ฐาปนีย์ สั่งสำนักงาน ตปท.เร่งเครื่องเที่ยวไทย หวังยุโรป-สหรัฐยังบวกไหว ตะวันออกกลางลบจิ๊บๆ
น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ ททท.สำนักงานตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดระยะไกลอย่างยุโรป กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป ถือเป็นช่วงของการเข้าสู่ท่องเที่ยวฤดูฝน หรือกรีนซีซั่นของไทยแล้ว โดยตลาดที่มีความนิยมเข้ามาท่องเที่ยวช่วงฤดูฝนของไทยเป็นประเทศระยะไกล
โดยเฉพาะตอนนี้ที่ยุโรปกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ หลายพื้นที่ในยุโรปตะวันตกและยุโรปใต้มีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส นับเป็นปรากฏการณ์คลื่นความร้อนที่รุนแรงเป็นประวัติการณ์ ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ททท.ร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ทั้งสายการบิน โรงแรมที่พัก และบริษัทนำเที่ยว เร่งสื่อสารไปยังนักท่องเที่ยวชาวยุโรปว่า ประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนในช่วงเปลี่ยนฤดูท่องเที่ยว หรือ Shoulder Season ภายใต้แนวคิดบลูมมิ่ง แอนด์ ไบร์ท อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ เพื่อสัมผัสเมืองไทย ในมุมที่เบ่งบาน และชุ่มชื่น
“ปรากฏการณ์ Heat Dome หรือโดมความร้อน ได้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชาวยุโรปอย่างชัดเจน ทั้งการปิดโรงเรียน การหยุดชะงักของระบบขนส่งสาธารณะ ความเสียหายต่อถนนและรางรถไฟ การจำกัดกิจกรรมกลางแจ้งในชีวิตประจำวัน ขณะที่ที่อยู่อาศัยจำนวนมากในยุโรปถูกออกแบบมาเพื่อรองรับฤดูหนาว จึงขาดระบบปรับอากาศที่เพียงพอ ส่งผลให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง เผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพจากภาวะขาดน้ำ โรคลมแดด และโรคที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิสูงมากขึ้น จนหลายประเทศต้องยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับประเทศไทยที่ตอนนี้เป็นฤดูฝน สามารถพบเสน่ห์ของธรรมชาติที่เขียวชอุ่ม อากาศสดชื่นหลังสายฝน และบรรยากาศที่ผ่อนคลายในการเดินทางมาท่องเที่ยวได้” น.ส.ฐาปนีย์ กล่าว
น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า สั่งการให้ ททท.ในภูมิภาคยุโรป 7 สำนักงาน ได้แก่ สำนักงานลอนดอน ปารีส แฟรงก์เฟิร์ต ปราก สตอกโฮล์ม มอสโก และโรม ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้เห็นว่า ฤดูฝนของไทยเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวได้รับความคุ้มค่าสูงสุด ทั้งในด้านค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม ความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวที่น้อยลง และโอกาสในการสัมผัสความงดงามของธรรมชาติไทยได้อย่างเต็มที่ ด้วยความพร้อมด้านการคมนาคมทางอากาศ และเครือข่ายเที่ยวบินตรงจากเมืองสำคัญทั่วภูมิภาคยุโรป ประเทศไทยจึงยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปมาอย่างต่อเนื่อง สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างหลากหลาย มาตรฐานการบริการที่เป็นสากล ความคุ้มค่าด้านค่าใช้จ่าย ทำให้ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางเพื่อการพักผ่อนเท่านั้น แต่ยังเป็น “Quality Destination” ที่มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ครบถ้วน มีคุณค่า และสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวชาวยุโรปได้อย่างโดดเด่นเหนือจุดหมายปลายทางอื่นๆ ทั่วโลก
น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า จากสถิติการเข้ามาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกล ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา พบว่า ภูมิภาคยุโรปมีผู้เข้ามาเยี่ยมเยือนเท่ากับปี 2568 จำนวนประมาณ 4 ล้านคน ภูมิภาคอเมริกาก็ทรงตัวเช่นกัน มีจำนวนประมาณ 780,000 คน มากกว่าปี 2568 เล็กน้อย ซึ่งตลาดระยะไกลทั้งสองภูมิภาคถือว่า มีความยืดหยุ่นสูง เพราะแม้จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ที่ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทั้งการปิดสนามบินและลดเที่ยวบิน แต่ยังเห็นจำนวนที่เข้ามาไม่แตกต่างจากปีก่อนหน้า จึงมั่นใจว่า ทั้งยุโรปและอเมริกา ปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตกว่าปี 2569 ไม่น้อย 2-3% คิดเป็นจำนวนประมาณ 9.9 ล้านคน ภายใต้สถานการณ์ที่ปกติ
น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า สำหรับภูมิภาคตะวันออกกลาง ปี 2568 มีจำนวนอยู่ที่ 806,000 คน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีจำนวน 193,000 คน ลดลง 31% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า หากสถานการณ์สงบไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นอีก คาดการณ์ว่าทั้งปี 2569 นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางจะรีบาวด์ หรือดีดกลับมาได้ประมาณ 600,000 คน ลดลงประมาณ 25% ซึ่งช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้ ถือเป็นฤดูกาลเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ททท.จึงอัดแคมเปญทางการตลาด และจัดกิจกรรมพบพันธมิตรธุรกิจแบบบีทูบีต่อเนื่อง เพื่อเร่งและกระตุ้นตลาดให้หนีจากความร้อนเข้ามาเจอบรรยากาศที่ร่มรื่นและเขียวสดใสของประเทศไทย



