ภาพเก่าเล่าตำนาน : อิหร่าน…มหาอำนาจตัวจริง แสนยานุภาพของอิหร่าน …กำลังเขย่าโลก
อิหร่าน แต่เดิมคือ อาณาจักรเปอร์เซียที่แสนจะเกรียงไกร …ชาวเปอร์เซียมิใช่ใครที่ไหน…เราคบหากันมากว่า 400 ปีแล้ว แขกเปอร์เซียแล่นเรือเข้ามาติดต่อ-ค้าขาย ตั้งแต่สมัยอยุธยาโน่น
ชาวเปอร์เซียกลุ่มแรกแล่นเรือมาตั้งชุมชนในเมืองมะริดและตะนาวศรีตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 ก่อนขยับขยายมาตั้งชุมชนขึ้นในกรุงศรีอยุธยาในคริสต์ศตวรรษที่ 17 (รัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม) ขบวนสำเภาทยอยมาสร้างชุมชนในอยุธยาอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
มีเมียเป็นชาวอยุธยา ลูกออกมา เรียกกันว่า แขกมะหง่น
นอกจากการเป็นพ่อค้าสำเภาแล้ว ชาวเปอร์เซียในอยุธยายังประกอบอาชีพสถาปนิก ช่างฝีมือ มีความรู้ในทางศิลปะ วิทยาการ ที่ราชสำนักเชื่อถือ
แขกเปอร์เซียดำเนินธุรกิจจนมีฐานะมั่นคง ได้เข้ารับราชการในตำแหน่ง “กรมท่าขวา” ดูแลกิจการการค้ากับพ่อค้าชาวมุสลิม จนได้รับการแต่งตั้งเป็นพระยาบวรราชนายก เป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดินในรัชสมัยพระเจ้าปราสาททอง ลูกหลานแขกเปอร์เซียก็มีบทบาทในตำแหน่งกรมท่าขวาเรื่อยมา
ในแผ่นดินอยุธยา รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แขกเปอร์เซียมีตำแหน่งสูงสุด และเป็นจุฬาราชมนตรีท่านแรกของสยาม
พ.ศ.2112 หลังจากเสียกรุงครั้งที่ 1 เมืองอยุธยาอ้างว้าง วังเวง ผู้คนหาย กระจายตัวไปมาก เมืองเงียบเหงา เมื่อต้องการฟื้นฟูอยุธยาขึ้นมาอีกครั้ง เป็นช่วงเวลาที่ “ชาวเปอร์เซีย” แล่นสำเภาเข้ามาติดต่อค้าขาย มิตรภาพอันดีระหว่างราชสำนักกับพ่อค้าชาวเปอร์เซียจึง “ก่อกำเนิด”
เปอร์เซียเป็นดินแดนของอารยธรรมเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
สงครามในตะวันออกกลางกำลัง “ดุและเดือด” มหาอำนาจจากตะวันตกกำลังสนธิกำลังจากอวกาศ บนบก ใต้ดิน ในทะเล ใต้ทะเล เพื่อเข้าไป “ทำสงคราม” กับตัวแสดงที่เป็นทั้งรัฐ “ตัวแสดงที่มิใช่รัฐ” (Non State Actor) ซึ่งล้วนมีมหาอำนาจสนับสนุนอยู่ข้างหลัง
อิหร่าน ถูกระบุว่าเป็นพี่เลี้ยงให้กลุ่มฮามาส กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มฮูตี รวมทั้งกลุ่มติดอาวุธอีกหลายกลุ่ม…ลูกน้องอิหร่านล้วน “ทำศึก” กับอิสราเอลแบบดุเดือด มีอาวุธทันสมัยมหาศาล
อาวุธ เงิน บารมี ของอิหร่าน มีอิทธิฤทธิ์ดลบันดาลให้ “ตัวแทน” ออกไปทำศึกสงคราม ปกป้องผลประโยชน์และความยิ่งใหญ่
มีสุภาษิตกล่าวว่า… “ถ้ามีเงิน…ก็จ้างผีโม่แป้งได้”
ถึงแม้จะอยู่ในแถบตะวันออกกลาง แต่คนอิหร่านส่วนมากไม่ใช่ชาวอาหรับ (คนอิหร่านทางตอนใต้ของประเทศจำนวนหนึ่งมีเชื้อสายอาหรับ) เนื่องจากมีภาษาและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
ปาร์ซ (Pars) หรือปาร์ซี (Parsi) ซึ่งเป็นคำที่ชาวตะวันตกใช้เรียกชาวอิหร่าน หรือดินแดนของชาวอิหร่าน ในขณะที่คนอิหร่านจะเรียกตัวเองว่า ชาวอิหร่าน หรืออิรานิ (Irani)
“ชาวอิหร่านไม่ใช่ชาวอาหรับ” พยายามจะบอกกับทุกคนว่า ชาวอิหร่านมิใช่อาหรับ
โบราณนานมา…สินค้าส่งออกได้แก่ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม พรม ผลไม้ ฯลฯ สินค้านำเข้าส่วนใหญ่ คือ เครื่องจักร เหล็ก เหล็กกล้า อาหาร ปศุสัตว์ และเคมีภัณฑ์
อิหร่านมีปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรองมากเป็นอันดับ 2 ของโลก และมีปริมาณน้ำมันสำรองมากเป็นอันดับ 3 ของโลก เป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ เป็นมหาอำนาจด้านพลังงานของโลก
หญิง-หากมีอายุ 12 ปีขึ้นไปเมื่อออกนอกบ้านต้องใช้ผ้าคลุมผม
อาหารยอดนิยมในอิหร่านคือ แป้ง โรตี และขนมปัง มีหลายแบบให้เลือก ชาวอิหร่านเรียกแป้งโรตีและขนมปังทุกชนิดรวมๆ ว่า “นาน” ขนมปังแต่ละชนิดมีชื่อเฉพาะของตัวเอง
ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทหารอังกฤษและโซเวียตบุกอิหร่านและบังคับให้พระเจ้าชาห์สละราชบัลลังก์เพื่อสนับสนุนพระราชโอรสองค์โตของพระองค์ อเมริกามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับเอกราชของอิหร่าน เนื่องจากช่วยบังคับให้โซเวียตถอนทหารในปี พ.ศ.2489
มหาอำนาจอเมริกาเข้าไปข้องเกี่ยวในอิหร่าน รวมถึงดินแดนต่างๆ ในตะวันออกกลางด้วยผลประโยชน์ด้านพลังงาน
“จุดแตกหัก” ของชาวอิหร่านที่เล่นงานอเมริกาแบบโลกต้องจำ คือ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2522-20 มกราคม พ.ศ.2524 ระหว่างการปฏิวัติอิหร่าน นักศึกษา 300-500 คน บุกเข้าไปในสถานทูตสหรัฐในกรุงเตหะราน จับตัวเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐชาย-หญิง 52 คน ไว้เป็นตัวประกัน มีการเจรจาต่อรองกันนานถึง 444 วัน ตัวประกันจึงได้รับการปล่อยตัว เป็นบาดแผลที่เรื้อรังแบบรักษาไม่หาย
อิหร่านสนับสนุนกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ทำให้อิสราเอลไปติดหล่มสงครามในเลบานอน แสดงบทบาทนักรบพลีชีพจนทำให้กองทัพอิสราเอลต้องถอนกำลังออกจากเลบานอน
ขอตัดตอนมาถึงในช่วงที่อิหร่าน “ทะยานขึ้นเป็นมหาอำนาจ” …
ก้าวที่ 1 คือ พ.ศ.2544 อเมริกาส่งกองกำลังสหรัฐไปทำสงครามกับกลุ่มทาลิบันในอัฟกานิสถาน
ก้าวที่ 2 คือ พ.ศ.2546 อเมริกาส่งทหารไปทำสงครามโค่นล้มผู้นำเผด็จการอิรัก (ซัดดัม ฮุซเซน) สำเร็จ
อิหร่าน แสนจะปลื้ม ซ่อนรอยยิ้มไว้ เพราะทั้ง 2 ศึกนี้ เท่ากับอเมริกาช่วยอิหร่านขจัดเสี้ยนหนาม-ศัตรูของอิหร่านไปโดยปริยาย ทำให้อิหร่านโดดเด่นในแสนยานุภาพ
รัสเซียที่จ้องมองเหตุการณ์ตรงนี้ อ่านเกมแห่งอำนาจทะลุ จึงเข้ามาผูกมิตรกับอิหร่าน ทำให้เตหะรานทะยานขึ้นในด้านเทคโนโลยี
สงครามอิสราเอล-ฮามาส อิหร่าน ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็น “เจ้ามือ” ผู้อุปถัมภ์ทุกกองกำลังที่เป็นศัตรูกับอิสราเอลและสหรัฐ
กลาโหมสหรัฐระบุว่า “กองกำลังขีปนาวุธ” ของอิหร่านมีขนาดใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง
ตามข้อมูลของ IISS มีชาวอิหร่านที่ประจำการอยู่ประมาณ 523,000 คน ซึ่งรวมถึง 350,000 นายในกองทัพประจำ และอย่างน้อย 150,000 นายในกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC)
ทหารเรือประมาณ 20,000 นายในกองทัพเรือ มีเรือลาดตระเวนติดอาวุธจำนวนหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดเผชิญหน้าหลายครั้งที่เกี่ยวข้องกับเรือบรรทุกน้ำมันติดธงต่างประเทศ
กองทัพอากาศ รวมถึงขีปนาวุธ อาวุธปล่อย โดรน อีกมหาศาล
กองกำลังคุดส์ ซึ่งนำโดยนายพลสุไลมานี ดำเนินการปฏิบัติการลับในต่างประเทศสำหรับ IRGC รายงานตรงต่อผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เชื่อกันว่ามีความแข็งแกร่งประมาณ 5,000 นาย
ทุกฝ่ายเชื่อกันว่า อิหร่าน มีความสามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์
ย้อนไปให้เห็นความเคียดแค้น…ช่วงเช้าวันที่ 3 มกราคม 2563 พลตรีสุไลมานี วัย 62 ปี ถูกสังหาร (ในสมัย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์) ที่สนามบินในกรุงแบกแดด เขาเป็นผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษคุดส์สังกัดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน ก่อนหน้านี้ สหรัฐเคยออกมาระบุว่า พลตรีสุไลมานีและหน่วยรบพิเศษคุดส์ เป็นผู้ก่อการร้ายที่อยู่เบื้องหลังสังหารทหารสหรัฐหลายร้อยคนในอิรัก อิหร่านยืนยันว่าเป็นฝีมือของอเมริการวมถึงอิสราเอล
เช้าวันนั้น พลตรีสุไลมานีบินจากซีเรียมาลงที่สนามบินในกรุงแบกแดดของอิรัก หลังจากนั้นขบวนรถของเขาถูกโดรนของสหรัฐถล่มด้วยจรวดหลายลูกสังหาร ขณะกำลังออกเดินทางจากสนามบินมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย
ผู้นำสูงสุดอิหร่านประกาศกร้าวจะขอ “แก้แค้นอย่างสาสม” ยังประกาศให้มีการไว้ทุกข์ทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน
ยังไม่สิ้นกระแสความครับ…ล่าสุด
4 มกราคม 2567 ขณะที่ประชาชนมารวมตัวกันเพื่อไว้อาลัยในวันครบรอบการเสียชีวิตของนายพลคาเซม สุไลมานี ที่ถูกลอบสังหาร ระหว่างที่ผู้คนมาชุมนุมกันในพิธี เกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 ครั้งซ้อน ห่างกัน 15 นาที มีผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ 103 ราย
อีบราฮิม ราอีซี ประธานาธิบดีของอิหร่าน เชื่อว่าอิสราเอลและสหรัฐอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้โดยประกาศว่าอิสราเอลจะต้องชดใช้กรรม ขอล้างแค้นสืบเนื่องไปอีก เพิ่มความดุดันในสงคราม
ขณะนี้สงครามยังดำเนินต่อไป ในห้วงอวกาศ อิหร่านมีดาวเทียม บนท้องฟ้ามีขีปนาวุธ จรวดของแต่ละฝ่ายขึ้นไป “สกัดกั้น” แบบที่ไม่มีใครเห็น
มีเครื่องบินรบ มีโดรนพิฆาต ในทะเลมีเรือรบที่ยิงอาวุธขึ้นบนบก และต้องต่อสู้กันด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง
อาวุธทุกชนิดราคาแพงระยับ มีตัวแสดงที่ “แอบ” ขาย แอบส่งอาวุธ รวมถึงขายแบบเปิดเผย ทำเงิน ทำทอง ในสงครามค้าความตาย
แสนยานุภาพของอิหร่าน เงิน เทคโนโลยี พันธมิตรร่วมรบของอิหร่าน ความยั่งยืนของอุดมการณ์ กำลังเขย่าโลก ขีปนาวุธของอิหร่านเพ่นพ่านไปในพื้นที่นับพันกิโลเมตร ไปสังหารศัตรูที่อยู่แสนไกล
17 มกราคม 2567 อิหร่านยิงขีปนาวุธไปตกในดินแดนของปากีสถาน มีคนตาย คนเจ็บ ทำเอาสะท้านกันไปหมด วันต่อมาปากีสถานก็สวนกลับไปด้วยจรวด มีชาวอิหร่านเจ็บ-ตาย
นี่เป็นอีก 1 แนวรบ ที่เพิ่งขยายตัวออกมา
ปากีสถาน เขามีนิวเคลียร์นะครับ เป็นมหาอำนาจทางทหารที่ไม่มีใครอยากยุ่งด้วย ที่สำคัญ คือ จีนเขาดูแลปากีสถานอยู่
พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก

