็นความรับผิดตามกฎหมายที่ต้องได้รับการตรวจสอบ
มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด และดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่เลือกปฏิบัติ และไม่ตัดสินผู้ใดเกินกว่าพยานหลักฐานที่พิสูจน์ได้
กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย แต่ในอีกด้านหนึ่ง… ความหิวของผู้ป่วย ก็ไม่อาจรอคำพิพากษาได้เช่นกัน
ระหว่างการลงพื้นที่ รักษาการเจ้าอาวาสได้ขอให้มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ช่วยถ่ายทอดข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งที่หลายคนอาจยังไม่ทราบ ผู้ป่วยโรคเอดส์จำนวนมากไม่ได้หายไปไหน แม้ในช่วงแรกจะมีการย้ายผู้ป่วยบางส่วนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ตามนโยบายของภาครัฐ แต่หลังจากนั้นเพียงไม่นาน ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยก็ถูกส่งกลับมายังวัด เนื่องจากไม่มีหน่วยงานหรือสถานพยาบาลใดสามารถรับดูแลต่อได้
บางคนกลับไปหาครอบครัว แต่กลับถูกปฏิเสธ เพราะยังต้องเผชิญอคติจากสังคม จนต้องย้อนกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่วัดพระบาทน้ำพุอีกครั้ง
วันนี้ ผู้ป่วยยังอยู่ที่เดิม ยังต้องกินข้าว ยังต้องใช้แพมเพิร์ส ยังต้องได้รับการดูแลทุกวัน
ขณะเดียวกันภายในพื้นที่ยังมีสุนัขและแมวที่กำลังรออาหารและการดูแลเช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากวัดอยู่ระหว่างการตรวจสอบและกระบวนการดำเนินคดี ทำให้ไม่สามารถเปิดรับบริจาคหรือประกาศขอความช่วยเหลือได้ตามปกติ
รักษาการเจ้าอาวาสยอมรับว่า เมื่อมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ เผยแพร่ข้อเท็จจริงเรื่องการจำหน่ายสัตว์ ย่อมมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา และท่านพร้อมน้อมรับในส่วนที่เกี่ยวกับการกระทำซึ่งไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค
แต่ท่านฝากคำขอไว้เพียงประโยคเดียวว่า “อย่าปล่อยให้ผู้ป่วยต้องอดอาหาร เพราะความผิดที่พวกเขาไม่ได้เป็นผู้ก่อ”
ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ จึงขอแยก การดำเนินคดี ออกจาก การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม อย่างชัดเจน
ผู้ที่ประสงค์จะร่วมช่วยเหลือ ไม่ต้องบริจาคเป็นเงิน แต่สามารถร่วมส่งสิ่งของจำเป็นได้ ดังนี้
- แพมเพิร์สแบบติดเทป ไซส์ L (ไม่ใช่แบบกางเกง)
- ถุงมือยาง
- แผ่นรองซับผู้ป่วย
- ข้าวสาร
- อาหารสุนัข
- อาหารแมว
เราจะดำเนินคดีในส่วนที่กฎหมายกำหนดและเราจะไม่ทอดทิ้งผู้ป่วยหรือสัตว์ที่กำลังรอความเมตตาจากสังคมเพราะในสังคมที่เป็นธรรม…ความยุติธรรมกับความเมตตา ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ต้องเดินไปด้วยกัน




