หน้าแรก คอลัมนิสต์ จิตร ภูมิศักด...

จิตร ภูมิศักดิ์ “ส่อง” อโยธยา “ตระกูลราม” SAVE อโยธยา โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

19.04.23 | 15:54 น.

จิตร ภูมิศักดิ์  “ส่อง” อโยธยา “ตระกูลราม” SAVE อโยธยา โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

จิตร ภูมิศักดิ์ ให้ความสําคัญอย่างยิ่งต่อเมืองอโยธยา (เมืองต้นกําเนิดกรุงศรีอยุธยา) ในแง่ของอํานาจทางวัฒนธรรม ดังนี้

  1. อโยธยา มีนามเต็มว่า “อโยธยาศรีรามเทพนคร” เป็นชื่อเมืองของพระราม ซึ่งเป็นอวตารของพระนารายณ์
  2. กษัตริย์เสวยราชย์เมืองอโยธยาได้รับยกย่องเสมือนเป็นพระราม มีพระนามว่า “รามาธิบดี” ซึ่งเป็นอวตารของพระนารายณ์มาปราบยุคเข็ญ
  3. อโยธยาเป็นต้นทางลัทธิรามและตระกูลราม (สุพรรณภูมิเป็นต้นทางลัทธิอินทร์และตระกูลอินทร์)
  4. ลัทธิรามในอโยธยา-ลุ่มแม่นํ้าเจ้าพระยา หยั่งรากลึกซึ้งและยืนยาวเป็นรูปเป็นร่างอย่างแจ่มชัด และเป็นรูปธรรมกว่าที่อื่น
  5. ในเขมรไม่พบลัทธิราม ถ้าจะมีสมัยหลังก็รับจากไทย

[เก็บความโดยสรุปสาระสําคัญจากหนังสือ “สังคมไทยลุ่มแม่นํ้าเจ้าพระยา ก่อนสมัยศรีอยุธยา” สํานักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน พิมพ์ครั้งที่สาม พ.ศ. 2547 หน้า 334-338]

จิตร ภูมิศักดิ์ “นักปราชญ์สยามประเทศไทย” (2473-2509)
  • อโยธยา ตระกูลราม vs สุวรรณภูมิ ตระกูลอินทร์

จิตร ภูมิศักดิ์ ตั้งสมมุติฐาน “ชั่วคราว” เกี่ยวกับลักษณะการปกครองบ้านเมืองลุ่มแม่นํ้าเจ้าพระยาสมัยโบราณ ว่ามี 2 กลุ่ม คือลัทธิอินทร์และตระกูลอินทร์อยู่สุพรรณภูมิ กับลัทธิรามและตระกูลรามอยู่อโยธยา

สอดคล้องชื่อเมืองพบในจารึกวัดส่องคบ (จ. ชัยนาท) ทําสมัยอยุธยาตอนต้นๆ ระบุชื่อ 2 เมืองคู่กัน คือ “สุพรรณภูมิ” กับ “อโยธยา”

Advertisement

อโยธยา ตระกูลราม กับ สุพรรณภูมิ ตระกูลอินทร์ เป็นทั้งเครือญาติทางการแต่งงาน และเป็นทั้งคู่ขัดแย้งชิงอำนาจยาวนานมากตั้งแต่สมัยอโยธยาถึงสมัยอยุธยา

หลักฐานเหล่านี้ คือพยานสำคัญว่าอโยธยาเป็นเมืองสําคัญมาก และอยู่ในความทรงจําของคนสมัยหลัง (คือสมัยอยุธยา) ตลอดมายาวนานคู่กับสุพรรณภูมิ (ซึ่งมีรากเหง้าจากสุวรรณภูมิ)

ดังนั้นต้องร่วมกัน SAVE อโยธยา ให้พ้นจากการถูกทำลายด้วยระบบรถไฟความเร็วสูง

  • SAVE อโยธยา

แถลงการณ์ ‘Save อโยธยา’ สนับสนุนรถไฟความเร็วสูง แต่ไม่ควรทําลายเมืองโบราณ

ตามที่ได้มีโครงการร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาก่อสร้างระบบรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ พ.ศ. 2557 อันมีตรงกับปีแรกของการก้าวขึ้นสู่อํานาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และได้ใช้กฎหมาย ม.44 ในการดําเนินการให้เกิดความร่วมมือดังกล่าวขึ้นนั้น ส่งผลให้มีเส้นทางช่วงหนึ่งของรถไฟความเร็วสูงที่จะสร้างทับเมืองโบราณที่สําคัญในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และกําลังจะเริ่มสร้างหากผ่านผลการประเมิน HIA (Heritage Impact Assessment) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566 ที่กําลังจะถึงนี้นั้น

พื้นที่เมืองโบราณดังกล่าวอยู่ในช่วงระยะทาง 13.3 กิโลเมตร จากสถานีบ้านโพ-สถานีพระแก้ว ซึ่งเป็นเส้นทางที่พาดผ่านพื้นที่ด้านทิศตะวันออกเลียบด้านนอกเกาะเมืองอยุธยา (ทับตามแนวทางรถไฟสายเดิม) พื้นที่ดังกล่าวนี้เรียกว่า “อโยธยาศรีรามเทพนคร” หรือ “อโยธยา” ถือเป็นพื้นที่สําคัญของกรุงศรีอยุธยาทั้งในทางประวัติศาสตร์-โบราณคดี เพราะเก่าก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 1893 ดังนั้น จึงเป็นพื้นที่ที่เป็นรากฐานของการก่อกําเนิด ‘ความเป็นอยุธยา’ หรือความเป็นไทยในทุกวันนี้

หากมีการสร้างรถไฟทับในพื้นที่ดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบต่อการดําเนินการศึกษาประวัติศาสตร์ของชาติในอนาคต การก่อสร้างที่ย่อมมีการขุดเจาะเสาเข็ม และตอม่อขนาดใหญ่ รวมไปถึงแรงสั่นสะเทือนในการสร้าง และการสั่นสะเทือนจากการวิ่งของรถไฟทุกเมื่อเชื่อวันหลังจากที่สร้างเสร็จแล้วนั้น ย่อมจะส่งผลกระทบต่อบรรดาโบราณวัตถุสถานทั้งบนดินและใต้ดินอย่างมากมายมหาศาล

การสร้างรถไฟความเร็วสูงไปยังอยุธยาย่อมส่งเสริมทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชน เศรษฐกิจในพื้นที่และการท่องเที่ยวแน่ จึงสมควรทําเป็นอย่างยิ่ง แต่ควรสร้างให้ห่างออกไปจากเขตเมืองเก่าดังได้เคยมีผู้เชี่ยวชาญได้เคยเสนอมาแล้วให้สร้างตามแนวถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เพราะนอกจากเพื่อเป็นการอนุรักษ์เมืองเก่า และหลักฐานทางประวัติศาสตร์-โบราณคดีต่างๆ แล้ว จุดขายสําคัญของการท่องเที่ยวอยุธยานั้น ก็คือความเป็นเมืองเก่า และประวัติศาสตร์ของชาติ ดังนั้น จึงไม่ควรที่การพัฒนาเมืองในครั้งนี้จะเป็นต้นเหตุของการทําลายตัวเมืองเก่าและทุนทางวัฒนธรรมเสียเอง

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง