‘น้องมิลค์’ แชมป์โลกบินโดรนคว้าชัย ‘เจียงฮายเกมส์’ – กีฬาชาติจ่อกลับมาจัดปีละครั้งตามเดิม

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 46 “เจียงฮายเกมส” ที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ไฮไลต์อยู่ที่การแข่งขันกีฬาทางอากาศ

น้องมิลค์คว้าทอง – เมื่อ “น้องมิลค์” ด.ญ.วรรณญา วรรณผ่อง วัย 11 ปี เจ้าของแชมป์บังคับโดรนชิงแชมป์โลก ที่ประเทศจีน เดินทางมาร่วมแข่งขันบังคับโดรน ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติเป็นครั้งแรก โดยน้องมิลค์บังคับอากาศยานโดรนให้ กทม. ทำเวลาดีที่สุด คว้าเหรียญทองมาครองตามความคาดหมาย

นายอาวุธ วรรณผ่อง ผู้เป็นพ่อ และโค้ชของน้องมิลค์ เปิดเผยว่า การมาครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจัดการแข่งขันโดรนในกีฬาแห่งชาติ ซึ่งถือเรื่องน่ายินดีที่จะมีเวทีในการพัฒนานักกีฬาหน้าใหม่ขึ้นมา เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติมากขึ้น ส่วน น้องมิลค์ ในการแข่งขันครั้งนี้แม้ว่าจะเป็นเพียงกีฬาสาธิต แต่เมื่อมีดีกรีแชมป์โลกติดมาด้วยย่อมต้องกดดันตัวเองเป็นเรื่องธรรมดา อย่างไรก็ตาม ได้บอกให้เขาให้โฟกัสที่การแข่งขันก่อน

“จริงๆ แล้วเด็กไทยเล่นโดรนเก่งเยอะมาก แต่ขาดเวที และผู้สนับสนุนในการแข่งขัน ทำให้โอกาสที่จะพัฒนาฝีมือมีน้อยไป จากนี้คงจะดีขึ้นตามลำดับ ส่วนปีหน้าน้องมิลค์ ยังคงมุ่งในการแข่งขันระดับนานาชาติเป็นหลัก และจะต้องพัฒนาฝีมือขึ้นอีก เพราะในเวทีระดับโลกนักกีฬาทุกคนมีความสามารถและพร้อมจะพัฒนาขึ้นมาทั้งสิ้น เป้าหมายจะไม่กดดันตัวน้อง ขอให้ทำให้เต็มที่และดีที่สุดเท่านั้น” คุณพ่อน้องมิลค์กล่าว

 

ส่วนประเภทอื่นๆ (เฉพาะทอง) ร่มบิน PF1M แบบแข่งความแม่นยำ ณัฎฐ์ ธนพุฒิพงศ์ (อุดรธานี) 28 คะแนน, ร่มบิน PF1M แบบประหยัดเชื้อเพลิง เอกภพ อู่อรุณ (สระบุรี) 14 คะแนน, ร่มบิน PL1 สามล้อร่มบิน แบบเดินทาง ประกาศิต แสนหล้า (อุดรธานี) 14, ร่มบิน PF1M รวมคะแนนสูงสุด ณัฎฐ์ ธนพุฒิพงศ์ (อุดรธานี) 46 คะแนน, ร่มบิน PL1 แบบแข่งความแม่นยำ ยุทธพล อนันตวิเชียร (กทม.) 14 คะแนน, ร่มบิน PL1 แบบประหยัดเชื้อเพลิง ยุทธพล อนันตวิเชียร (กทม.) 14 คะแนน, ร่มบิน PL1 สามล้อร่มบิน คะแนนรวมบุคคลสูงสุด ยุทธพล อนันตวิเชียร (กทม.) 31 คะแนน, ร่มบิน ประเภททีม PF1 รวมคะแนนที่ดีที่สุด 3 คน (อุดรธานี) 420 คะแนน, ร่มบิน ประเภททีม PL1 สามล้อร่มบิน คะแนนรวม 2 คน (อุดรธานี) 170 คะแนน, ร่มบิน PF1M แบบเดินทาง ภูมิศิษฐ์ ธนสกุลกรแสง (กำแพงเพชร) 14 คะแนน

‘สัญชัย-ณัฐยาน์’ คว้าทองวิ่งมาราธอน
ขณะที่ กรีฑา วันสุดท้าย ชิง 2 เหรียญทอง วิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21 กม. ชาย เหรียญทอง สัญชัย นามเขต (สุรินทร์) 1.11.23.20 ชม. เหรียญเงิน บุญถึง ศรีสังข์ (บุรีรัมย์) 1.14.42.45 ชม. เหรียญทองแดง นัธทวัฒน์ บุญอุปละ (กรุงเทพฯ) 1.14.44.07 ชม. ส่วนหญิง เหรียญทอง ณัฐธยาน์ ธนรณวัฒน์ (ลำพูน) 1.25.43.61 ชม. เหรียญเงิน ลินดา จันทะชิด (หนองคาย) 1.27.27.89 ชม. เหรียญทองแดง อรนุช เอื่อมเทศ (เพชรบูรณ์) 1.30.22.06 น. เมื่อจบการแข่งขันกรีฑา ผลปรากฏว่า กรุงเทพฯ คว้าเหรียญทองไปครองได้มากที่สุด 11 เหรียญทอง 11 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง อันดับ 2 สุราษฎร์ธานี 5 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง อันดับ 3 สุรินทร์ 4 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง
ส่วนผลกีฬาที่น่าสนใจ (เฉพาะเหรียญทอง) ดังนี้ จักรยาน ชิง 2 เหรียญทอง บีเอ็มเอ็กซ์ ชาย พิชญุตย์ กองสนธิ์ (สระบุรี), หญิง ดวงกมล ทองมี (ระยอง)

แนวโน้มสูงกลับมาจัดกีฬาชาติปีละครั้ง
สถานการณ์กีฬานานาชาติเปลี่ยนไป มีผลต่อกีฬาระดับประเทศของไทย “รองตูน” ณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการ กกท. ระบุโอกาสที่กีฬาแห่งชาติ จะกลับมาจัดปีละครั้งเหมือนเดิม มีมากขึ้น ส่วนเหตุผลการจัด 2 ปีครั้งก่อนหน้านี้ เพราะทีมชาติมีเกมแข่งเยอะ หากมาเล่นกีฬาชาติทุกปีด้วย ร่างกายช้ำ แต่ตอนนี้เกมของเอเชีย ลดจำนวนลงไปแล้ว ควรมีเวทีให้นักกีฬาได้ชิงชัยเป็นประจำทุกปี ให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่องเหมือนเก่า แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้องฟังความเห็นคนวงการกีฬารอบด้านอีกครั้ง ว่าจะสรุปอย่างไร

“รองตูน” นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา กล่าวว่า แม้ในเวลานี้กีฬาแห่งชาติ จะจัด 2 ปีครั้ง หลังจากจบการแข่งขันที่จังหวัดเชียงราย อีก 2 ปีข้างหน้า ปี 2563 จังหวัดศรีสะเกษ ก็จะรับหน้าที่ต่อไป ก็ยังมีประเด็นให้พูดถึงในเรื่องของการที่สมควรหรือไม่ ที่จะให้กีฬาแห่งชาติกลับมาจัดทุกปีเหมือนเดิม

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า โดยส่วนตัวมีความเห็นว่าสถานการณ์กีฬานานาชาติเปลี่ยนไป ซึ่งแน่นอนส่งผลต่อกีฬาระดับประเทศของไทย ทำให้โอกาสที่กีฬาแห่งชาติ จะกลับมาจัดปีละครั้งเหมือนเดิมมีมากขึ้น โดยเหตุผลของการจัด 2 ปีครั้งก่อนหน้านี้ ด้วยเพราะเห็นว่าบรรดานักกีฬาทีมชาติ มีเกมแข่งขันเยอะมาก ทั้งซีเกมส์, เอเชี่ยนเกมส์, เอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ และมาเชียลอาร์ตเกมส์, เอเชี่ยนบีชเกมส์ หากจะให้มาเล่นกีฬาแห่งชาติด้วย ร่างกายก็จะช้ำเกินไป มีผลต่อผลงานในระดับนานาชาติอีก

“อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เกมของเอเชียลดจำนวนลงไปแล้ว อย่างเอเชี่ยนอินดอร์ กับเอเชี่ยนมาเชียลอาร์ตเกมส์ ก็รวมกันเหลือเกมเดียว ดังนั้น เกมนานาชาติลดลง ก็ควรมีเวทีในประเทศให้นักกีฬาได้ชิงชัยเป็นประจำทุกปี ให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่องเหมือนเก่า เป็นเวทีให้บรรดาดาวรุ่ง ได้แสดงฝีมือ ก้าวขึ้นสู่ทีมชาติต่อไปในอนาคต และน่าจะส่งผลดีต่อจังหวัดต่างๆ ที่เป็นเจ้าภาพด้วย ที่จะได้มีการขับเคลื่อนทั้งการพัฒนากีฬา และในด้านเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้ ก็ยังจำเป็นที่จะต้องฟังความเห็นคนวงการกีฬารอบด้านอีกครั้ง ว่าจะคิดเห็นและสรุปอย่างไร ซึ่งหากจะต้องเปลี่ยนแปลง ขั้นตอนต่างๆ ยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควร” รองผู้ว่าการ กกท.กล่าว

เปิดใจ ‘น้องมิลค์’ กับความลับที่ทำให้ ‘คว้าแชมป์บินโดรน’ อายุน้อยที่สุดในโลก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชทพ.ตั้ง “ประภัตร“ เป็นปธ.คกก.สรรหาผู้สมัคร ส.ส.- ”นิกร”เป็นเลขาฯควบที่ปรึกษาหน.
บทความถัดไปสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ร.6