
เจนละ-ฟูนัน เครือญาติและเครือข่ายการค้า 2 พันปีมาแล้ว
(1.) เจนละ ประวัติศาสตร์ที่ราบสูง คือ อีสาน และลาว และ (2.) ฟูนัน ประวัติศาสตร์ที่ราบลุ่ม คือ กัมพูชา และเวียดนาม
ฟูนัน-เจนละ แนวคิดเริ่มแรก งานการเมืองของฝรั่งเศสเจ้าอาณานิคม ดังนี้
(1.) ฟูนันเป็น “อาณาจักร” แรกของอุษาคเนย์ภาคพื้นทวีป ศูนย์กลางอยู่ดินดอนสามเหลี่ยม ปากแม่น้ำโขง อำนาจครอบครองดินแดนทั่วอุษาคเนย์ภาคพื้นทวีปเจนละมีหลังฟูนัน อยู่ในอำนาจของฟูนัน
(2.) อาณาจักรฟูนัน เป็นบรรพชนของอาณาจักรกัมพูชา ดังนั้น อาณาจักรกัมพูชาครอบครองดินแดนอุษาคเนย์ภาคพื้นทวีป (รวมไทย) ซึ่งเป็นมรดกจากฟูนัน
(3.) ฝรั่งเศสครอบครองกัมพูชา ย่อมมีสิทธิ์ครอบครองดินแดนเดิมของฟูนัน (รวมไทย) เหมือนฝรั่งเศสปกครองเวียดนามของราชวงศ์เหงียน ที่ปกครองกัมพูชา ทำให้ฝรั่งเศสย่อมมีสิทธิ์ครอบครองกัมพูชา
(4.) คัมภีร์เรื่องฟูนัน-เจนละ คือ The Indianize States of Southeast Asia [รัฐอุษาคเนย์ที่รับอารยธรรมอินเดีย] ของ George Cœdès [ยอร์ช เซเดส์] พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2487 (1944) 82 ปีที่แล้ว ต้นแบบหนังสือเล่มหลังๆ ทั่วโลก
แนวคิดล่าสุด
เจนละ-ฟูนัน มีกำเนิดคราวเดียวกัน และเป็นเครือญาติ-เครือข่ายการค้าพึ่งพาอาศัยและขัดแย้งกันปกติ หนังสือเล่มโดดเด่นเป็นหลักของเรื่องนี้ คือ อาณาจักรเจนละ ประวัติศาสตร์อีสานโบราณ ของ ดร. ธิดา สาระยา (มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2535)

เจนละ ประวัติศาสตร์ที่ราบสูง “โขง-ชี-มูล” หลายพันปีมาแล้ว
(1.) ไม่มีอาณาจักร, ไม่มีชาติประเทศ, ไม่มีเขตแดน (2.) แต่มีบ้านเมืองใหญ่น้อย กระจัดกระจายห่างๆ (3.) ต่างเป็นเครือญาติและเครือข่ายการค้า ที่มีขัดแย้งแข่งดี เป็นปกติ (4.) เชื้อชาติไม่มีในโลก (5.) บ้านเมืองมีคน “ลูกผสม” ของชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์ปะปนกัน ไม่มีบ้านเมืองของคนชาติพันธุ์เดียว (6.) ชนชั้นนำพูดชวา-มลายู ประชาชนภาษาพูดต่างๆ กัน ต้องมี “ภาษากลาง” เพื่อสื่อสารต่างชาติพันธุ์ ได้แก่ ไทย, มลายู
ศูนย์กลางเริ่มแรก ลุ่มน้ำมูล-ชี (ตอนล่าง) หลังจากนั้นขยายไป จำปาสัก (ลาว) “เจนละ” คำจีน เรียกชาวกัมพูชา, กำโพช เรือน พ.ศ. 1000 สืบเนื่องถึงเรือน พ.ศ. 1800 (โจวต้ากวน 1839) มีพัฒนาการความเป็นมาสรุป ดังนี้
(1.) ชุมชนเกษตรกรรมเทคโนโลยี ถลุง-หลอมโลหะ มากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว
(2.) บ้านเมืองใหญ่ จากการค้าโลหะ (ทองแดง, เหล็ก) ราว 2,000 ปีมาแล้ว เรือน พ.ศ. 500
(3.) ระดับรัฐ หลังรับศาสนาจากอินเดีย ราว 1,000 ปีมาแล้ว เรือน พ.ศ. 1000
ความก้าวหน้าของเจนละ มาจากสิ่งต่างๆ ดังนี้
(1.) ทรัพยากรสำคัญ ทองแดง – สองฝั่งโขง, เหล็ก และ เกลือ แหล่งใหญ่มากทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งมีพลังกระตุ้นความเคลื่อนไหวก้าวหน้า บนเส้นทางการค้า
เหล็ก ทำเครื่องมือเครื่องใช้แข็งแกร่งที่สุด (สลักหินได้) และทำอาวุธมีประสิทธิภาพสูง เกลือ เป็นอาหารและยาบำบัดรักษาโรค
(2.) เทคโนโลยีก้าวหน้า ได้แก่ นาทดน้ำ, ถลุงและหลอมโลหะ, ทอผ้า, ขุดคูน้ำคันดินเก็บน้ำใช้ ฯลฯ
(3.) ประชากรเป็นชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์ มีเหตุจากแหล่งทรัพยากรมั่งคั่ง ได้แก่ ทองแดง, เหล็ก, เกลือ ดึงดูดชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์เคลื่อนไหวโยกย้ายจากภายนอกเข้าอีสาน การตั้งถิ่นฐานหนาแน่นสุดบริเวณทุ่งกุลาร้องไห้
(4.) นับถือศาสนาผี, เชื่อเรื่องขวัญ, มีพิธีกรรมหลังความตาย “ฝังศพครั้งที่ 2”ศูนย์กลางพิธีกรรมอยู่ผาแต้ม (บริเวณสบกัน “โขง-ชี-มูล”) อุบลราชธานี (อ. โขงเจียม มาจาก “เจียง” แปลว่า ช้าง)
(5.) โพนช้าง (คล้องช้างป่า) มาฝึกใช้งาน (นับถือ “ผีช้าง” ต้นทาง “พระคเณศ”)เอกสารจีนบอกว่าบ้านเมืองลุ่มน้ำโขง ส่งช้างฝึกแล้วถวายจักรพรรดิจีน พ.ศ. 900
[ข้อมูลจากการขุดค้นแหล่งโบราณคดีโนนหนองหอ ต. นาอุดม อ. นิคมคำสร้อย จ. มุกดาหาร ระหว่าง พ.ศ. 2551-2553]
ฟูนัน เป็นประวัติศาสตร์ที่ราบลุ่ม
คือ กัมพูชา-เวียดนาม บริเวณปากแม่น้ำโขง 2,000 ปีมาแล้ว เรือน พ.ศ. 500 (ไม่เป็นอาณาจักร)
(1.) เติบโตมั่งคั่งด้วยการค้า ทองแดง และ เหล็ก จากเจนละ ทำให้อินเดียเรียกดินแดนแผ่นดินใหญ่อันเป็นที่ตั้งเจนละ-ฟูนัน ว่า “สุวรรณภูมิ”
(2.) ศูนย์กลางเริ่มแรกที่เมืองออกแก้ว หลังจากนั้นขยายไปทางกัมพูชาและเวียดนาม
(3.) “ฟูนัน” คำจีน กลายจากคำเดิมว่า “พนม” แปลว่า ภูเขา
(4.) ไม่เป็นรัฐแห่งแรกของอุษาคเนย์ บ้านเมืองและรัฐมีกระจายหลายแห่ง เช่น อู่ทอง
(5.) ไม่เป็นอาณาจักร คำจีน (ตรงนี้) หมายถึง ประเทศ, รัฐ, อาณาจักร แต่เจ้าอาณานิคมเลือก “อาณาจักร”
การค้าทองแดงของฟูนันกับอินเดีย ดังต่อไปนี้
(1.) เหล็ก ค้าทั่วภูมิภาค เกลือ ค้ากับชุมชนบ้านเมือง “โขง-ชี-มูล” และ โตนเลสาบในกัมพูชา
(2.) การค้าภายใน-ทางบก ระยะใกล้ๆ กับเวียดนาม, กวางสี ผลิตสำริด
(3.) การค้าภายนอก-ทางทะเล ระยะไกลทางทะเลกับอินเดีย ผ่าน 2 ทาง
ทางแรก ผ่านลุ่มน้ำป่าสัก (เมืองศรีเทพ), ท่าจีน-แม่กลอง (เมืองอู่ทอง), ลงเรือที่เมืองทวาย (พม่า) ออกอ่าวเมาะตะมะ เลี่ยบชายฝั่งไปอินเดีย
อีกทางหนึ่ง ผ่านกัมพูชา, โตนเลสาบ, ออกอ่าวไทย ข้ามคาบสมุทร ที่เขาสามแก้ว (ชุมพร) ฯลฯ ตามหลักฐาน “สุวรรณภูมิ” เป็นลายลักษณ์อักษร พบครั้งแรก (พ.ศ. 2561) ในจารึกวัดคีรีเสด็จคง (K.1419) จ. กำปงสปือ (กัมพูชา) อักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ระบุ พ.ศ. 1176
การเดินเรือ โดยกลุ่ม “ชาวน้ำ” พูดชวา-มลายู ไม่ผ่านช่องแคบมะละกา อันตราย
สมัยแรก เลียบชายฝั่งจากอ่าวไทย ขนสินค้าข้ามคาบสมุทรสุวรรณภูมิ ไปลงเรืออ่าวเบงกอล (ทะเลอันดามัน)
สมัยหลัง แล่นตัดมหาสมุทร จากอินเดีย ตรงถึงคาบสมุทรสุวรรณภูมิ (แต่เลียบชายฝั่งก็ยังมี)
การค้านานาชาติ และศาสนา-การเมือง
(1.) ราว 1,500 ปีมาแล้ว เรือน พ.ศ. 1000 การค้าขยายตัวสู่นานาชาติ
(2.) ศาสนา-การเมือง จากอินเดีย แผ่ถึงอุษาคเนย์ และแผ่ถึง สุวรรณภูมิ
(3.) เจนละ-ฟูนัน รับศาสนา-การเมือง และวัฒนธรรมจากอินเดีย ผสมพื้นเมือง เป็น “ผี-พราหมณ์-พุทธ” กระชับอำนาจเป็นรัฐใหญ่
อำนาจของเจนละในทุ่งกุลาร้องไห้จากจารึกดอนขุมเงิน (ทุ่งกุลาร้องไห้ อ. หนองฮี จ. ร้อยเอ็ด)
อักษรปัลลวะ (อักษรศักดิ์สิทธิ์) อินเดียใต้ ภาษาสันสกฤต (ภาษาศักดิ์สิทธิ์) อารยัน 4 บรรทัด อายุ พ.ศ. 1151-1160
(1.) ระบุชื่อ “มเหนทรวรรมัน” [จิตรเสน เมื่อเป็นกษัตริย์กัมพูชา] (2.) นับถือพระศิวะ สร้างโคนนทิ (ถวาย) แสดงอำนาจเหนือผีท้องถิ่น (3.) บำรุงกองทัพปราบศัตรู [ทำให้ศัตรูภักดีต่อพระองค์] แสดงตนมีอำนาจเหนือแหล่งทรัพยากรทุ่งกุลา เท่ากับสืบเนื่องอำนาจก่อนหน้านั้น (2,500 ปีมาแล้ว)
เจนละยึดฟูนัน
(1.) จิตรเสน (เจนละ) ผู้นำของตระกูล “เสนะ” เรือน พ.ศ. 1100 พบจารึกจิตรเสนมากราว 17 หลัก ศูนย์กลาง “โขง-ชี-มูล” ยโสธร-อุบลราชธานี
(2.) แผ่ถึงจำปาสัก (ลาว) เมืองเศรษฐปุระ ปราสาทวัดพู
(3.) จิตรเสน ยึดฟูนัน เริ่มอาณาจักรกัมพูชา เป็นกษัตริย์กัมพูชา “มเหนทรวรรมัน” สถาปนา “อีศานปุระ” ลุ่มน้ำโตนเลสาบ
พิมายยึดเจนละ
วงศ์มหิธร สถาปนาเมืองพิมาย ลุ่มน้ำมูล (ตอนกลาง) ราว 1,000 ปีมาแล้ว เรือน พ.ศ. 1500
(1.) นับถือพุทธ เถรวาท และมหายาน ยกย่องรามายณะ (รามเกียรติ์) สืบเนื่องจาก “ศรีจนาศะ” (2.) เครือญาติศรีจนาศะ “เสียมกุก” (เมืองเสมา อ. สูงเนิน จ. นครราชสีมา) และเมืองศรีเทพ (อ. ศรีเทพ จ. เพชรบูรณ์) แผ่อำนาจลง “เขมรต่ำ” เหนืออาณาจักรกัมพูชาของเจนละ (3.) สร้างปราสาทนครวัด พ.ศ. 1650 สุริยวรรมัน 2 (4.) สร้างปราสาทนครธม พ.ศ. 1750 ชัยวรรมัน 7 สร้างอโรคยศาลาที่เมืองราดของพ่อขุนผาเมือง ลุ่มน้ำมูล
ทุ่งกุลาร่วงโรย
ลักษณะการค้าเปลี่ยนไป ราว 800 ปีที่แล้ว เรือน พ.ศ. 1800 คนทุ่งกุลา (หลายชาติพันธุ์) จน “เกือบ” หมด ทยอยโยกย้ายลงลุ่มน้ำมูล-เมืองพิมาย-เมืองเสมา (ศรี จนาศะ) เป็น “เสียมกุก” พูดไท-ไต ร่วมกัน สร้างอโยธยา เรียกตนเองว่าไทย
ลาวเข้ามาแทนที่ ราว 500 ปีที่แล้ว เรือน พ.ศ. 2000 ลาวสองฝั่งโขงหนีความขัดแย้งการเมือง ตั้งถิ่นฐานใหม่ในอีสาน (ตอนกลาง) ระหว่าง “ชี-มูล” สืบเนื่องเป็นคนอีสานปัจจุบัน
วัฒนธรรมทุ่งกุลา สืบเนื่องจนปัจจุบัน ได้แก่ คนเกิดจากน้ำเต้า ภาชนะดินเผาใส่ศพ ดังนี้
(1.) คนทุ่งกุลามีพิธีกรรมหลังความตายของชนชั้นนำ ดังนี้ ก. ร่างคนตายใส่ภาชนะดินเผา แล้วฝังดิน ข. กระดูกคนตายใส่ภาชนะดินเผา แล้วฝังดิน
(2.) ภาชนะดินเผารูปร่างทรงกระบอก (คล้ายแค็ปซูล) ต้นแบบโกศทุกวันนี้ตามประเพณีราชสำนักไทย
การค้าโลกเปลี่ยนไป เมื่อการค้าจีนแข็งแรงคุมอ่าวไทย ทำให้ทุ่งกุลาร้องไห้ (ลุ่มน้ำมูลตอนกลาง)-เจนละ (ลุ่มน้ำมูลตอนปลาย) เคลื่อนไหว ดังนี้
(1.) โยกย้ายอยู่สยาม เพราะมั่งคั่ง-มั่นคง และ (2.) บางส่วนเป็นสยาม (พูดภาษาไทย)
สยามลุ่มน้ำมูล มีเรื่องราวความเปลี่ยนแปลง ดังนี้ (1.) เครือญาติ นครวัด, ศรีเทพ, ละโว้, สุพรรณภูมิ (2.) “ลูกเขย” นครธม (ตามจารึกวัดศรีชุม) และ (3.) มั่งคั่งจากการค้าสำเภากับจีน (4.) ขยายเครือข่ายสถาปนาอโยธยาบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา
อโยธยา-อยุธยา ความเป็นมา ดังนี้
(1.) สยาม-ละโว้-สุพรรณภูมิ สถาปนาอโยธยา (2.) ภาษาไทย เป็นภาษาราชการ(3.) เรียกตนเองว่าไทย (4.) ขยายอำนาจ เหนือพิมาย, พนมรุ้ง, ถึงโขง-ชี-มูล (โคตร บอง, ระแดว)
ไม่มีเชื้อชาติ
(1.) คนเป็นไทย โดยภาษา-วัฒนธรรม “ไม่เชื้อชาติ” (2.) เชื้อชาติไม่มีในโลก และเชื้อชาติไทย-ไม่มี แต่ถูก “บงการ” โดยอำนาจ “ชาตินิยม” ให้งมงายว่ามี
กระดูกคนตายใส่ภาชนะฝังดิน

“พิธีศพครั้งที่ 2” ราว 2,500 ปีมาแล้ว
(ขวา) ภาชนะแบบต่างๆ เป็นต้นทางโกศ สืบจนปัจจุบัน
[บ้านเมืองบัว ต. เมืองบัว อ. เกษตรวิสัย จ. ร้อยเอ็ด (ลายเส้นของกรมศิลปากร)]

(ซ้าย) พระปิ่นเกล้าฯ พระศพงอเข่าอยู่ในพระโกศ หลังสวรรคต พ.ศ. 2409
[ลายเส้นจำลองฝีมือชาวฝรั่งเศส]
(กลาง) โกศยุคปัจจุบัน (อยู่ข้างในพระลองหุ้มประกอบ)
(ขวา) พระลองหุ้มประกอบพระโกศ (ที่อยู่ข้างใน)


