กกท.เผยแพร่บทความ ล้มกีฬา! แฟนกีฬาเคยได้ยินมาช้านาน และที่คุ้นเคยมากที่สุด หนึ่งคือ ล้มมวย สองคือ ล้มบอล

4.09.26 | 20:00 น.

กกท.เผยแพร่บทความ ล้มกีฬา! แฟนกีฬาเคยได้ยินมาช้านาน และที่คุ้นเคยมากที่สุด หนึ่งคือ ล้มมวย สองคือ ล้มบอล

เมื่อวันที่ 4 กันยายน สำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เผยแพร่บทความ ความหมายของการล้มกีฬา ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 คือ การเข้าแข่งขันกีฬาอาชีพโดยแสร้งแพ้หรือโดยกระทำการหรือกระทำการแข่งขันกีฬาอาชีพโดยมีเจตนาทุจริต และให้หมายรวมถึงการเข้าแข่งขันกีฬาอาชีพโดยสมยอมกันเพื่อให้ผลการแข่งขันเป็นไปตามที่กำหนดไว้เป็นการล่วงหน้า


กีฬาไทยที่กำลังก้าวไปสู่การเป็นกีฬาอาชีพ ต้องเผชิญเรื่อง “ล้มกีฬา” มาโดยตลอด สาเหตุหลักมี 3 ประการ

1. ผลประโยชน์ทางธุรกิจและการพนัน
2. นักกีฬามีรายได้ไม่เพียงพอ
3. ขาดการตรวจสอบที่รัดกุมเข้มข้น

“ล้มกีฬา” จะเป็นยิ่งกว่ามะเร็งร้ายของการพัฒนากีฬาอาชีพ เพราะทำลายความน่าเชื่อถือและความศรัทธา ทำให้กีฬาขาดความยุติธรรม ไร้เสน่ห์ ไม่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ร่วมลงทุน เช่น ผู้สนับสนุนจากภาครัฐหรือเอกชน ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาในภาพรวมทั้งหมด

Advertisement

ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ภายหลังจากที่ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 แล้วก็ยังพบว่ามีการ “ล้มกีฬา” เกิดขึ้น เช่น ล้มบาสเกตบอล, ล้มสนุกเกอร์ และในเวลาเดียวกันนั้น ยังอาจจะมีการล้มกีฬาชนิดอื่น ๆ ที่ใครก็คาดไม่ถึง

สำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่ทำหน้าที่ดูแล ส่งเสริมและควบคุม 14 กีฬาอาชีพ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 ได้ดำเนินการร่วมกับ สมาคมกีฬา ตลอดจนถึงสหพันธ์กีฬาที่เกี่ยวข้อง ที่มีระบบตรวจสอบและการวิเคราะห์การล้มกีฬา รวมถึงการบันทึกข้อมูลต่าง ๆ เพื่อป้องกันและปราบปรามการล้มกีฬาให้หมดไปจากประเทศไทย

โทษของการล้มกีฬานั้นมีตั้งแต่การตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน, ปรับเงิน, เพิกถอนหรือพักใช้ใบอนุญาต หรือ จำคุก ด้วยถูกดำเนินคดีทางอาญา หากเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง การรับสินบน หรือการพนันผิดกฎหมาย

การล้มกีฬา นับเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนากีฬาของชาติเพราะความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน จุดหมายปลายทางจึงมีแต่ความหายนะ

กีฬาอาชีพในประเทศไทยที่กำลังลุกขึ้นเพื่อหยัดยืนได้ด้วยตัวเอง จะต้องไม่ “ล้ม” ก่อน ด้วยการล้มกีฬาเช่นนี้