หน้าแรก เศรษฐกิจ รถยนต์ เรนจ์ โรเวอร์...

เรนจ์ โรเวอร์ เปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นแรกผลิตที่อังกฤษ อีวีทรงพลังสไตล์ผู้ดี

4.09.26 | 12:37 น.

เรนจ์ โรเวอร์ เปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นแรกผลิตที่อังกฤษ อีวีทรงพลังสไตล์ผู้ดี


เมื่อวันที่ 4 กันยายน บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์แลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย แจ้งว่า ที่เกย์ดอน สหราชอาณาจักร Range Rover (เรนจ์โรเวอร์) ประกาศเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2026 แนะนำเอสยูวีหรูต้นแบบ พร้อมให้เลือกด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแล้ว Range Rover พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรก ผลิตบนสถาปัตยกรรมเดียวกับรุ่นไมลด์ไฮบริด ปลั๊กอินไฮบริด และเครื่องยนต์สันดาป ทั้งหมดผลิตที่เมืองโซลิฮัลล์ สหราชอาณาจักร ถิ่นกำเนิดของ Range Rover นับตั้งแต่ปี 1970

Range Rover Electric (เรนจ์ โรเวอร์ อิเลกทริก) มีแรงบิดสูงที่สุดเท่าที่ Range Rover เคยมีมา ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ายกระดับคุณลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของ Range Rover พร้อมลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าถูกผสานเข้ากับสถาปัตยกรรม ได้รับการออกแบบให้รองรับระบบไฟฟ้ามาตั้งแต่ต้น มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าแม่เหล็กถาวรคู่ ขนาด 260 kW ให้กำลังสูงสุด 550 PS แแรงบิดสูงสุด 850 Nm พละกำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ V8 ระยะทางขับขี่สูงสุดประมาณ 600 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP1 และระยะทางขับขี่จริงสูงสุด 535 กิโลเมตร

Advertisement

มาร์ติน ลิมเพิร์ต กรรมการผู้จัดการ Range Rover กล่าวว่า Range Rover Electric ผสานระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าอันทรงพลังและยืดหยุ่นเข้ากับเทคโนโลยีแชสซีขั้นสูง เทคโนโลยีใหม่ช่วยให้ควบคุมรถได้แม่นยำทุกสภาพแวดล้อม รวมถึง Intelligent Driveline Dynamics (IDD) กระจายแรงบิดไปยังล้อหลังได้ตั้งแต่ 100% ถึง 0% เพื่อป้องกันการสูญเสียการยึดเกาะ และ Integrated Traction Management (ITM) ระบบจัดการแรงยึดเกาะอันล้ำสมัย ควบคุมความเร็วของมอเตอร์ภายใน 50 มิลลิวินาที จัดการการลื่นไถลได้เร็วกว่ารถยนต์ ICE เทียบเท่ากันถึง 100 เท่า Integrated Traction Management ทำงานประสานกับโหมด Single Pedal ใหม่ มอบการควบคุมอันเหนือชั้น ช่วยให้ออกตัวบนทางลาดชันสูงสุด 33 องศาได้นุ่มนวล เทียบเท่าความชันของลานสกีระดับ black diamond หรือไต่ทางลาดชันสูงสุด 45 องศา รวมถึงความสามารถในการลุยน้ำลึกสูงสุด 900 มม.

แมตต์ เบกเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์ (Jaguar Land Rover) JLR กล่าวว่า คุณลักษณะโดดเด่นของ Range Rover Electric คือความสามารถการขับเคลื่อนบนทุกพื้นผิว พร้อมความสะดวกสบายและความประณีตอย่างเป็นธรรมชาติ การตอบสนองและความแม่นยำของระบบควบคุมชุดส่งกำลังใหม่เกิดจากระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ช่วยสนับสนุนคุณสมบัติเหล่านี้ได้สมบูรณ์แบบ เมื่อต้องชาร์จนอกบ้าน Range Rover Electric สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ภายในเวลาประมาณ 22 นาที หรือเพิ่มระยะทาง 220 กิโลเมตร ภายใน 10 นาที (WLTP) ผ่านเครื่องชาร์จเร็ว DC สาธารณะขนาด 350 kW

Range Rover พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรก ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบซ้อนสองชั้น มีความจุใช้งาน 118.5 kWh ประกอบด้วยเซลล์ปริซึม 344 เซลล์ ให้ความหนาแน่นพลังงานโดดเด่น พร้อมสถาปัตยกรรม 800 โวลต์ขั้นสูง รองรับการชาร์จแบบแยกส่วนได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น มอเตอร์ไฟฟ้าแม่เหล็กถาวรคู่ขนาด 260 kW ให้แรงบิดมากกว่ามอเตอร์ขนาดเดียวกัน 20% และใช้สารกึ่งตัวนำซิลิคอนคาร์ไบด์รองรับความเร็วในการสวิตช์ระดับไมโครวินาที เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพกับสมรรถนะ เร่งความเร็วจาก 0–100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 4.5 วินาที และเร่งแซงจาก 80–121 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 2.7 วินาที

Range Rover Electric ผ่านการทดสอบและพัฒนาทั้งแบบเสมือนจริงและทางกายภาพทั่วโลกอย่างเข้มข้น ตั้งแต่อุณหภูมิ -40 องศาเซนเซียส ที่เมืองอาร์เยพล็อก สวีเดน ความร้อนในทะเลทรายดูไบ ไปจนถึงศูนย์ทดสอบ Eastnor Castle ของ JLR ในสหราชอาณาจักร รวมระยะทางทดสอบมากกว่า 1.5 ล้านกิโลเมตร และกว่า 250,000 ชั่วโมงทั้งในโลกเสมือนจริงและโลกจริง การทดสอบทางกายภาพครอบคลุมระยะทางเทียบเท่าการเดินทางรอบโลก 38 รอบ และการทดสอบเสมือนจริงมากกว่า 250,000 ชั่วโมง มากกว่า Range Rover รุ่นใดที่ผ่านมา

Range Rover Electric ยังคงเอกลักษณ์การออกแบบของ Range Rover ไว้ครบถ้วน พร้อมปรับกระจังหน้า ล้อ และแผ่นปิดใต้ท้องรถตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อช่วยเพิ่มระยะทางขับขี่บนทางหลวงให้ได้สูงสุด มีเทคโนโลยีใหม่ช่วยดึงศักยภาพของระบบไฟฟ้าออกมาอย่างเต็มที่ ทั้งระบบคาดการณ์ระยะทางอัจฉริยะและระบบจัดการความร้อน ThermAssistTM ขั้นสูง เพิ่มประสิทธิภาพระยะทางขับขี่ ความเร็วการชาร์จ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ และสมรรถนะในอุณหภูมิสุดขั้ว พร้อมเพิ่มระยะทางสูงสุด 40 กิโลเมตรและลดการใช้พลังงานเพื่อทำความร้อนลง 40% มีการยื่นคำขอจดสิทธิบัตรสำหรับ Range Rover Electric มากกว่า 300 รายการ สูงที่สุดสำหรับรถยนต์รุ่นเดียวในประวัติศาสตร์ของแบรนด์

เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและคุณภาพของแบตเตอรี่ ห้องปฏิบัติการทดสอบแบตเตอรี่แห่งใหม่ของ JLR นำแบตเตอรี่ที่ทำงานจริงมาทดสอบแรงสั่นสะเทือนหลายแกนและแรงกระแทกอย่างรุนแรงในสภาวะอุณหภูมิ -40 องศาเซนเซียส ถึง +90 องศาเซนเซียส เมื่อผสานกับโครงอะลูมิเนียมความแข็งแรงสูง Range Rover Electric จึงถูกสร้างขึ้นให้ทนต่อแรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือนรุนแรง ขณะที่ฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อความสะดวกในการรับบริการและบำรุงรักษา Range Rover Electric ทุกคันมาพร้อม Battery Digital Twin ให้จุดข้อมูลวินิจฉัยมากกว่า 900 รายการ เมื่อทำงานร่วมกับ Software Over the Air ชั้นนำของ JLR6 จะช่วยให้ Range Rover ดูแลรถยนต์ของลูกค้าได้ล่วงหน้า ระบบขับเคลื่อนขั้นสูงของ Range Rover Electric มาพร้อมการรับประกัน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

เพื่อรองรับการผลิต Range Rover Electric JLR ได้พลิกโฉมโรงงานผลิตในโซลิฮัลล์ ด้วยการผสานการผลิตขั้นสูง เทคโนโลยีดิจิทัล และการลงทุนครั้งสำคัญพัฒนาทักษะด้านพลังงานไฟฟ้า พนักงานฝ่ายผลิต 9,000 คนในโซลิฮัลล์ยกระดับทักษะด้านพลังงานไฟฟ้าแล้ว พร้อมพนักงานอีก 1,500 คนทั่วเครือข่ายของ JLR ในภูมิภาคเวสต์มิดแลนด์ส

ไนเจล เบลนคินซอป ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ JLR กล่าวว่า การผลิต Range Rover Electric ที่โซลิฮัลล์ ผสานความเชี่ยวชาญด้านการผลิต Range Rover สั่งสมมากว่าห้าทศวรรษเข้ากับเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าและการผลิตขั้นสูงล่าสุด

“Range Rover สร้างมูลค่าที่สำคัญทั่วสหราชอาณาจักรและยุโรป การผลิตที่โซลิฮัลล์ สนับสนุนธุรกิจหลายพันแห่ง งบประมาณที่ใช้กับซัพพลายเออร์มากกว่าสองในสาม ส่งตรงไปยังซัพพลายเออร์ในสหราชอาณาจักรและยุโรป

เครือข่ายโรงงานผลิตของ JLR ในวงกว้าง รวมถึง Electric Propulsion Manufacturing Centre ในวูล์ฟแฮมป์ตัน จะสนับสนุนการผลิต Range Rover Electric ปัจจุบันโรงงานแห่งนี้ผลิตแพ็กแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าควบคู่กับเครื่องยนต์สันดาป ทำให้เป็นโรงงานผลิตเครื่องยนต์สันดาปและระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร

การพัฒนาระยะแรกครอบคลุมพื้นที่ 40,000 ตร.ม. ใช้เวลาในการวางแผน วิศวกรรม ก่อสร้าง และเตรียมพร้อมมากกว่าสองล้านชั่วโมงตลอดสี่ปี การพลิกโฉมครั้งนี้เพิ่มสายการผลิตแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า 13 สาย รองรับด้วยสายพานลำเลียงยาว 9 กิโลเมตร และสายไฟฟ้ากับสายข้อมูลยาว 182 กิโลเมตร ซึ่งยาวกว่าแม่น้ำเทมส์

กล้องสแกนขั้นสูงทำงานด้วย AI ถูกผสานเข้ากับกระบวนการตรวจสอบคุณภาพระหว่างการผลิต Electric Drive Unit เพื่อให้มั่นใจว่าชิ้นส่วนสำคัญประกอบเข้ากันอย่างสมบูรณ์และผ่านมาตรฐานความประณีตอันเข้มงวดของ Range Rover Electric นอกจากนี้ เซลล์แบตเตอรี่ทุกเซลล์ได้รับการทดสอบสมรรถนะก่อนบรรจุในแพ็กแบตเตอรี่ จะได้รับการตรวจสอบความสมบูรณ์ของการประกอบและสมรรถนะอีกครั้งก่อนติดตั้งใน Range Rover Electric ที่โซลิฮัลล์

Range Rover Electric เปิดรับคำสั่งซื้อ Range Rover Electric แล้ววันนี้ มีตัวถังให้เลือกทั้งฐานล้อมาตรฐานและฐานล้อยาว9 ในรุ่น Autobiography รวมถึง SV, SV Ultra และ SV Black อีกทั้งยังมี First Edition คัดสรรรายละเอียดอย่างพิถีพิถันในสี Belgravia Green, Santorini Black หรือ Varesine Blue จับคู่กับห้องโดยสาร Light Cloud UltrafabricsTM PU และ KvadratTM ที่เปิดตัวใหม่

สำหรับลูกค้าที่ต้องการสร้างสรรค์ Range Rover Electric ให้สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง บริการสั่งทำ Range Rover Bespoke มอบทางเลือกหลากหลายยิ่งขึ้น ตั้งแต่สีและพื้นผิวตัวถัง วัสดุระดับสูง การจับคู่สีตามต้องการ ไปจนถึงรายละเอียดเฉพาะบุคคล รวมถึงงานปักที่มีเอกลักษณ์ สำหรับประเทศไทย บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์แลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับรุ่นย่อยและราคาจะประกาศให้ทราบในภายหลัง คาดว่าจะเริ่มส่งมอบรถได้ช่วงต้นปี 2027