หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชนกระทุ้งร...

เอกชนกระทุ้งรัฐ ค่าไฟทุกกลุ่มควรลดเหลือ 4.72 บาท หลังเชื้อเพลิงถูก – บาทแข็ง

7.03.23 | 10:41 น.

เอกชนกระทุ้งรัฐ เสนอ 4 ข้อ ย้ำต้นทุนเชื้อเพลิงถูก – บาทแข็ง ค่าไฟทุกกลุ่มควรลดเหลือ 4.72 บาท วอนหาทางออก แก้ปัญหาหมักหมม ความเหลื่อมล้ำ

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวถึงข้อเรียกร้องการกำหนดอัตราค่าไฟงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2566 ซึ่งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) จะประชุมพิจารณาวันที่ 8 มีนาคมนี้ ว่า งวด 2/66 หรือ พฤษภาคม-สิงหาคม 2566 ต้องไม่สูงกว่า 4.72 บาท/หน่วย ทั้งครัวเรือน และภาคธุรกิจ หลังจากปรับราคาขึ้นมา 13% เมื่อเดือนมกราคม-เมษายน 2566 เป็น 5.33 จากเดิม 4.72 บาท/หน่วย สำหรับภาคธุรกิจ

ดังนั้น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ขอเสนอแนะมุมมองในการบริหารค่าFT ไฟฟ้า ในงวด2/66 ต่อภาครัฐ ดังนี้

1.ปรับลดค่า FT ของภาคธุรกิจให้กลับมายืนราคาไม่เกิน 93 สตางค์ เพื่อให้ค่าไฟฟ้า ของภาคธุรกิจ ไม่สูงกว่า 4.72 บาท/หน่วย เหมือนงวด 3/65 ( กันยายน-ธันวาคม 2565) ด้วยเหตุผลปัจจัยบวก ของต้นทุนการผลิตไฟฟ้า ในงวด2 /66 เทียบกับ งวด1/66 ประกอบด้วย

1.1 ค่าพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น LNG , ดีเซล ,น้ำมันเตา และอื่นๆที่ลดลงของตลาดโลก

Advertisement

1.2 ตลอดจน ต่าเงินบาท ที่แข็งค่าขึ้น

1.3 NG ในอ่าวไทย ที่จะมี Supply มากขึ้นในกลางปีนี้ ตามลำดับ

อ่าน ค่าไฟ งวดพฤษภาคม-สิงหาคม 2566 ต่ำกว่า 5 บาท กกพ.เคาะตัวเลขชัดๆ 8 มี.ค.นี้

2.การสนับสนุนจาก ภาคนโยบาย และ ผู้เกี่ยวข้องที่ต้องจัดสรร NG จากอ่าวไทย มาผลิตไฟฟ้าภายในประเทศให้เต็มที่ รองรับ peak load ในช่วงฤดูร้อนนี้ มากกว่าไปสนับสนุนอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่ส่วนใหญ่นำไปใช้ในการส่งออก และมีทางเลือกอื่นรองรับ

3.ภาคครัวเรือน ของประชาชน ก็ไม่ควรต้องจ่ายค่าไฟฟ้า แพงกว่าเดิม ที่ 4.72 บาท/หน่วย รวมทั้งกลุ่มเปราะบาง ที่ภาครัฐเคยตรึงราคา ด้วยภาคอุตสาหกรรม ก็ห่วงใยผลกระทบต่อภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนเช่นกัน

ทั้งนี้ถือเป็นอำนาจของ กพช.ในการพิจารณาระดับราคาค่าไฟฟ้า งวด2/66 ของภาคครัวเรือน

4.การชำระหนี้ ตลอดจนปัญหาสภาพคล่องของ EGAT ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ รับผิดชอบการผลิตและราคาไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศ ก็ควรประคองการคืนหนี้จากค่า FT ในระยะเวลาที่เหมาะสม ด้วยสถานการณ์ ที่ต้นทุนพลังงานลดลง ตามลำดับ

จึงไม่มีความจำเป็นต้องเร่งคืนหนี้ให้ EGAT จากค่า FT เมื่อเทียบกับปัญหาเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ที่กำลังเจอภาวะการชะลอตัวจากการส่งออก ตามภาวะตลาดโลก

โดยมุมมองทั้งหมดดังกล่าว ขอส่งไปสู่ผู้รับผิดชอบทั้งภาคนโยบาย และ กกพ. ด้วยเอกชนในนาม กกร. ไม่มีโอกาสได้ร่วมประชุมหารืออย่างพร้อมเพรียง 3 ฝ่าย ( ภาคนโยบาย + กกพ + กกร ) เพื่อแก้ปัญหาของประเทศร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ตามที่เคยคุยกันไว้เมื่อ 31 มค. ที่ผ่านมา

“เรามองว่า ปัญหาวิกฤตพลังงานและค่าไฟฟ้าของประเทศครั้งนี้ ได้หมักหมมปัญหา สร้างความเหลื่อมล้ำของประเทศไว้มากมาย เราเร่งรอวันที่จะมีผู้รับผิดชอบ ที่กล้าหาญ และจริงใจ ในการหาทางออก ต่อปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง มากกว่าที่เป็นอยู่ ตลอดจน เราไม่อยากเห็นภาวะที่เอกชน และประชาชน ต้องมานั่งลุ้น และภาวนา ตลอดจนพึ่งพิงปัจจัยบวกของค่าไฟฟ้า จากราคาพลังงานโลก ตลอดจนอัตราแลกเปลี่ยน ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา ทั้งๆที่ เรายังมีทางออกที่สามารถพึ่งพิงตัวเอง และป้องกันความเสี่ยงได้อย่างมากมายตามข้อเสนอที่เคยเสนอไปทั้งหมด แต่ไม่ได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็วและจริงจังจากผู้รับผิดชอบ”นายอิศเรศกล่าวทิ้งท้าย

 

 

อ่านข่าวน่าสนใจ: