คอลัมน์ เคี้ยวตุ้ย ตะลุยกิน : Ponte Café and Garden คาเฟ่ลับในสวนสวย กรุงเทพกรีฑา ซอย 8

เรือนกระจก

ถ้ามีเวลาได้พักผ่อนหย่อนใจจะมีอะไรดีไปกว่าได้นั่งเอกเขนกจิบกาแฟไปตักขนมเข้าปากไป ยิ่งถ้าอยู่ในที่ที่มีบรรยากาศดีๆ ด้วยแล้ว มันคือความสุขที่บรรยายไม่ถูกเลย

แน่นอนว่า ที่เราจะพาไปฉบับนี้ มีทุกอย่างครบถ้วนที่ “Ponte cafe and Garden” ร้านกาแฟน้องใหม่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้เอง

ทำเลร้านขยับออกจากใจกลางเมืองกันนิดนึง ทางไปไม่ยาก ขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าพระราม 9 ตรงไปจนสุดทางด่วน (ตรงไปคือมอเตอร์เวย์) จะมีป้ายกรุงเทพกรีฑา มาถึงตรงนี้ชะลอรถหน่อยนะคะ เพราะถ้าเลยไปก็ลำบากยูเทิร์นทั้งไกลทั้งวุ่นวายค่ะ เราชิดซ้ายเข้าคู่ขนานตรงไปอีกนิดแล้วเลี้ยวซ้ายเข้ากรุงเทพกรีฑาซอย 8 แล้วตรงไปตามทางเรื่อยๆ เจอร้านไก่ย่างเสือใหญ่เลี้ยวขวาไปนิดนึงแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยกรุงเทพกรีฑา 8 แยก 10 ไปอีก 50 เมตร ร้านอยู่ซ้ายมือเลยค่ะ

ลงจากรถก็ต้องร้องว้าวกับวิวสวนตรงหน้า คือ อาณาบริเวณของร้านกว้างขวางกว่า 1 ไร่ แต่เกินครึ่งเป็นพื้นที่สวนที่จัดสไตล์ยุโรปไปแล้ว ต้นไม้หลากสไตล์ทั้งไม้ใบไม้ดอกพืชผักสวนครัวตัดแต่งสวยเพลินตามาก มีน้ำพุอยู่ตรงกลางเพิ่มความชุ่มฉ่ำ สำหรับสายถ่ายภาพแล้ว บอกเลยว่ามองไปทางไหนก็เป็นฉากงามๆ ไปหมด

ที่เตะตาก่อนเข้าไปในคาเฟ่ คือ Glass house หรือเรือนกระจกที่ตกแต่งสไตล์ยุโรป สวยเรียบแต่หรู ล้อมรอบด้วยต้นไม้สีเขียวสด เรือนนี้ทางร้านบอกว่าไว้สำหรับคนที่ต้องการจัดเลี้ยงส่วนตัว หรือเป็นโคเวิร์กกิ้งสเปซ ภายในมีทั้งชุดโต๊ะเก้าอี้ และ ชุดโซฟา ถ้าได้มานั่งคุยงานที่นี่รับรองไอเดียลื่นปรื๊ดๆ

ภายในเรือนกระจก

ส่วนของอาคารหลักที่เป็นคาเฟ่ ตกแต่งสไตล์อาร์ตเดคโค่ โครงสร้างเปลือยแบบลอฟต์ เน้นโทนดำตัดทอง เหล็กเป็นเหลี่ยมรูปทรงเรขาคณิต เฟอร์นิเจอร์ด้านในเป็นวินเทจทั้งที่เป็นวินเทจแท้ และของใหม่ทำวินเทจ ให้ความรู้สึกอบอุ่น อีกด้านหนึ่งภายในร้านจะเป็นมุมแผ่นเสียง ตกแต่งเพิ่มความคลาสสิกด้วยผ้าม่านสีแดงให้อารมณ์เป็นโรงละครโอเปร่า ตรงนี้คือแผ่นเสียงที่เป็นของสะสมของหนึ่งในหุ้นส่วน หลายแผ่นเป็นแรร์ไอเทม ใครสนใจสามารถทดลองฟังก่อนจะซื้อได้

สำรวจร้านพอสังเขป ได้เวลาสั่งเครื่องดื่มและอาหารกัน ด้วยความที่เป็นคาเฟ่ ที่นี่เลยไม่ได้เน้นอาหารเป็นหลัก แต่จะเน้นเครื่องดื่ม และขนมมากกว่า ส่วนอาหารก็มีเสิร์ฟค่ะเป็นอาหารจานเดียวพอกรุบกริบ

ลาซานญ่าซอสหมู และผักโขมอบชีส
ปีกไก่เม็กซิกัน

ลองสั่งอาหารมา ลาซานญ่าซอสหมู 159 บาท ผักโขมอบชีส 159 บาท สปาเกตตีกะเพราไก่ 119 บาท ปีกไก่เม็กซิกัน 99 บาท รสชาติ คือ มาตรฐาน แต่ที่เด่นน่าจะเป็นเครื่องดื่ม ลองสั่ง Passion Mint 138 บาท มีส่วนผสมของแพสชั่นฟรุ๊ต ส้ม มินต์ สับปะรด และมะนาว รสชาติสดชื่นดี รสชาติเข้มข้มนิดเพราะที่ร้านตั้งใจทำให้เป็นสไตล์ Long drink ดังนั้น จะสั่งโซดามาไว้เติมเพิ่มก็ได้ ทีนี้ก็นั่งกันยาวๆ เลย

สปาเกตตีกะเพราไก่

ที่ฮิตอีกอย่างคือ อิตาเลียน โซดา ลอง สตรอเบอรี่ โซดา 95 บาท และ ราสเบอรี่ โซดา 95 บาท มาชิม สดชื่นเหมือนกันค่ะ ส่วนขนมเราเลือก ครัวซองต์เนยฝรั่งเศส 105 บาท ชิ้นนี้นุ่มและหอมเนยแท้ๆ จากฝรั่งเศส สั่งมาคู่กับอเมริกาโน่ร้อน 55 บาท ก็จะเข้ากันมาก

ครัวซองต์เนยฝรั่งเศส และอเมริกาโน่ร้อน

ราคากาแฟไม่แพงเมื่อเทียบกับบรรยากาศที่ได้รับ ราคากาแฟร้อนอยู่ที่ 55-75 บาท ส่วนกาแฟเย็นอยู่ที่ 75-105 บาท เท่านั้น

ส่วนขนมที่น่าสนใจ คือ เค้กราชประแตน 95 บาท ใช้เนื้อองุ่นดำกับกาแฟเป็นส่วนผสม เค้กนี้เป็นเค้กที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดด้วย นอกจากนี้ ก็ยังมีเค้กอีกหลายรสชาติให้ได้ลองชิมกัน

เค้กราชปะแตน
ขนมเค้กมีให้เลือกหลายรสชาติ

ร้าน PONTE CAFE อ่านว่า ปอน-เต้-คา-เฟ่ เป็นภาษาอิตาลี หมายถึง สะพาน ความหมายคือการเชื่อมระหว่างร้านกับลูกค้า อีกนัยหนึ่งคือสะพานเชื่อมมิตรภาพของหุ้นส่วนทั้ง 7 คน

ทวีศักดิ์ บุตรตัน

“พี่เปี๊ยก-ทวีศักดิ์ บุตรตัน” อดีตหัวหน้าข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์มติชน หนึ่งในหุ้นส่วน อธิบายถึงที่มาของร้าน Ponte cafe ว่า เกิดจากกลุ่มเพื่อน 7 คน อยากทำอะไรหลังเกษียณ เมื่อนำจุดเด่นของแต่ละคนมาดูก็ลงตัวที่ทำคาเฟ่ อย่างตัวเองสะสมแผ่นเสียง อีกคนสะสมเฟอร์นิเจอร์ อีกคนชอบต้นไม้ อีกคนมีที่ดิน อะไรแบบนี้ ก็สรุปว่าเปิดร้านกาแฟให้เป็นที่พบปะในสไตล์ที่เป็นตัวเอง

สุปรีช์รัช ใจจงกิจ

“อิ๊งค์-สุปรีช์รัฐ ใจจงกิจ” ผู้ออกแบบ Ponte cafe บอกว่า สวนออกแบบเป็นสวนยุโรป คือ เป็นไม้ตัดแต่ง ต้นไม้ไปเลือกเองทั้งหมด หินทุกก้อน ทางเดินทุกแผ่น เราศึกษาหมดว่าต้นไม้ต้นไหนให้ดอกหน้าร้อน หน้าฝนจะเป็นสีเขียวไม่ค่อยมีดอก ไม้ใบฟอร์มจะเป็นยังไง ใบใหญ่ ใบสี ใบฝอย ต้นไหนออกดอกตลอดปี หน้าร้อนจะวาไรตี้ดอกจะออกเยอะแยะไปหมด หน้าฝนจะเขียว แต่เลือกลงบลูฮาวายเพื่อให้มันอมม่วงทั้งปี กับต้อยติ่งฝรั่งที่เป็นสีม่วง แล้วจะแทรกไม้กระถาง ไม้แขวนที่มีดอกตลอด เวลาลูกค้ามาคนละช่วงเวลาก็จะได้ภาพวิวที่ดูแตกต่างกัน

คุณอิ๊งค์บอกว่า การทำคาเฟ่ต้องพิถีพิถันมาก เครื่องดื่มทุกตัวดีไซน์การพรีเซ็นต์เองทั้งหมด รวมถึงแก้วที่ใช้ เพราะอยากให้ทั้งหมดนี้เป็นแกลอรี่ที่ขายงานศิลปะที่มีทั้งรูปรสกลิ่นสียงสัมผัส

เครื่องดื่มต่างๆ

เมื่อคาเฟ่อยู่ตัวแล้ว ส่วนแพลนต่อไปของร้าน คือ การรับจัดเลี้ยง อบรมสัมมนา งานอีเวนต์ ถ่ายพรีเวดดิ้ง จากนั้นจะทำอาร์ตสตูดิโอที่สอนโดยคุณอิ๊งค์เอง ซึ่งเป็นงานถนัดอยู่แล้วเพราะคุณอิ๊งค์จบมัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากร และประสบการณ์เคยเป็นสอนศิลปะมาแล้ว ถัดไปคือทำช้อปแผ่นเสียง ตามด้วยเปิดวินเทจมาร์เก็ต ทำเป็นบูธเก๋ๆ มีสไตล์ ทั้งหมดนี้คือแพลนปี 2563 ที่กำลังจะมาถึง

ส่วนตอนนี้ใครอยากจะหลบมุมเข้ามาหย่อนใจในสวนชั่วครู่ชั่วยาม เติมพลังก่อนออกไปวุ่นวายกับโลกข้างนอก ขอเชิญที่นี่เลย ร้านเปิดทุกวัน 7 โมงถึง 1 ทุ่ม ถ้ามีงานเลี้ยงก็แล้วแต่ตกลงกัน สอบถามโทร 06-5555-4444 หรือเข้าไปดูในเพจ PONTE CAFE

บทความก่อนหน้านี้โรงไฟฟ้า (ขยะ) ชุมชน : โดย ดร.พิรียุตม์ วรรณพฤกษ์
บทความถัดไป‘สุวัจน์’ อวยพร ปี2563 ให้มีความสุขเบ่งบานดั่งทานตะวัน