‘ภาคประชาชน-ประมง’ วอนรัฐทบทวน-ออกมาตรการรองรับ ผลกระทบแลนด์บริดจ์ใต้ จี้ศึกษารอบด้าน

15.11.23 | 16:04 น.

‘ภาคประชาชน-ประมง’ วอนรัฐทบทวน-ออกมาตรการรองรับ ผลกระทบแลนด์บริดจ์ใต้ จี้ศึกษารอบด้าน อย่ามองแค่ส่วนเดียว

แม้ว่า โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือที่รู้จักกันในนาม “โครงการแลนด์บริดจ์ใต้ ชุมพร-ระนอง” ซึ่งโครงการมีมูลค่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งในโครงการจะมีทั้งการสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกทั้ง 2 ฝั่ง คือ ที่แหลมริ่ว จ.ชุมพร และที่อ่าวอ่าง จ.ระนอง, การก่อสร้างรถไฟทางคู่, ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง, ท่อส่งน้ำมัน, การพัฒนาพื้นที่หลังท่า ด้วยอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง, กิจกรรมเชิงพาณิชย์ และจะมีการถมทะเลบางส่วนด้วยนั้น

ด้วยขนาดโครงการที่มีมูลค่าสูง และเป็นโครงการขนาดใหญ่ กระทบกับคนหมู่มาก จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)

โดยปัจจุบัน สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กำลังศึกษารายละเอียดอยู่ เพราะมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับโครงการ โดยที่ผ่านมา สนข.ได้มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นไปแล้ว 1 ครั้ง ทั้งที่ฝั่งจังหวัดระนองและจังหวัดชุมพร

ทั้งนี้ ในเว็บไซต์ของ สนข.ได้มีการสรุปผลการจัดเวทีประชาพิจารณ์ดังกล่าว เกี่ยวกับความคิดเห็นและข้อกังวลของชาวบ้านในพื้นที่ ที่มีต่อโครงการนั้นออกมาใกล้เคียงกันทั้ง 2 จังหวัด คือเกรงว่าโครงการ จะกระทบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ เรื่องการท่องเที่ยว อาชีพโดยเฉพาะอาชีพประมง และอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านในพื้นที่ รวมทั้งผลกระทบกับพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ จนทำให้ชาวบ้านไม่สามารถไปประกอบอาชีพได้และต้องไปประกอบอาชีพอื่นต่อไป เพราะเมื่อมีเรือขนาดใหญ่เข้ามาทำให้เกิดกระแสน้ำเปลี่ยนทิศทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนไปได้ และทำให้สัตว์น้ำไม่ชุกชุมเหมือนเดิม ไม่สามารถทำอาชีพประมงพื้นบ้านได้ และที่สำคัญที่สุดคือ การอยู่อาศัย เพราะจะต้องมีการเวนคืนที่ดินเพื่อนำไปพัฒนาโครงการด้วย และสุดท้ายแล้วผลประโยชน์ที่ได้จากโครงการคุ้มค่ากับสิ่งที่สูญเสียไปหรือไม่ และรัฐจะชดเชยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างไร นอกจากนี้ ในเวทีประชาพิจารณ์ ยังได้มีการขอให้มีการศึกษาผลกระทบเกินพื้นที่รัศมี 5 กม. โดยให้ครอบคลุมเกาะแก่งต่างๆ ในบริเวณข้างเคียงด้วย นอกจากนี้ ยังมีการขอให้ภาครัฐมองอย่างรอบด้าน อย่ามองแค่สิ่งที่เป็นผลดีเฉพาะกลุ่ม

Advertisement

โดยปัจจุบันในจังหวัดระนองมีเรืออยู่ประมาณ 3,000-4,000 ลำ มีสมาชิกในครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบประมาณ 15,000 คน

ขณะที่สภาประชาชนภาคใต้ ได้ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา เรื่อง คณะรัฐมนตรีต้องทบทวนมติ และต้องพิจารณาความเป็นไปได้ที่แท้จริงของ โครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง ความว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี มีมติรับทราบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอให้พิจารณาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียง เศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา

โดยที่ประชุมได้รับทราบและมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุนต่างประเทศ (Road Show) ใน การพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์เพื่อนำมาประกอบในการจัดทำร่างเอกสารเชิญชวนผู้ลงทุน เพื่อให้มีการร่วมลงทุนโครงการต่อไปนั้น

สภาประชาชนภาคใต้ มีความเห็นว่าการดำเนินการโครงการดังกล่าว กำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็วและรวบรัดจนประชาชนในพื้นที่ทั้ง 2 จังหวัด (ชุมพร และระนอง) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการโดยตรง แทบจะตั้งรับกับโครงการที่จะเกิดขึ้นไม่ทัน

อีกทั้งกระบวนการมีส่วนร่วมและการรับรู้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงของโครงการยังอยู่ในพื้นที่จำกัดเฉพาะคนบางกลุ่มเท่านั้น ทั้งที่โครงการเหล่านี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล และจะเกิดผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่อย่างหนักในหลายมิติ ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม แหล่งท่องเที่ยว ที่ทำกินที่อยู่อาศัย รวมถึงสังคมและวิถีวัฒนธรรมที่อาจจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ในขณะที่ภาครัฐและฝ่ายการเมืองที่พยายามผลักดันโครงการนี้ มักเลือกที่จะนำเสนอข้อมูลเพียงด้านเดียว ที่บอกว่าจะสร้างความเจริญและจะทำให้ระบบเศรษฐกิจของภาคใต้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แต่กลับหลีกเลี่ยงที่จะไม่กล่าวถึงผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่

ทั้งยังมีความพยายามที่จะปิดกั้นและกล่าวหากลุ่มที่คิดต่างว่า “เป็นพวกถ่วงความเจริญ” หรือรับเงินต่างชาติมาคัดค้านการพัฒนาของประเทศไทย ซึ่งเป็นคำกล่าวหาที่เลื่อนลอย แต่กลับทำให้ประชาชนในพื้นที่จำนวนมากไม่กล้าแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ด้วยเพราะเกรงอิทธิพลจากคนบางกลุ่ม

ทั้งยังมีข้อเท็จจริงที่รัฐบาลจะต้องตอบให้ได้ว่า แนวคิดที่ต้องการพัฒนาเส้นทางโลจิสติกส์เชื่อมทะเลทั้งสองฝั่ง (อันดามัน-อ่าวไทย) นั้น จะสร้างความคุ้มค่าคุ้มทุนได้จริงหรือไม่ กล่าวคือในเรื่องนี้เคยมีข้อสังเกตจากผู้ประกอบการเดินเรือระหว่างภูมิภาคว่า เป็นโครงการที่ไม่ได้ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงและอาจจะทำให้โครงการดังกล่าวล้มเหลวในที่สุด

เพราะไม่สร้างแรงจูงใจให้นักธุรกิจด้านโลจิสติกส์เข้ามาใช้บริการ ด้วยว่าไม่ได้ช่วยให้การขนส่งสินค้ามีความรวดเร็วและช่วยลดต้นทุนตามที่ภาครัฐกล่าวอ้าง

จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนมติเมื่อวันที่ 16 ต.ค. และขอให้ทำการศึกษาเรื่องนี้อย่างรอบคอบบนพื้นฐานของข้อมูลที่รอบด้าน ทั้งต้องศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างประเมินไม่ได้กับประชาชนในพื้นที่ในทุกมิติ ไม่ใช่แค่เอาใจนักการเมืองหรือผู้ที่จะได้ประโยชน์จากโครงการเพียงบางกลุ่มเท่านั้น

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง:โหมโรง ‘แลนด์บริดจ์’ เมกะโปรเจ็กต์1ล้านล.-พลิกโฉมขนส่งโลก 

เทียบความแตกต่าง-ความคุ้มค่า ‘แลนด์บริดจ์ใต้-คลองไทย’ 

ส่อง ‘แลนด์บริดจ์ใต้’ เมกะโปรเจ็กต์ 1 ล้านล. สำคัญตรงไหน!