หน้าแรก เศรษฐกิจ ลูกบ้านเตรียม...

ลูกบ้านเตรียมเฮ! “กทม.” เปิดช่อง แก้ไข “แอชตัน อโศก” ไม่ต้องทุบทิ้ง อนันดาเตรียมแจงตลท.พรุ่งนี้

30.07.23 | 20:39 น.

ลูกบ้านเตรียมเฮ! “กทม.” เปิดช่อง แก้ไข “แอชตัน อโศก” ยื่นขอไม่ต้องทุบทิ้ง แต่บริษัทต้องลงทุนซื้อที่ทำทางเข้าออกเพิ่ม “อนันดา” เตรียมแจงกลต.พรุ่งนี้ ก่อนถก กทม.-รฟม. ผ่าทางตัน

จากกรณที่เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองกลาง ในการสั่งเพิกถอนใบรับแจ้งการก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูโครงการ “แอชตัน อโศก สุขุมวิท 21” สร้างความปั่นป่วนให้กับเจ้าของห้องชุด 580 ครอบครัว ที่โอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว จากจำนวนห้องชุดในโครงการ 668 ห้องนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “มติชน” ว่า ภายในสัปดาห์นี้บริษัทจะขอเข้าพบนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) รวมถึงผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อหารือถึงแนวทางการแก้ปัญหาและเยียวยาผลกระทบของโครงการคอนโดมิเนียมแอชตัน อโศก โดยที่ไม่ต้องทุบตึก หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโครงการ โดยบริษัทจะเร่งสรุปแนวทางแก้ปัญหาที่ชัดเจนภายในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ตามที่ได้ขอเวลา 14 วัน (วันทำการ)

นายประเสริฐกล่าวว่า ขณะเดียวกันวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ บริษัทจะทำหนังสือรายงานความคืบหน้าต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยเนื้อหายังคงตามเดิมที่บริษัทออกแถลงการณ์ไปเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม โดยยืนยันว่าการทําโครงการแอชตัน อโศก มีการตรวจสอบประเด็นทางกฎหมาย รวมทั้งข้อกําหนดที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตต่างๆ รวมทั้งสภาพที่ดินของโครงการอย่างรอบคอบรัดกุม อีกทั้งการพิจารณาอนุมัติโครงการ ผ่านการพิจารณาอนุมัติจากภาครัฐไม่ตํ่ากว่า 8 หน่วยงาน และผลแห่งคําพิพากษาหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งต่อเจ้าของร่วมอาคารชุดและบริษัท เพราะหากหน่วยงานราชการผู้มีอํานาจหน้าที่ไม่เห็นชอบและอนุมัติแล้วโครงการนี้จะไม่สามารถก่อสร้างได้ตั้งแต่แรกและจะไม่เกิดความเสียหายขึ้น ส่วนจะมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหรือไม่นั้น จะต้องเป็นกระบวนการต่อไป เพราะต้องดูว่าหน่วยงานไหนรับผิดชอบอย่างไร คงยังอีกนาน

“สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหา การซื้อตึกแถวเพื่อทำเป็นทางเข้าออกกว้าง 12 เมตร ติดถนนสาธารณะที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตร เพื่อไปออกซอยสุขุมวิท 19 ก็เป็นแนวทางเลือกหนึ่ง แต่อาจจะมีทางเลือกอื่นอีกเรากำลังดูช่องทางด้านกฎหมายเพิ่มเติมว่าจะมีช่องทางใดที่จะแก้ไขปัญหาได้อีกบ้าง คิดว่าจะมีแนวทางออกโดยที่ไม่ต้องทุบตึก และยังได้สัญญาณที่ดีจากรองผู้ว่าฯกทม. (วิศณุ ทรัพย์สมพล) ออกมาให้ข่าวว่าให้ยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างใหม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราทำผิด แต่เป็นการปฏิบัติตามสั่งศาลปกครองสูงสุด อย่างไรก็ตาม แม้จะเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง แต่ลูกบ้านยังอยู่อาศัยได้ต่อเนื่อง และขณะนี้ยังไม่มีลูกบ้านทิ้งดาวน์โครงการแต่อย่างใด” นายประเสริฐกล่าว

นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า กรมได้รับการสอบถามเรื่องการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ซึ่งกรมได้ตอบไปตามข้อเท็จจริงของกฎหมาย ถ้าเป็นเจ้าของที่ดินและมีที่ดินติดถนนสาธารณะ มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตรยาวต่อเนื่องกันก็สามารถทำได้ แต่ต้องดูใบอนุญาตจาก รฟม.และ กทม.ด้วยว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

Advertisement

“เท่าที่ติดตามข่าวของแอชตัน อโศก คงมีทางออกเดียวเท่านั้น คือ ซื้อที่ดินหรือตึกแถวโดยรอบเพื่อทำทางเข้าออกกว้างไม่น้อยกว่า 12 เมตร ติดกับถนนสาธารณะ ให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย แต่คงไม่ถึงกับต้องรื้อตึก แต่ถ้าแก้ไขไม่ได้ คงต้องรื้อถอน แต่คงเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ และเชื่อว่าบริษัทและ กทม.คงมีทางออกร่วมกันได้” นายพงศ์รัตน์กล่าว

แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า วันที่ 3 สิงหาคมนี้ ผู้บริหาร กทม.จะมีการแถลงข่าวกรณีโครงการแอชตัน อโศก โดย กทม.พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโครงการ จากนั้น กทม.จะทำหนังสือแจ้งบริษัทให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง รวมถึงจะดำเนินการตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 โดยสำนักงานเขตวัฒนาจะต้องออกคำสั่งตามมาตรา 40 ให้เจ้าของอาคารระงับการใช้อาคารและมาตรา 41 ให้ยื่นขออนุญาตเปลี่ยนแปลงแก้ไขทำให้ถูกต้องตามกฎหมายภายในเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 30 วัน หากมีเหตุอันควรสามารถขยายเวลาออกไปอีกก็ได้

“ทางออกมีแต่บริษัทต้องลงทุนเพิ่ม คือ ต้องซื้อตึกแถวทำทางเข้าออกให้กว้าง 12 เมตร ติดถนนสาธารณะที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตร เพื่อออกสุขุมวิทซอย 19 หรือซื้อที่ดินสมาคมนามธารีอยู่ด้านทิศใต้ เป็นที่ว่างอยู่เพื่อทำทางออกไปถนนอโศกมนตรีและมาขออนุญาตก่อสร้างใหม่ เป็นทางออกเดียวที่จะทำให้ไม่ต้องทุบตึก แพงเท่าไหร่บริษัทก็ต้องซื้อ เพราะเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ ก่อนหน้านี้ กทม.เคยแนะนำไปแล้ว แต่บริษัทไม่ยอมทำตาม เชื่อว่าสามารถใช้ทางผ่านของ รฟม.ได้และคิดว่าทางผ่าน รฟม.เป็นทางสาธารณะ” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า การที่ กทม.ออกใบอนุญาตก่อสร้างให้โครงการ เนื่องจากโครงการผ่านการอนุมัติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แล้ว และเป็นตามมาตรา 39 ทวิ ซึ่งเมื่อยื่นแล้วก็ก่อสร้างได้ทันที โดยไม่ต้องรอใบอนุญาต

อ่านข่าว:กว้านซื้อตึกแถว ทางออก ‘แอชตันอโศก’ แพงแค่ไหนก็ต้องจ่าย แลกทุบทิ้ง 

บิ๊กโนเบิล-แสนสิริ-MQDC แจงทางผ่านคอนโดฯ บนที่ดินรัฐ ทำถูกต้อง คนละเคส ‘แอชตัน อโศก’ 

ศรีสุวรรณ ติง ‘แอชตัน’ อย่าดึงลูกบ้านเป็นตัวประกัน แนะเร่งซื้อที่ทางออกเพิ่ม ก่อนถูกทุบทิ้ง 

“ผู้บริหารอนันดา” ขอ 14 วันถก “กทม.-รฟม.” หาทางออก-มาตรการเยียวยาผลกระทบหลังศาลสั่ง ยันไม่ได้ทำผิดกม.

รศ.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กำกับดูแลสำนักการโยธา เปิดเผยว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้สั่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ สำหรับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ยืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางในการเพิกถอนใบรับแจ้งการก่อสร้างคอนโด แอชตัน อโศก โดยให้มีผลย้อนหลังนั้น ซึ่งเรืองดังกล่าวทางนายชัชชาติจะเป็นผู้แถลงรายละเอียดอีกครั้งในวันที่ 3 สิงหาคมนี้

“จากการพูคุยเบื้องต้นกับผู้ว่าฯชัชชาตินั้น ทาง กทม.พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้ กทม. โดยสำนักงานเขตวัฒนา ในฐานะเจ้าของพื้นที่ เตรียมส่งหนังสือถึง บริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จำกัด (บริษัทร่วมทุนระหว่าง บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ถือหุ้น 51% และบริษัท มิตซุย ฟุโดซัง จากประเทศญี่ปุ่น ถือหุ้น 49%) เจ้าของโครงการแอชตัน อโศก ในการออกคำสั่งให้เจ้าของอาคารดำเนินการแก้ไขอาคารให้ถูกต้อง ซึ่งการเพิกถอนใบรับแจ้งการก่อสร้างดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าคอนโด แอชตัน อโศก จะต้องมีการรื้อถอนอาคาร โดยยังมีแนวทางบริษัทผู้เป็นเจ้าของโครงการ สามารถยื่นขอใบแจ้งก่อสร้างใหม่ได้ที่สำนักงานเขตวัฒนา”

ทั้งนี้บริษัทจะต้องยื่นขอใบแจ้งก่อสร้างอีกครั้ง โดยจะต้องทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามที่ศาลสั่ง ซึ่งก็คือ เพิ่มทางเข้า-ออกโครงการ ให้มีความกว้างของถนน 12 เมตร และอยู่ติดกับถนนสาธารณะที่มีความกว้าง 18 เมตร ซึ่งเป็นไปตามที่กฎหมายควบคุมอาคารและกฎหมายผังเมืองกำหนด หากบริษัทเจ้าของโครงการสามารถปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางเข้า-ออกแล้วเสร็จ ก็สามารถยื่นขอใบแจ้งก่อสร้างได้

“ขอเวลาให้ทีมกฎหมายของกรุงเทพมหานครพิจารณารายละเอียด ตามคำพิพากษาอย่างถี่ถ้วน ซึ่งท่านผู้ว่าฯชัชชาติจะเป็นผู้แถลงด้วยตัวเอง เนื่องจากมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน”