‘คมนาคม’​ เผยผลสอบเบื้องต้น คานปูนพระราม 2 ร่วง ความประมาทของเจ้าหน้าที่ จ่อลงโทษต่อ

18.08.22 | 17:09 น.

‘คมนาคม’​ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุคานพระราม 2 ถล่ม คาดรายงาน ‘ศักดิ์​สยาม’​ ได้ไม่เกิน 25 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม (หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง) เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเกิดอุบัติเหตุคานสะพานกลับรถร่วงหล่นบนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) ตอนสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน-นาโคก ที่ กม. 34+000 บริเวณสะพานกลับใกล้โรงพยาบาลวิภาราม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีนายอภิสิทธิ์ พรหมเสน ผู้ตรวจราชการกระทรวง นายชาครีย์ บำรุงวงศ์ รักษาการที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางบก นางสาวรัชนีพร ธิติทรัพย์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงคมนาคม นายอภิชาติ จันทรทรัพย์ รองอธิบดีกรมทางหลวง ฝ่ายดำเนินงาน นายอภิชัย วชิระปราการพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวงชนบท นายพิศุทธิ์ สุขุม ผู้แทนนายกสภาวิศวกร วิศวกรใหญ่ กรมโยธาธิการและผังเมือง และนายเอนก ศิริพานิชกร ที่ปรึกษาคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)

นายพิศักดิ์กล่าวว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีความห่วงใยผู้ใช้ทางถึงความกังวลและความเชื่อมั่นในความแข็งแรงของโครงสร้างสะพานที่อาจส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพความปลอดภัยในการเดินทาง จึงมีข้อสั่งการให้กระทรวงจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อตรวจสอบมาตรฐานการก่อสร้าง วิเคราะห์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุของการถล่มของคานสะพานกลับรถดังกล่าว และรายงานผลให้ทราบโดยเร็ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายพิศักดิ์กล่าวว่า กระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้มีการติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยการประชุมในครั้งนี้คณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อสืบหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ โดยมีนายเอนก ศิริพานิชกร เป็นประธานอนุกรรมการ และมีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจาก วสท.เป็นอนุกรรมการ ได้รายงานว่ามีการลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม อาทิ การตรวจสอบแบบ Visual Inspection การตรวจสอบความสมบูรณ์แข็งแรงของโครงสร้างสะพาน ส่วนที่เหลือหลังจากที่ยกคานลงแล้ว ด้วยวิธี 3D Scanner ตรวจสอบขนาดของเสาและปริมาณเหล็กโดย Ferro Scan และ Rebound Hammer ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า โครงสร้างคานสะพานและระบบพื้นบนคานสะพานช่วงระหว่างเสายังมีความมั่นคงแข็งแรง ไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดการวิบัติ หรือเสียเสถียรภาพ ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้สัญจรไปมาในขณะนี้ และจะสร้างความมั่นใจในการใช้สะพานกลับรถ ด้วยการทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกของสะพานที่บูรณะแล้วเสร็จต่อไป

Advertisement

นายพิศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดที่กรมทางหลวงตั้งขึ้น ซึ่งมีนายนรินทร์ ศรีสมพันธุ์ วิศวกรใหญ่ด้านควบคุมการก่อสร้าง เป็นประธานนั้น ได้รับรายงานว่า ได้มีการจัดประชุมและลงพื้นที่ตรวจสอบรายละเอียดที่เกิดขึ้น โดยได้เรียกผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการซ่อมแซมปรับปรุงสะพานกลับรถดังกล่าวมาให้ข้อมูล ขั้นตอนการทำงาน การควบคุมงานก่อสร้าง พร้อมรวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อพิจารณาหาข้อสรุปสาเหตุของการเกิดเหตุที่แน่ชัด หลังจากนี้กรมทางหลวงจะได้หารือร่วมกับ วสท. และสภาวิศวกร เพื่อหาแนวทางในการดำเนินงานบูรณะสะพานกลับรถตัวนี้ เพื่อลดผลกระทบด้านการจราจรและเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้ใช้ทาง

“กรมทางหลวงได้รายงานผลการเยียวยาผู้ประสบเหตุและครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงการดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ที่ประสบเหตุทั้งหมด และหลังจากได้ข้อสรุป ผลการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมเอกสารหลักฐานทั้งหมดจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงและกรมทางหลวงแล้ว จะรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ทราบโดยเร็ว คาดว่าไม่เกินวันที่ 25 สิงหาคม 2565 ซึ่งในเบื้องต้นพบว่าเป็นความผิดพลาดในการปฏิบัติงานของกรมทางหลวง และเกิดจากความประมาทของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยเพื่อลงโทษต่อไป ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะดำเนินการด้วยความโปร่งใส ไม่มีการแทรกแซงใดๆ” รองปลัดกระทรวงคมนาคมระบุ