โค้ชเชหนักใจเอเชี่ยนเกมส์ที่ญี่ปุ่น ไม่มีชาลเลนจ์ แต่ยังมั่นใจมีเหรียญทอง กลับมากฝากคนไทย
สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย เปิดแคมป์ทีมชาติ ให้สื่อมวลชนร่วมทำข่าวความพร้อมของเหล่านักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย ทั้งประเภทต่อสู้และประเภทพุมเซ่ (ท่ารำ) ชุดเตรียมความพร้อมสู้ศึกเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 โดยมี “บิ๊กเอ” ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโดฯ ร่วมให้กำลังใจนักกีฬา ที่ศูนย์ฝึกสมาคมกีฬาเทควันโดฯ หัวหมาก ก่อนที่ทีมจอมเตะไทยชุดนี้ จะเดินทางไปซ้อมที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา และไปลุยศึกเอเชี่ยนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 ตุลาคม
ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ กล่าวว่า เอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ เราได้โควต้าส่งนักกีฬาประเภทต่อสู้ เข้าแข่งขัน 8 คน แบ่งเป็นชาย 4 รุ่น และหญิง 4 รุ่นมีการเก็บตัวฝึกซ้อมและส่งแข่งขันอย่างต่อเนื่องและอีกไม่กี่วันข้างหน้าเราจะไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่เขาใหญ่ซึ่งเป็นเรื่องประจำก่อนแข่งขันที่จะไปฝึกซ้อมที่นั่นเพื่อเป็นการปลีกวิเวกเล็กน้อยและห่างจากความจำเจและให้นักกีฬามีสมาธิมากที่สุด
ผศ.พิมล กล่าวต่อว่า ครั้งนี้เทควันโดจะแข่งขันวันท้ายๆ คือ 1-3 ตุลาคม ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นครั้งที่หนักที่สุด ซึ่งตนเองยอมรับว่ามีความกังวลในเรื่องของการแบ่งน้ำหนักตามรุ่นที่มีในโอลิมปิกเกมส์ ซึ่งไม่เหมือนกับเอเชี่ยนเกมส์ทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งนักกีฬาไทยเสียเปรียบเพราะต้องแบกน้ำหนัก อย่าง “หยู” บัลลังก์ ทับทิมแดง ที่ได้เหรียญทอง เอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่แล้ว เล่นอยู่ในรุ่น 63 กก.ชาย แต่ครั้งนี้ไม่มีรุ่นนี้ ต้องขยับไปเล่นในรุ่น 68 กก. แทน อย่างไรก็ตาม แม้นักกีฬาไทย จะเบากว่า เตี้ยกว่า เล็กกว่า แต่ก็เสียเปรียบไม่มาก เชื่อว่าจะสู้ได้แน่นอน
นายกเทควันโดไทย ยอมรับว่าการที่ทีมเทควันโดไทย ไม่มี “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ราชินีเหรียญทอง โอลิมปิกเกมส์ 2 สมัยซ้อน ที่ประกาศอำลาสังเวียนไปแล้ว มีผลต่อโอกาสในการคว้าเหรียญทองของทีมไทย แต่ยังมั่นใจว่านักกีฬาหน้าใหม่จะมีเหรียญทองกลับมา ได้กำชับโค้ชว่าต้องวางแผน เพราะว่าเราเบากว่า แต่ก็ใช่ว่าเราจะสู้ไม่ได้ ก็ต้องพยามเต็มที่ อย่างไรก็ตามทัพเทควันโดไทย ไม่ได้มีอยู่คนเดียว ยังมีรุ่น 67 กก.หญิง “ใบเตย” ศศิกานต์ ทองจันทร์, รุ่น 49 กก.หญิง “อิม” พัชรกัญน์ พูลเกิด และอีกหลายคนที่จะสร้างผลงานได้เช่นกัน”
“สิ่งที่กังวลมีแค่เรื่องเดียวคือปัญหาการบาดเจ็บ ทั้งช่วงการฝึกซ้อม และช่วงแข่งขัน อย่างถ้าไปชนะรอบแรก รอบ 2 ขาดลอย แล้วมีอาการบาดเจ็บ ลงแข่งขันรอบ 3 ได้ไม่เต็มที่ ก็ถือว่าเสียหาย ดังนั้นต้องระวังให้มาก เชื่อว่าน้อง ๆ ทุกคน มีประสบการณ์และชำนาญสังเวียน ก็คงจะตระหนักในเรื่องนี้ให้มาก” บิ๊กเอกล่าว
ผศ.พิมลยังกล่าวถึงนักกีฬาพุมเซ่ ว่า ครั้งนี้มีแข่งแค่ 2 ประเภท เราได้สิทธิส่งไปแข่งขัน 2 คน คือ ชาย 1 คน หญิง 1 คน ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาคือเทควันโดเสมือนจริง หรือเวอร์ชวล เทควันโด ซึ่งต้องรอดูว่าผลงานจะเป็นอย่างไร ซึ่งก่อนเอเชียนเกมส์ ทีมพุมเซ่ไทย จะไปแข่งขันชิงแชมป์โลก 2026 ที่เกาหลีใต้ในเดือนกันยายนนี้ซึ่งสมาคมฯมั่นใจว่าจะมีเหรียญทองกลับมา
ทางด้าน “โค้ชเช” ชัชชัย เช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมเทควันโดไทย ประเภทต่อสู้ กล่าวว่า ยอมรับว่ากังวลอยู่บ้างที่ครั้งนี้จะไม่มีพาณิภัค และหลายคนก็เพิ่งแข่งเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรก แต่ทุกคนฟิตซ้อมมาอย่างดี และจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่เช่นกัน โดยทีมจะเดินทางไปเก็บตัวที่ญี่ปุ่น ก่อนแข่งขันในวันที่ 21-27 กันยายนก่อนจะเข้าหมู่บ้านนักกีฬา
โค้ชเชยังบอกอีกว่า นักกีฬาที่เป็นความหวังสูงสุดของไทยคือ “หยู” บัลลังก์ ทับทิมแดง แชมป์เก่ารุ่น 63 กก. แต่ก็เป็นห่วงเรื่องความกดดันมีความเครียดเพราะทุกคนมองว่าเขาคือความหวังเหรียญทองซึ่งตนพยายามให้ผ่อนคลายจิตใจเล่นสบายๆกีฬามีแพ้มีชนะไม่มีใครชนะตลอดไปแต่หยูฟิตพร้อมและมีความมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างมากเช่นเดียวกับนักกีฬาคนอื่นๆซึ่งตนเองมั่นใจว่าทุกคนมีโอกาสคว้าเหรียญกลับมาแน่นอนแต่ไม่อยากจะระบุเจาะจงว่าเป็นใครบ้างแต่ทั้งนี้ก็ต้องดูการจับสายแข่งขันรวมทั้งสภาพของนักกีฬาในวันแข่งขันด้วย
โค้ชเชยังกล่าวถึงเรื่องที่มีการใช้กติกาใหม่ ห้ามชาลเลนจ์ ตามสหพันธ์เทควันโดโลก ด้วยว่า รู้สึกหนักใจจริงๆ เพราะที่ผ่านมา ทั้งในเอเชียนเกมส์และโอลิมปิกเกมส์ เวลาประท้วงก็มักจะได้คะแนนคืน ประสบความสำเร็จหลายครั้ง แต่ก็ต้องยอมรับตามสหพันธ์ฯ คิดว่าอาจจะปัญหา แต่จะไม่คิดมาก จะพยายามเต็มที่
ทางด้านบัลลังก์ เจ้าของเหรียญทองครั้งที่แล้ว ยืนยันว่าไม่กังวลและจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อคว้าเหรียญกลับมาฝากคนไทยให้ได้อีกครั้ง










