ผู้บริโภค ชนะคดี กระทะโคเรียคิง ฐานโฆษณาเกินจริง หลังสู้คดีนานกว่า 9 ปี ศาลอุทธรณ์ สั่งชดเชยผู้ใช้กระทะ 2 รุ่น สูงสุดรายละ 2,500 บาท
เมื่อวันที่ 4 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้โพสต์ผ่านเฟวบุ๊ก ระบุว่า ผู้บริโภคชนะคดีกระทะโคเรียคิง ฐานโฆษณาเกินจริง โดย ศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้ผู้บริโภคในฐานะโจทก์ชนะคดี โดยให้จำเลยที่จำหน่าย “กระทะโคเรียคิง” ต้องชดใช้ค่าเสียหายฐานโฆษณาเกินจริง รวมถึงดอกเบี้ยผิดนัดนับจากวันฟ้องคดี
วันนี้ (3 ก.ย.69) นางนฤมล เมฆบริสุทธิ์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยว่า ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาในคดีผู้บริโภคฟ้องร้องแบบกลุ่ม กรณี โฆษณาเกินจริงของ “กระทะโคเรีย คิง (Korea King)” ซึ่งเป็นคำพิพากษากลับ กรณีคำพิพากษาของศาลชั้นต้น (ศาลแพ่ง) ที่เคยตัดสินยกฟ้องเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566
โดยศาลอุทธรณ์ตัดสินให้จำเลยที่เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์และสมาชิกกลุ่มผู้บริโภค ที่ซื้อกระทะโคเรียคิง ภายในวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 ได้แก่ รุ่นไดมอนด์ (Diamond Series) ได้รับค่าชดเชย รายละ 2,500 บาท และ รุ่นโกลด์ (Gold Series) ได้รับค่าชดเชย รายละ 2,000 บาท
ทั้งนี้ เหตุผลหลักที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ผู้บริโภคชนะคดี เนื่องจากจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาจากการโฆษณาเกินจริง โดยพิจารณาผลตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์จากหลายหน่วยงาน เช่น วิทยาศาสตร์บริการ, ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC), มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นต้น พบว่า กระทะรุ่นโกลด์ มีการเคลือบผิวจริงเพียง 5 ชั้น และ รุ่นไดมอนด์ เคลือบผิวจริง 6 ชั้น ไม่เป็นไปตามคำโฆษณาของจำเลยที่อ้างว่าเคลือบหนาถึง 8 ชั้น การโฆษณานี้ทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อและยอมซื้อในราคาสูงกว่ากระทะทั่วไป จึงถือเป็นฝ่ายผิดสัญญา
อย่างไรก็ตาม ศาลอุทธรณ์ได้ยกเหตุผลกรณีไม่ให้คืนเงินเต็มจำนวนให้โจทก์ เนื่องจากผลการทดสอบพบว่ากระทะโคเรียคิง รุ่นที่ถูกฟ้องร้องยังสามารถใช้งานประกอบอาหารได้ตามปกติ ไม่พบการปนเปื้อนของสารอันตราย และไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้ อีกทั้งโจทก์ไม่ได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญากับจำเลยเพื่อกลับคืนสู่ฐานะเดิม จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินคืนค่ากระทะเต็มจำนวน แต่ศาลพิจารณา เห็นว่าผู้บริโภคได้รับความเสียหายจากการจ่ายเงินซื้อสินค้าในราคาที่แพงกว่ากระทะทั่วไป โดยไม่ได้รับคุณสมบัติพิเศษตามที่โฆษณา ศาลจึงกำหนดค่าเสียหายส่วนต่าง ให้ตามความเหมาะสม (รุ่นไดมอนด์ 2,500 บาท และ รุ่นโกลด์ 2,000 บาท)
ส่วนข้อเรียกร้องอื่นๆ ของโจทก์ที่ศาลยกฟ้อง ได้แก่ ค่าเสียหายต่อร่างกาย , อนามัย , และจิตใจ เนื่องจากพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะชี้ว่าการใช้กระทะส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายหรือจิตใจของผู้บริโภค ส่วนค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปร้องเรียนหน่วยงานต่าง ๆ ศาลยกฟ้อง เนื่องจาก ถือว่าไม่ใช่ค่าเสียหายโดยตรงอันเกิดจากการผิดสัญญา ในส่วนค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ (Punitive Damages) ศาลยกฟ้อง เช่นกัน เนื่องจากพฤติการณ์ยังไม่ปรากฏว่าจำเลยมีเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรม หรือ จงใจก่อความเสียหาย
ศาลอุทธรณ์ ยังมีคำพิพากษาให้จำเลยต้องจ่าย “ดอกเบี้ยผิดนัด” ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินต้น นับจากวันฟ้องตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2560 จนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 จากนั้น ปรับลดเหลือร้อยละ 5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น ซึ่งเป็นไปตามการแก้ไขกฎหมายใหม่เรื่องดอกเบี้ยผิดนัด
นอกจากนี้ จำเลยยังต้องชำระ “ค่าฤชาธรรมเนียม” ทั้ง 2 ศาล แทนโจทก์ ทั้ง 5 ราย โดยกำหนดค่าทนายความรวม10,000 บาท และเงินรางวัลทนายความสำหรับคดีกลุ่ม รวม 40,000 บาท
ไทม์ไลน์ ยื่นฟ้องแพ่งกระทะโคเรียคิง
30 มิถุนายน 2560 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เป็นตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายนำเรื่องฟ้องร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อเรียกค่าเสียหาย กว่า 1,650 ล้านบาท ให้กับกลุ่มผู้บริโภคทุกคนที่ซื้อกระทะ
19 ตุลาคม 2563 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตรับคดี ‘กระทะโคเรียคิง’ เป็นคดีกลุ่ม เฉพาะรุ่นไดมอนด์ ซีรีส์ (Diamond Series) และ รุ่นโกลด์ ซีรีส์ (Gold Series) ที่ซื้อภายใน 17 พฤษภาคม 2560 พร้อมแนะผู้เสียหายเก็บหลักฐานการสั่งซื้อไว้ดำเนินคดีต่อไปในขั้นตอนต่อไป
23 กุมภาพันธ์ 2565 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งรับเป็นคดีแบบกลุ่มตามศาลชั้นต้น โดยจำกัดขอบเขตของกลุ่มจะต้องมิได้ตกลงรับการแก้ไขเยียวยาความเสียหายจากจำเลย
15 พฤศจิกายน 2566 ศาลชั้นต้น (ศาลแพ่ง) พิพากษายกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าไม่พบสารอันตรายต่อร่างกาย มีการแสดงราคาและจัดส่งสินค้าจริง ไม่เข้าข่ายกระทำผิดหรือละเมิดสิทธิผู้บริโภค
ล่าสุด 3 กันยายน 2569 ศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้ผู้บริโภคในฐานะโจทก์ชนะคดี โดยให้จำเลยที่จำหน่ายกระทะ “โคเรีย คิง ต้องชดใช้ค่าเสียหายฐานโฆษณาเกินจริง รุ่นไดมอนด์ (Diamond Series) และรุ่นโกลด์ (Gold Series) รวมถึง ดอกเบี้ยผิดนัดนับจากวันฟ้องคดี จำเลยยังต้องชำระ “ค่าฤชาธรรมเนียม” ทั้ง 2 ศาล แทนโจทก์ ทั้ง 5 ราย



