หน้าแรก การเมือง ร้อง ป.ป.ช.สอ...

ร้อง ป.ป.ช.สอบ บอร์ดกสทช. ไม่เข้าประชุม หวั่นงานล่าช้า ชี้ องค์กรอิสระต้องยึดประโยชน์สาธารณะ

11.09.26 | 15:31 น.

นักเคลื่อนไหวเกษตรดิจิทัล ร้อง ป.ป.ช.สอบจริยธรรม “คณะกรรมการ กสทช.” ไม่เข้าประชุม หวั่นงานล่าช้า ชี้ องค์กรอิสระต้องยึดประโยชน์สาธารณะ


เมื่อวันที่ 11 กันยายน นายกิตตินันท์ คำคุณ นักกิจกรรมวิสาหกิจชุมชน เกษตรดิจิทัล จากจังหวัดเชียงใหม่ ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่และจริยธรรมของกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรณีกรรมการบางส่วนไม่เข้าร่วมประชุม ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ กสทช. ตลอดจนประโยชน์ของประชาชนและผู้ประกอบการที่รอความชัดเจนด้านการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม

นายกิตตินันท์ กล่าวว่า ในฐานะผู้ติดตามนโยบายและประโยชน์สาธารณะด้านการสื่อสารสำหรับภาคการเกษตร ได้ติดตามแนวทางการกำกับดูแลคลื่นความถี่ที่เกี่ยวข้องกับการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้กับ Internet of Things (IoT) และโดรนเพื่อการเกษตร ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญต่อการพัฒนาเกษตรดิจิทัลของประเทศ ทำให้มีความกังวลต่อประเด็นที่เกี่ยวกับสถานการณ์ภายใน กสทช. และกรณีกรรมการบางส่วนไม่เข้าร่วมประชุม โดยเห็นว่าความขัดแย้งดังกล่าวอาจส่งผลให้งานที่อยู่ระหว่างการพิจารณาเกิดความล่าช้า และกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการที่กำลังรอความชัดเจนจากหน่วยงานกำกับดูแล

จึงยื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และจริยธรรมของกรรมการ กสทช. โดยเห็นว่ากรรมการซึ่งผ่านกระบวนการสรรหาเข้ามาทำหน้าที่ในองค์กรกำกับดูแลที่มีความสำคัญต่อประเทศ ควรปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นมืออาชีพ และคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ

Advertisement

สำหรับกรณีที่มีการให้เหตุผลเกี่ยวกับการไม่เข้าร่วมประชุมเนื่องจากประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประธาน กสทช. นั้น นายกิตตินันท์ เห็นว่า กสทช. เป็นองค์กรที่มีกรรมการรวม 7 คน และการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ มีกระบวนการลงมติตามหลักเสียงข้างมาก ดังนั้น ไม่ว่ากรรมการแต่ละคนจะมีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างไร ก็ควรใช้กลไกการประชุมและกระบวนการตามกฎหมายในการพิจารณาหาข้อยุติ

จึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบข้อเท็จจริงและการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความชัดเจนต่อสังคม และเพื่อให้การดำเนินงานขององค์กรกำกับดูแลสามารถเดินหน้าต่อไป โดยยึดประโยชน์ของประชาชนและสาธารณะเป็นสำคัญ