หน้าแรก กีฬา พิชัย ปลุกขวั...

พิชัย ปลุกขวัญกำปั้นไทยบู๊เอเชี่ยนเกมส์ มองโอกาส 4 นักชกสาวมีลุ้นเหรียญ

8.09.26 | 12:32 น.

พิชัย ปลุกขวัญกำปั้นไทยบู๊เอเชี่ยนเกมส์ มองโอกาส 4 นักชกสาวมีลุ้นเหรียญ

นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีมอบโอวาทและอำนวยพรแก่นักกีฬามวยสากลทีมชาติไทย ชุดเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ประสบความสำเร็จได้รับชัยชนะสร้างชื่อเสียงแก่ประเทศชาติ โดยมีคณะกรรมการสมาคมรวมทั้งคณะผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ร่วมด้วยที่ศูนย์ฝึกกีฬามวยสากลมาตรฐานระดับสากล ชั้น 3 การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 กันยายน


นายพิชัย ชุณหวชิร กล่าวว่า ในครั้งนี้เป็นการมาส่งนักกีฬาไปเก็บตัวที่ประเทศญี่ปุ่น 10 วันก่อนขึ้นชกในศึกเอเชี่ยนเกมส์ 2026 ซึ่งถือเป็นรายการน้องๆ ของโอลิมปิกเกมส์ เพราะถ้าได้เหรียญทองเอเชียนเกมส์ก็มีโอกาสได้เหรียญทองโอลิมปิก ดังนั้นเราจึงมีการเตรียมความพร้อมกันเป็นอย่างดี แต่เอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้มีข้อจำกัดเรื่องที่เจ้าภาพตัดรถจำนวนรุ่นลง ทำให้รุ่นเล็กๆ หายไป และเป็นปัญหาอยู่จุดหนึ่ง

นายพิชัย กล่าวอีกว่า นักชกชุดนี้มีความพร้อมขึ้นมาตามลำดับ ส่วนใหญ่อยู่กับเรามาตั้งแต่เด็ก และมีบางรุ่นที่เติบโตขึ้นมา ส่วนโอกาสคว้าเหรียญในเอเชี่ยนเกมส์นั้น ต้องดูผลจับสลากแบ่งสายด้วย ซึ่งนักชกหญิงมีุล้น 3-4 รุ่น โดยเฉพาะรุ่น 60 กก. “เฟี้ยว” ปุณณ์รวี รื่นรส ที่แบกน้ำหนักขึ้นมามีลุ้นมากที่สุด รวมทั้งรุ่น 54 กก. “โฟกัส” ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง และรุ่น 51 กก. “หวาน” จุฑามาศ รักสัตย์ ก็มีโอกาส 50-50 ส่วนรุ่น 65 กก. “บี” จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง ดีกรีเหรียญทองแดงโอลิมปิก 2024 หยุดไปนานเป็นปีจากอาการเจ็บ แต่ฟื้นกลับมาดีขึ้นแล้ว ก็มีโอกาสได้ลุ้นเช่นกัน ด้านนักชกชายมีลุ้น 2 รุ่นคือ รุ่น 55 กก. กรังปี โบขุนทด ที่ต่อยดีต่อยเร็ว มีอนาคต และรุ่น 60 กก. ศักดิ์ดา รวมธรรม ที่มีความแข็งแรง ส่วนรุ่นใหญ่เราเสียเปรียบ

“แน่นอนว่าเราดูแลนักกีฬาของเราให้มีความมั่นใจว่าจะไม่ลำบาก ไม่ให้มีปัญหาเรื่องส่วนตัวและเรื่องเงิน ขณะที่เงินอัดฉีดนั้น ผมยังไม่ได้บอกนักกีฬา แต่ทุกคนก็รู้อยู่แล้ว เพราะเราไม่อยากให้มองว่าเป็นการใช้เงินล่อให้นักกีฬาคว้าเหรียญ ซึ่งตอนนี้ทุกคนมีความสุขกับการต่อยมวยด้วยใจ และมีอนาคตมากขึ้น ส่วนเรื่องการตัดสินเป็นสิ่งที่เรากังวลทุกครั้ง แต่เชื่อว่าครั้งนี้คงจะไม่ซ้ำรอย เพราะเรื่องการตัดสินเป็นจุดอ่อนของมวยสากลที่โอลิมปิกเตือนมา” นายพิชัย กล่าว

Advertisement

สำหรับทีมมวยสากลทีมชาติไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมชิงชัย 11 รุ่น ประกอบด้วย ชาย รุ่น 55 กก. กรังปี โบขุนทด, รุ่น 60 กก. ศักดิ์ดา รวมธรรม, รุ่น 70 กก. บรรจง สินศิริ, รุ่น 80 กก. วีระพล จงจอหอ, รุ่น 90 กก. จักรพงศ์ ยมโคตร และรุ่นมากกว่า 90 กก. อรรถพงษ์ แสงเทพ / หญิง รุ่น 51 กก. จุฑามาศ รักสัตย์, รุ่น 54 กก. ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง, รุ่น 60 กก. ปุณณ์รวี รื่นรส, รุ่น 65 กก. จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง และรุ่น 75 กก. พรทิพย์ บัวป่า ส่วนทีมผู้ฝึกสอน หลุยส์ มาเรียโน่ กอนซาเลซ คอสเม่ เฮดโค้ช, ผดุงชัย พันนุมา, อภิชาติ กูลศรี และฐสิกร สณฑ์สกุณา

สำหรับทัพกำปั้นทีมชาติไทยจะออกเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 8 กันยายน 2569 เพื่อเข้าเก็บตัวฝึกซ้อมในช่วงวันที่ 9-16 กันยายน ก่อนเข้าสู่การแข่งขันมวยสากลในมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 2026 ซึ่งจะแข่งขันที่นิชิโอะ ยิมเนเซียม เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 21 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569