อดีตควอเตอร์แบ๊กเจ๊ตส์ออกจาก รพ.-คุกแล้ว เจ้าตัวปัดพูดเรื่องคดี

14.10.25 | 17:00 น.
(AP Photo/Kyusung Gong, File)

อดีตควอเตอร์แบ๊กเจ๊ตส์ออกจาก รพ.-คุกแล้ว เจ้าตัวปัดพูดเรื่องคดี


จากกรณีที่มาร์ก ซานเชซ อดีตควอเตอร์แบ๊กทีมนิวยอร์ก เจ๊ตส์ ก่อเหตุเมาวิวาทที่อินเดียนาโปลิสเมื่อต้นเดือนตุลาคม จนโดนแทงที่ลำตัวหลายแผลเข้าโรงพยาบาล ก่อนถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายและถูกจับกุมตัวในเวลาต่อมา

อดีตควอเตอร์แบ็กเจ๊ตส์เสี่ยงนอนคุก หลังก่อเรื่องเมาวิวาท

ล่าสุด สื่อต่างประเทศรายงานว่า ซานเชซได้รับการปล่อยตัวจากโรงพยาบาลและจากคุกแล้ว โดยศาลตั้งเงื่อนไขว่า เขาจะต้องรับการพิมพ์ลายนิ้วมือและถ่ายรูปทำประวัติที่เรือนจำมาเรียน เคาน์ตี้ หลังออกจากโรงพยาบาล เพื่อรอการดำเนินคดีต่อไป

หลังได้รับการปล่อยตัว ซานเชซให้สัมภาษณ์สื่อสั้นๆ ว่ายังไม่สามารถตอบคำถามใดๆ ตอนนี้ได้ เนื่องจากต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวจากแผลถูกแทงที่ลำตัวหลายแผลซึ่งต้องใช้เวลานาน

Advertisement

สำหรับซานเชซเคยเป็นดาวเด่นที่ถูกเจ๊ตส์ดราฟต์ตัวเป็นลำดับที่ 5 จากทั้งหมดในการดราฟต์ตัวลีกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอลปี 2009 ลงเล่นให้เจ๊ตส์ 5 ฤดูกาล พาทีมเข้าชิงแชมป์สายเอเอฟซี 2 ครั้ง นอกจากนี้ ยังเคยเล่นให้ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์, ดัลลัส คาวบอยส์, ชิคาโก แบร์ส และวอชิงตัน เรดเดอร์ส ขว้างทำระยะรวมตลอดการเล่นลีกคนชนคน 10 ฤดูกาล 15,357 หลา เป็น 86 ทัชดาวน์ และโดนอินเตอร์เซปต์ 89 ครั้ง

หลังอำลาวงการในปี 2019 ซานเชซหันมาจับงานทางโทรทัศน์กับช่อง “อีเอสพีเอ็น” ก่อนย้ายไปทำหน้าที่นักวิจารณ์ให้ช่อง “ฟ็อกซ์ สปอร์ตส์” ตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งวันเกิดเหตุ เขาเตรียมทำหน้าที่คอมเมนเตเตอร์ให้กับเกมระหว่างอินเดียนาโปลิส โคลต์ส กับลาสเวกัส เรดเดอร์ส

แถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอินเดียนาโปลิสระบุว่า เกิดเหตุชาย 2 คนวิวาทกัน ทำให้ชายคนหนึ่งมีบาดแผลฉีกขาด ส่วนอีกคนมีแผลถูกแทง โดยซานเชซโดนจับกุมตัวในข้อหาทำร้ายร่างกายให้อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บ บุกรุกยานยนต์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมึนเมาในที่สาธารณะ

ข่าวระบุว่า คู่กรณีของซานเชซเป็นคนขับรถรับส่งของวัย 69 ปี ที่กำลังขนของจากหน้าโรงแรม และซานเชซที่มีอาการมึนเมาพยายามจะขึ้นไปบนรถจนมีปากเสียงกัน อีกฝ่ายหวั่นโดนทำร้ายจึงชักมีดออกมาแทง ขณะที่ซานเชซก็ตอบโต้ด้วยการเหวี่ยงเขาฟาดถังขยะใหญ่หน้าโรงแรม จนคนขับรถมีแผลฉีกขาดขนาดใหญ่บริเวณใบหน้า ซึ่งคู่กรณีได้ให้ทนายยื่นฟ้องซานเชซและฟ็อกซ์ต่อศาลแห่งรัฐอินเดียนาแล้ว