หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ | วัฒนธรรมไม่ทุจริตปิดบัง เป็นพลังสร้างสรรค์อย่างยิ่ง

18.06.26 | 16:47 น.
“ลอยกระทง” เป็นชื่อที่มีกำเนิดในกรุงเทพฯ ไม่ใช่สุโขทัย เพราะถูกสร้างใหม่ให้เป็นนาฏกรรมแห่งรัฐ เพื่อศาสนา-การเมือง เรื่องจักรพรรดิราชแบบไทย ที่เชื่อว่าสร้างความมั่นคงเป็นปึกแผ่นทางการเมืองการปกครองของพระเจ้าแผ่นดิน “ตระพัง” เป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ในเมืองสุโขทัย เพื่อกักน้ำใช้ของวัดและวังยามหน้าแล้ง เนื่องจากตั้งอยู่บนที่ดอนเชิงเขา ดังนั้นไม่เคยใช้ลอยกระทงตามที่ราชการครอบงำมอมเมาประชาชน

ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมีกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เพราะวัฒนธรรมเป็นวิถีสังคม และสังคมมีอำนาจเลือกสรรเองว่าต้องการแบบไหน? และอะไรต้องทิ้งไป? แต่มีหน่วยงานอิสระและกึ่งอิสระในรูปองค์กรมหาชนหรือสถาบันวิชาการ ทำหน้าที่ศึกษาค้นคว้าวิจัยและแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณะอย่างสม่ำเสมอ

ปัจจุบันประเทศไทยมี วธ. (แบบจารีตนิยม) ที่อ่อนแอทางข้อมูลวิชาการและแนวคิดสากล ซึ่งพบทั่วไปในงานเอกสารวิชาการ เช่น ประวัติความเป็นมาของประเพณีพิธีกรรมต่างๆ ทั่วประเทศ ฯลฯ อันเป็นรากฐานการปฏิบัติทั่วไปของ วธ.

ดังนั้น เมื่อกำลังปรับโครงสร้างเพื่อรวมกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จึงควรปรับแนวคิดใหม่ให้เท่าทันสากลโลก จะยกตัวอย่างย่อๆ ต่อไปนี้

วัฒนธรรม หมายถึงวิถีชีวิตของคนที่สัมพันธ์กับคนและธรรมชาติ รวมทั้งอำนาจเหนือธรรมชาติ ซึ่งไม่หยุดนิ่งและไม่คงที่ จึงมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อสิ้นเสียงพูดคำว่าวัฒนธรรม ลักษณะวัฒนธรรมก็เปลี่ยนไปแล้ว

ตามแนวทางสากล วัฒนธรรมมี 2 ส่วน คือ วัฒนธรรมดั้งเดิมกับวัฒนธรรมร่วมสมัย ดังนั้นสภาพความจริงของวัฒนธรรมในไทย มีดังนี้

Advertisement

วัฒนธรรมดั้งเดิม หมายถึงวัฒนธรรมในดินแดนไทยไม่จำกัดชาติพันธุ์ พบหลักฐานเริ่มแรกเก่าสุดหลายพันปีมาแล้ว มี 2 อย่าง ได้แก่ วัฒนธรรมที่สูญไปแล้ว กับวัฒนธรรมที่ยังสืบเนื่องถึงปัจจุบัน

วัฒนธรรมร่วมสมัย หมายถึงวัฒนธรรมปัจจุบันของคนไม่จำกัดชาติพันธุ์ในดินแดนไทยที่อยู่ในโลกสากล ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนและปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมสากลด้วยการเลือกสรรและคัดสรรของสังคมตลอดเวลาไม่หยุดนิ่ง

เรื่องสำคัญมากของวัฒนธรรมร่วมสมัยไม่ใช่แค่ศิลปกรรม แต่เป็นวิถีชีวิตสมัยใหม่ เช่น สำนึกสาธารณะ, วัฒนธรรมเข้าคิว, เคารพกฎจราจร, เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อ่อนแอ, รักษาระบบนิเวศ ฯลฯ

วัฒนธรรมไทย นิยามของราชการไทยมีลักษณะชาตินิยมสุดโต่ง และหยุดนิ่งตายซากอยู่ที่วัฒนธรรมของรัฐจารีตบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาภาคกลางเท่านั้น (ไม่มีลุ่มน้ำอื่น) ซึ่งไม่ตรงความจริงของสังคม

เพราะแท้จริงแล้ววัฒนธรรมไทยมาจากวัฒนธรรมสยาม ที่เป็นการผสมผสานของวัฒนธรรมชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์ ทั้งในอุษาคเนย์และในโลก

คนไทย เป็นชื่อทางวัฒนธรรม ซึ่งไม่เป็นชื่อเชื้อชาติ เพราะเชื้อชาติไม่มีจริงในโลก จึงไม่มีคนเชื้อชาติไทย

ดังนั้น คนไทยมาจากชาวสยามที่เป็นลูกผสมของชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์ ทั้งในอุษาคเนย์และในโลก ส่วนการผสมผสานอย่างไร? แคไหน? ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิรัฐศาสตร์ของแต่ละภาคซึ่งต่างกัน ได้แก่ ภาคเหนือ, ภาคอีสาน, ภาคกลาง, และภาคใต้

นาฏศิลป์และดนตรีไทย หมายถึงนาฏศิลป์และดนตรีของประชาชนภาคต่างๆ ในประเทศไทย ได้แก่ นาฏศิลป์และดนตรีไทยภาคเหนือ, นาฏศิลป์และดนตรีไทยภาคอีสาน, นาฏศิลป์และดนตรีไทยภาคกลาง, นาฏศิลป์และดนตรีไทยภาคใต้

ที่ผ่านมา การละเล่นของภาคกลางเท่านั้นที่ทางการยกย่องเป็นนาฏศิลป์และดนตรีไทย ส่วนภาคอื่นๆ “ไม่ไทย” แล้วถูกเรียกอย่างด้อยค่าว่านาฏศิลป์และดนตรีพื้นบ้าน ซึ่งขัดมากกับความจริง เพราะเมื่อคนทั่วประเทศถูกกำหนดให้เรียกตนเองว่าไทย แล้วทำไมนาฏศิลป์และดนตรีภาคอื่นๆ “ไม่ไทย”

วรรณกรรมไทย, อักษรไทย, ภาษาไทย, อาหารไทย ทำนองเดียวกันกับนาฏศิลป์และดนตรีไทย

โครงสร้าง วธ.

วธ. ดูแลวัฒนธรรมดั้งเดิมและวัฒนธรรมร่วมสมัย

แต่เฉพาะวัฒนธรรมดั้งเดิมควรแยกเป็นหน่วยงานอิสระและกึ่งอิสระ เช่น สถาบัน, องค์การมหาชน ฯลฯ ซึ่งมีศูนย์มานุษยวิทยาฯ เป็นต้นแบบ ด้วยการยกฐานะเป็นหน่วยงานต่างๆ เช่น

สถาบันพิพิธภัณฑ์และประวัติศาสตร์โบราณคดี (ตามหลักสากล) มีหน้าที่ค้นคว้าวิจัย, เรียบเรียง, จัดแสดง “สตอรี่” ชุมชน เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคนในชุมชนและคนทั่วโลก ซึ่งเท่ากับกระตุ้นการท่องเที่ยวถึงชุมชน ทำให้การกระจายรายได้กว้างขวางถึงรากหญ้า

ส่วนแหล่งโบราณคดีทั่วประเทศควรโอนให้ท้องถิ่นดูแล โดยมีกฎหมายคุ้มครองฯ และมีสถาบันฯ เป็น “พี่เลี้ยง” ทางวิชาการ

สถาบันศิลปากร ดูแลเฉพาะงานนาฏศิลป์และดนตรี,

สถาบันจดหมายเหตุแห่งชาติ ดูแลเฉพาะงานจดหมายเหตุ ฯลฯ

หอสมุดแห่งชาติ ควรโอนไปสังกัดรัฐสภาตามสากลโลก หรือมิฉะนั้นก็แยกเป็นองค์การมหาชน

งานวัฒนธรรม

วัฒนธรรมเป็นส่วนหนึ่งที่แยกไม่ได้ของการเมืองและเศรษฐกิจ ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนปัจจุบัน

ไม่มีที่ไหนในโลกบอกว่าวัฒนธรรมไม่เกี่ยวกับการเมือง จะมีก็แต่สังคมถูกอำนาจการเมือง “ชาตินิยม” คลั่งเชื้อชาติเพื่อหลอกประชาชนในกลุ่มประเทศด้อยพัฒนา ให้มองไม่เห็นปัญหาปากท้องที่รัฐบาลคอร์รัปชั่น

สิ่งขาดแคลนอย่างยิ่งในสังคมไทย คือข้อมูลความรู้ที่มาจากหลักฐานจริงทางวิชาการโดยไม่มาจากอารมณ์ความรู้สึกชาตินิยมคลั่งเชื้อชาติไทย เพราะข้อมูลความรู้ตามจริงจะหล่อหลอมการเมืองและเศรษฐกิจแข็งแรงก้าวหน้า ซึ่งจะมั่นคง, มั่งคั่ง และยั่งยืนโดยไม่หลอกตนเอง

วัฒนธรรมตามข้อมูลความรู้ทางทางวิชาการอย่างแท้จริงจะผลักดันความก้าวหน้าทางสังคม ดังนี้

(1.) กระตุ้นการศึกษาตลอดชีวิต ด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามธรรมชาติ ซึ่งสร้างพลังทางปัญญา และผลักดันพลังสร้างสรรค์ด้านต่างๆ

(2.) กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อย่างอัตโนมัติ โดยไม่ต้อง “ดัดจริต” ผลิตสินค้าหรือเปิดตลาดวัฒนธรรม เพื่อ “เงินทอน” จากกิจกรรมตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

(3.) กระตุ้นการท่องเที่ยวชุมชนทั่วประเทศ ด้วยการสร้าง “สตอรี่” จากประวัติศาสตร์โบราณคดี, ตำนาน, นิทาน, การละเล่น ฯลฯ ซึ่งมีส่วนมากในท้องถิ่น แต่ที่ผ่านมาทำไม่มาก เหมือนไม่สนใจทำ ซึ่งเท่ากับปิดโอกาสชุมชน หรือชุมชนเสียโอกาส

ขณะเดียวกันปลุกสำนึกปกป้องทรัพยากรท่องเที่ยวให้พ้นการคุกคามหวังรวยเฉพาะหน้าพวกเดียว

แม่โพสพมีกำเนิดจากผีแม่ข้าวและท้าวเวสสุวรรณ (อยู่ในโคลงทวาทศมาส) ควรสร้างสตอรี่ให้มีกิจกรรมทั่วประเทศในเดือน 3 บุญข้าวหลาม ทำขวัญข้าว เพื่อกระตุ้นรายได้ให้ชุมชนเป็นผลดีของประเทศโดยรวม