บัวขาว-ขาวผ่อง ยกมือหนุนดันมวยไทย ขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรม ยูเนสโก 

28.03.24 | 07:01 น.

บัวขาว-ขาวผ่อง ยกมือหนุนดันมวยไทย ขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรม ยูเนสโก 

“บัวขาว บัญชาเมฆ” ยกมือหนุนดัน “มวยไทย” ขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรม “ยูเนสโก” แนะรวมศิลปะแม่ไม้มวยไทยครบทุกภาคเป็นหนึ่งเดียว ภาครัฐ-เอกชน ร่วมมือกัน ด้าน “ขาวผ่อง สิทธิชูชัย” หนุนเติมเต็มให้เข้มแข็งทั้งระบบ เพื่อความยิ่งใหญ่สมกับการเป็นซอฟต์พาวเวอร์ประเทศไทย

ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ในการเสนอรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทย 2 รายการ คือ ชุดไทย และมวยไทย ส่งเอกสารรายการเพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)

บัวขาว บัญชาเมฆ ยอดนักมวยไทยขวัญใจชาวไทย เจ้าของค่ายมวย “บัญชาเมฆ” ที่ จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ส่วนตัวรู้สึกดีใจ และยินดีมากที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เสนอรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทยอย่างมวยไทยขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แต่อยากที่จะเสนอแนะว่า ให้รวมศิลปะแม่ไม้มวยไทยที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคต่างๆ ในประเทศไทยให้ครบทุกภาค เช่น ภาคกลาง, ภาคใต้, ภาคเหนือ และภาคอีสาน ที่มีศิลปะแม่ไม้มวยไทยต่างกัน อย่าแบ่งแยกเด็ดขาดต้องรวมเป็นศิลปะมวยไทยเพื่อท้องถิ่นไทย

“ขณะเดียวกันในเรื่องของการดำเนินการอยากเสนอว่า ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะภาครัฐ หรือภาคเอกชน ต้องร่วมมือกันอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงต่างประเทศ ฯลฯ เพื่อผลักดันให้คนไทยทุกคนรู้สึกว่ามีส่วนร่วมกับการดำเนินการนำมวยไทยไปสู่การเป็นมรดกโลกอย่างภาคภูมิใจของคนมวยไทยทุกภาคส่วน” บัวขาวกล่าว

Advertisement

ขณะที่ “ขาวผ่อง” นายทวี อัมพรมหา อดีตนักมวยไทยเจ้าของฉายา “ขาวผ่อง สิทธิชูชัย” และนักมวยชาวไทยคนแรกที่ได้เหรียญเงินจากการแข่งขันชกมวยในโอลิมปิก ครั้งที่ 23 ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า การที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เสนอรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทย อย่างมวยไทย เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก ซึ่งเป็นการช่วยทำให้มวยไทยได้การยอมรับ และสร้างความนิยมมากยิ่งขึ้นในต่างประเทศ โดยจะเป็นการเดินหน้าผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ มวยไทย ครบทุกรูปแบบ ทั้งศิลปะวัฒนธรรมมวยไทย อุปกรณ์ และครูมวยไทย ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

นายทวี อัมพรมหา กล่าวอีกว่า การนำเสนอมวยไทยเป็นมรดกวัฒนธรรมของยูเนสโก เป็นการเติมเต็มทุกระบบไปในทิศทางเดียว เพื่อให้มวยไทยมีความยิ่งใหญ่ทั้งหมดในภาพรวม ซึ่งองค์กรและหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกัน โดยในส่วนของครูมวยไทยก็มีทางกระทรวงแรงงาน ได้จัดการพัฒนาฝีมือภาคบริการ สาขาครูมวยไทย เพื่อให้ได้รับใบประกาศนียบัตร และมีมาตรฐานรับรองในการไปเป็นครูมวยไทยฝึกสอนในต่างประเทศ ซึ่งในชาวต่างชาติเขาก็ดูออกว่าครูมวยไทยคนไหนมีหรือไม่มีฝีมือ ดังนั้นครูมวยไทยจะต้องมีไลเซนส์รับรอง แต่เรื่องนี้เพิ่งเริ่ม และจะต้องใช้เวลาในการสร้างความตื่นตัวให้กับครูมวยไทย เพราะในความคิดของครูมวยไทยจะคิดว่าเขาเป็นครูมวยไทยที่ไม่มีใครมาขีดเส้นให้กับเขา

“การที่ครูมวยไทยได้ไลเซนส์ไปฝึกสอนในต่างประเทศจะเป็นการช่วยลดความเสี่ยง ลดการถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือต้องหลบๆ ซ่อนๆ ตอนนี้ทางกระทรวงแรงงานได้ผลิตครูทดสอบครูมวยไทยรุ่นแรกออกมา 42 คนแล้ว และผมเป็นหนึ่งในนั้น รวมทั้งขยายสถานที่ทดสอบครูมวยไทยเพิ่มขึ้น ทั้งที่สนามมวยลุมพินี, ค่ายมวยสามารถพยัคฆ์อรุณยิม, การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) รวมถึงภาคอีสาน, ภาคเหนือ และภาคใต้ ซึ่งการที่มวยไทยเตรียมขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมของยูเนสโก จะเป็นการช่วยเติมเต็มให้มวยไทยเข้มแข็งทั้งระบบ เพื่อให้ไปในทิศทางเดียวกันให้มีความยิ่งใหญ่สมกับการเป็นซอฟพาวเวอร์ของประเทศไทย” ขาวผ่องกล่าวปิดท้าย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ครม.ไฟเขียว เสนอ ‘ชุดไทย-มวยไทย’ เข้าคิวยูเนสโก ขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมฯ