หน้าแรก เด่นวันนี้ ทำไมร้านทองบา...

ทำไมร้านทองบางกอกโกลด์สที่อยู่มา 25 ปี ถึงยอมเสี่ยงสร้างแบรนด์ใหม่ตั้งแต่ศูนย์

26.08.26 | 17:26 น.

ตลอด 25 ปี บางกอกโกลด์ส (Bangkok Golds) เดินทางจากจุดเริ่มต้นของธุรกิจทองคำ สู่การเติบโตเป็น ร้านทองกว่า 50 สาขาทั่วประเทศ พร้อมสร้างความไว้วางใจจากลูกค้าผ่านคุณภาพ มาตรฐาน และการบริการที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง


แต่เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป บางกอกโกลด์สเริ่มมองเห็นว่า บทบาทของทองคำในชีวิตคนวันนี้ไม่ได้มีเพียงการซื้อ เก็บ หรือขายเท่านั้น
ทองคำยังสามารถเป็นทรัพย์สินที่ช่วยเพิ่มทางเลือกในวันที่เจ้าของต้องการความคล่องตัวทางการเงิน
นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ใหม่ “มีทอง มีเงิน” ที่มี บริการรับฝากทองเป็นหัวใจหลัก

25 ปีของบางกอกโกลด์ส จากร้านทองสู่ความไว้วางใจ

จุดเริ่มต้นของ ร้านทองบางกอกโกลด์ส มาจากความเชื่อว่า ทองคำคือหนึ่งในทรัพย์สินแห่งความมั่นคง
บางกอกโกลด์สจึงต้องการทำให้ทองคำที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้น ผ่านการพัฒนาสินค้า บริการ และการขยายสาขาให้ใกล้ชุมชนมากขึ้น
จากวันแรกจนถึงวันนี้ สิ่งที่เติบโตไปพร้อมกับจำนวนสาขาคือ ความไว้วางใจของลูกค้า
เพราะในธุรกิจทองคำ มาตรฐาน ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือ เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้ตัวสินค้า

Advertisement

ตลอด 25 ปี บางกอกโกลด์สจึงยึดหลักสำคัญทั้งเรื่องคุณภาพ การบริการที่ชัดเจน และการพัฒนาธุรกิจให้ทันกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละยุค

เมื่อความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยน บทบาทของทองก็เปลี่ยนตาม

ในอดีต คนจำนวนมากซื้อทองเพื่อเก็บออม เป็นของขวัญ หรือเป็นทรัพย์สินระยะยาว แต่ในปัจจุบัน ผู้บริโภคต้องการทางเลือกในการจัดการทรัพย์สินที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
สำหรับคนที่มีทองอยู่แล้ว บางครั้งอาจมีความจำเป็นต้องใช้เงิน แต่ยังไม่ต้องการขายทองชิ้นนั้นออกไป เพราะทองอาจมีทั้งมูลค่าทางการเงินและคุณค่าทางจิตใจ

บริการรับฝากทอง จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้
และจากประสบการณ์ที่อยู่กับธุรกิจทองคำมานาน บางกอกโกลด์สมองเห็นโอกาสในการพัฒนาบริการนี้ให้มีตัวตนที่ชัดเจนมากขึ้น

จากบางกอกโกลด์ส สู่แบรนด์ใหม่ “มีทอง มีเงิน”

แทนที่จะนำทุกบริการมาอยู่ภายใต้ชื่อบางกอกโกลด์ส การสร้าง “มีทอง มีเงิน” เป็นแบรนด์ใหม่ ช่วยให้สามารถกำหนดภาพลักษณ์และรูปแบบบริการได้ชัดเจนตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะการวางตำแหน่งให้ รับฝากทองเป็นบริการหลักของแบรนด์

“มีทอง มีเงิน” จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่มีทองคำอยู่แล้ว และต้องการใช้ประโยชน์จากมูลค่าของทองในช่วงเวลาที่ต้องการความคล่องตัว โดยไม่จำเป็นต้องตัดสินใจขายทองออกไปทันที ชื่อแบรนด์จึงสะท้อนแนวคิดอย่างตรงไปตรงมา เมื่อมีทอง ก็สามารถมีทางเลือกทางการเงินเพิ่มขึ้นได้

แบรนด์ใหม่ แต่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยประสบการณ์ศูนย์

แม้ “มีทอง มีเงิน” จะเป็นแบรนด์ใหม่ แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังคือประสบการณ์ในธุรกิจทองคำที่บางกอกโกลด์สสะสมมาตลอด 25 ปี ทั้งความรู้เรื่องทองคำ มาตรฐานสินค้า การประเมินมูลค่า การดูแลทรัพย์สิน และประสบการณ์ในการให้บริการลูกค้า ถูกนำมาต่อยอดสู่การพัฒนาแบรนด์ใหม่ ดังนั้น การเริ่มต้น “มีทอง มีเงิน” จึงไม่ใช่การทิ้งสิ่งเดิมแล้วเริ่มใหม่ทั้งหมด แต่คือการนำ ความเชี่ยวชาญเดิม มาสร้าง บริการใหม่ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เฉพาะทางมากขึ้น

25 ปีคือรากฐาน และ “มีทอง มีเงิน” คือก้าวต่อไป

การครบรอบ 25 ปี บางกอกโกลด์ส จึงไม่ได้เป็นเพียงช่วงเวลาที่มองย้อนกลับไปถึงความสำเร็จที่ผ่านมา แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการมองไปข้างหน้า ประสบการณ์ตลอด 25 ปี ทำให้บางกอกโกลด์สเข้าใจทั้งทองคำและความต้องการของลูกค้าได้ลึกขึ้น และประสบการณ์เหล่านั้นกำลังถูกนำมาต่อยอดผ่าน “มีทอง มีเงิน”

25 ปีที่ผ่านมา คือรากฐานแห่งความไว้วางใจ
ส่วน “มีทอง มีเงิน” คือก้าวใหม่ที่นำประสบการณ์ของบางกอกโกลด์ส มาต่อยอดสู่บริการรับฝากทองสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่

บางกอกโกลด์สขอขอบคุณลูกค้า พนักงาน คู่ค้า และทุกคนที่ร่วมเดินทางมาตลอด 25 ปี
เพราะทุกความไว้วางใจในอดีต คือส่วนสำคัญที่ทำให้เรากล้าสร้างก้าวใหม่ในวันนี้
จาก 25 ปีของบางกอกโกลด์ส สู่บทใหม่ของ “มีทอง มีเงิน” ที่กำลังเริ่มต้นขึ้น