สมาคมยิงปืน ชี้ร่าง พ.ร.บ.ปืน ฉบับใหม่ ไม่กระทบนักกีฬา ยันคุมเข้ม ปืน-กระสุน-การพกพา
จากกรณีที่เว็บไซต์รัฐสภา เปิดรับฟังความเห็น ร่างพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … เสนอโดย นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย กับคณะ ระหว่างวันที่ 20 ต.ค.- 3 พ.ย. 2569
โดยสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว กำหนดนิยามของคำว่าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ดอกไม้เพลิง สิ่งเทียมอาวุธปืน ให้ครอบคลุมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เช่นพลังงานไฟฟ้า กลไก และการดัดแปลงสิ่งเทียมอาวุธปืน เพิ่มคำจำกัดความเรื่องดอกไม้เพลิง ให้ครอบคลุม พลุ ประทัดไฟ ประทัดลม บั้งไฟ ตะไล รวมถึงวัตถุอื่นใดที่อธิบดีกำหนด และให้ทนายทะเบียน และเจ้าหน้าที่มีอำนาจตรวจยึดได้
ให้อำนาจอธิบดีกรมการปกครอง มีอำนาจในการออกระเบียบ และประกาศในการควบคุมตามกฎหมาย กำหนดจำนวนเครื่องกระสุนปืนที่ผู้ได้รับใบอนุญาตครอบครอง
เพิ่มใบอนุญาตแบบใหม่ ให้มีอาวุธปืนไว้เพื่อสะสมเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยห้ามยิง ห้ามมีกระสุน และห้ามโอนใน 10 ปี รวมทั้งกำหนดใบอนุญาตซื้อปืน (ป.3) มีอายุ 6 เดือน ใบอนุญาต มีและใช้(ป.4) อายุ 5 ปี และต้องต่ออายุใหม่ ส่วนผู้ที่มีใบอนุญาตอยูู่แล้ว ต้องนำอาวุธปืนมาจัดทำรายละเอียดอัตลักษณ์ และเข้ารับการสอบสวนคุณสมบัติภายใน 5 ปี อ่านข่าว : เปิดเนื้อหา พรบ.ปืน ฉบับใหม่ ต้องต่อใบป.4 ทุก 5 ปี ติดดาบ อธิบดีปค.ยึดตรวจสอบ
ทางด้านของ “บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ รักษาการสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยถึงร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ฉบับดังกล่าวว่า ในส่วนของสมาคมกีฬายิงปืนฯ และนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยได้รับผลกระทบจาก ร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ฉบับดังกล่าวค่อนข้างน้อย เนื่องจากประเภทปืนของนักกีฬาทั้งปืนสั้น และปืนยาว ไม่เหมือนกับลักษณะปืนทั่วไป ซึ่งปืนของนักกีฬาจะใช้ตามสหพันธ์กีฬายิงปืนนานาชาติ (International Shooting Sport Federation หรือ ISSF)
นายสกล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของลูกกระสุนของนักกีฬานั้น เราก็ใช้อยู่ 2 ประเภทคือ กระสุนอัดลมขนาด .177 นิ้ว และกระสุนลูกกรดขนาด .22 นิ้ว โดยของนักกีฬาเราจะไม่มีกระสุนขนาด 9 มม. หรือ 11 มม. และ .357 มม. ซึ่งในประเด็นของการจำกัดกระสุนนั้น ทางสมาคมกีฬายิงปืนฯ เองก็มีข้อจำกัดในการใช้กระสุนของนักกีฬาอยู่แล้วที่สามารถใช้ได้ 200 นัดต่อวัน ในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและแล้วงบประมาณ ขณะเดียวกัน ในเรื่องของการพกพกอาวุธปืนนั้น ทางสมาคมก็มีห้องเช่าให้เก็บปืน เพื่อไม่ให้นักกีฬาพกพาปืนกลับบ้านอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม หากนักกีฬาจะพกพาปืนกลับบ้านก็จะต้องกรอกแบบฟอร์มของสมาคมกีฬายิงปืนฯ ซึ่งก็จะส่งแจ้งไปยังกรมการปกครอง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้พกพาปืนจากสมาคมกลับไปบ้านได้ และจะห้ามเอาปืนติดไว้ในรถ โดยนักกีฬาเรามีการตรวจสอบการพกพาโดยตลอด และไม่ขัดต่อกฎหมายอย่างแน่นอน รวมไปถึงการขออนุมัติการพกพาปืนไปใช้ในการแข่งขันต่างประเทศ นักกีฬาเราก็จะต้องทำเรื่องขออนุมัติไปยังกรมการปกครอง และตำรวจ
“จากร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ที่เปิดรับฟังความเห็นออกมานั้น ทางสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทยฯ ไม่ได้รับผลกระทบเท่าไหร่ ทั้งเรื่องของอาวุธปืน กระสุน และการพกพา ซึ่งเรามีการควบคุมดูแลและทำตามระเบียบอยู่แล้ว ดังนั้นนักกีฬายิงปืนก็สามารถฝึกซ้อมได้ตามปกติ นอกจากนี้ ทางกรมการปกครองก็ได้ลงมาตรวจสอบสนามยิงปืนของสมาคมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และก็ไม่ได้มีประเด็นอะไร ทุกอย่างปกติ” นายสกล กล่าว
นายกยืงปืนไทย กล่าวในตอนท้ายว่า ในส่วนของสนามกีฬายิงปืนปืนทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับสมาคมกีฬายิงปืนฯ นั้น ก็อาจจะมีการใช้ปืนและกระสุนเที่แตกต่างออกไป ดังนั้นสำหรับสนามยิงปืนนั้นก็คงจะต้องมีการควบคุมเป็นพิเศษ รวมไปถึงการใช้ปืนประดิษฐ์ขึ้นมาที่จำเป็นที่จะต้องมีการควบคุม เพราะสมัยนี้มีราคาถูก และหาซื้อได้ในออนไลน์
สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัตินี้ มีดังต่อไปนี้
1. แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า “อาวุธปืน” “เครื่องกระสุนปืน” “ดอกไม้เพลิง” “สิ่งเทียมอาวุธปืน” “มี” และกำหนดบทนิยามคำว่า “ทำ” และ “อธิบดี” ขึ้นใหม่ (ร่างมาตรา 3-5)
2. กำหนดให้อธิบดีกรมการปกครองมีอำนาจออกระเบียบและประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่ ประกาศหลักเกณฑ์จำนวนเครื่องกระสุนปืนที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้ อัตราค่าปรับกรณีขอออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนล่าช้า รายละเอียดเกี่ยวกับอาวุธปืนที่จะต้องจัดทำเครื่องหมาย ผู้ประกอบอาชีพซึ่งจำเป็นที่ไม่ต้องห้ามออกใบอนุญาตก่อนอายุ 25 ปี หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการต่ออายุใบอนุญาตสำหรับอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืน และเพื่อการค้า การขออนุญาตเกี่ยวกับสิ่งเทียมอาวุธปืนและการต่ออายุใบอนุญาต หลักเกณฑ์การจัดทำฐานข้อมูลอาวุธปืนที่ราชการรับไว้ และระเบียบเกี่ยวกับการอนุญาตและควบคุมสนามยิงปืน (ร่างมาตรา 6)
3. แก้ไขเพิ่มเติมการควบคุมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนส่วนบุคคล โดยกำหนดจำนวนเครื่องกระสุนปืนที่มีและใช้ได้ ระยะเวลาที่ผู้รับใบอนุญาตให้ชื้อต้องนำอาวุธปืนมาขอออกใบอนุญาตให้มีและใช้ เพิ่มหน้าที่และอำนาจนายทะเบียนท้องที่เกี่ยวกับการทำเครื่องหมายประจำอาวุธปืน เพิ่มเติมใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนไว้เพื่อสะสมเป็นพิพิธภัณฑ์ แก้ไขเพิ่มเติมลักษณะต้องห้ามออกใบอนุญาต และเปลี่ยนอายุใบอนุญาตให้มีและใช้เป็น 5 ปี จากตลอดเวลาเป็นเจ้าของ (ร่างมาตรา 8-17)
4. แก้ไขเพิ่มเติมการควบคุมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยกำหนดให้การประกอบการค้าอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนต้องได้รับใบอนุญาตสำหรับการค้าตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ใบอนุญาตสั่งหรือนำเข้าต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดี ขยายการพิจารณาลักษณะต้องห้ามให้ครอบคลุมผู้แทนและผู้จัดการนิติบุคคล และกำหนดระยะเวลาที่ผู้ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายต้องนำอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนไปจดทะเบียน (ร่างมาตรา 18-21)
5. แก้ไขเพิ่มเติมการควบคุมสิ่งเทียมอาวุธปืน โดยควบคุมประเภท ชนิด ขนาด ลักษณะ และความเร็วต้นปากลำกล้อง ให้มีหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการพกสิ่งเทียมอาวุธปืน รวมถึงแก้ไขอายุใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง (ร่างมาตรา 22-25)
6. ให้รัฐมนตรีกำหนดการจัดสรรเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ได้ในกฎกระทรวง (ร่างมาตรา 26)
7. กำหนดให้นายทะเบียนท้องที่มีอำนาจสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตนำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง หรือสิ่งเทียมอาวุธปืน พร้อมใบอนุญาตมาส่งมอบเพื่อเก็บรักษาไว้ชั่วคราวได้ หากผู้รับใบอนุญาตมีลักษณะต้องห้าม และการครอบครองอาจเป็นอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น หรือมีการกระทำความผิดตามที่ระบุ (ร่างมาตรา 28)
8. เพิ่มการควบคุมสนามกีฬายิงปืน โดยให้มีใบอนุญาต หลักเกณฑ์การอนุญาตและการควบคุมตรวจสอบสนามกีฬายิงปืน (ร่างมาตรา 30)
9. แก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษทางอาญาและกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใหม่
(ร่างมาตรา 31-38)

