เปิดเส้นทาง ‘นพ.สรณ’ จากหมอใหญ่โรคหัวใจ สู่ประธาน กสทช. ผู้ชี้ขาดดีลแสนล้าน พ้นเก้าอี้ ปมคุณสมบัติ
นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ จากอายุรแพทย์โรคหัวใจ มือหนึ่งผู้ใกล้ชิด ศูนย์กลางอำนาจ ก้าวสู่เก้าอี้ทองคำ ‘ประธาน กสทช.’ ผู้นั่งแท่นชี้ขาดดีล ควบรวมค่ายมือถือแสนล้าน ที่สะเทือนประวัติศาสตร์โทรคมนาคม วันนี้ต้องเผชิญหน้ากับ ‘จุดพลิกผันครั้ง ใหญ่ที่สุดในชีวิต’ เมื่อหลักฐานชิ้นสำคัญปมรับงานซ้อนและรายได้หลายทาง ถูกกางสแกนบนโต๊ะคณะกรรมการสรรหาฯ
นายวิษณุ วรัญญู รองประธานศาลปกครองสูงสุดในฐานะเลขาเลขานุการคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

เปิดเผย ภายการประชุมว่า ที่ ประชุมมีมติ เป็นเอกฉันท์ว่า นายแพทย์สรณ บมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา8 (2)แห่งพระราชบัญญัติองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553 จึงถือว่าได้สละสิทธิ์การเข้ารับตำแหน่งกรรมการกสทชตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564
ส่งผลให้ พ้นจากตำแหน่ง ปิดฉากเส้นทาง เก้าอี้ ประธาน กสทช.
- พ้นปธ.กสทช.! มติเอกฉันท์ หมอสรณ มีลักษณะต้องห้าม ถือว่าสละสิทธิ์
- เปิดหลักฐาน ชี้ชัด นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติประธานกสทช. เป็นลูกจ้างรับค่าตอบแทนอื่น
เส้นทางของ นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ หรือ “หมอไห่” เริ่มต้นจากการเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจมือหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำอย่างบำรุงราษฎร์ ด้วยฝีมืออันเป็นที่ยอมรับ ทำให้ นพ.สรณ กลายเป็นหมอประจำตัวของบุคคลระดับ วี.ไอ.พี. มากมาย
ทั้งอดีตนายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา, สุวิทย์ คุณกิตติ และไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รวมถึงนายทหารชั้นผู้ใหญ่ในรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร
เริ่มเขาเข้าสู่สปอตไลท์ทางการเมือง โดยได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในปี 2557 และเคยมีชื่อติดโผตัวเต็ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อปี 2558
นพ.สรณ ตัดสินใจ สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการ กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค แม้การสรรหารอบแรกในปี 2561 จะถูกล้มไป แต่เขากลับมาสมัครอีกครั้งในปี 2564 และได้รับการคัดเลือกในที่สุด ท่ามกลางเสียงตั้งคำถามจากสังคมถึงประสบการณ์ด้านสื่อสารโทรคมนาคมและบทบาทคุ้มครองผู้บริโภคที่ยังไม่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม บอร์ด กสทช. ชุด 5 คนในขณะนั้น ได้ลงมติเลือกให้เขาดำรงตำแหน่งสูงสุดเป็น “ประธาน กสทช.” รับอัตราเงินเดือน 335,520 บาท ควบคุมงบประมาณและการกำกับดูแลคลื่นความถี่มูลค่ามหาศาล
โดยในใบสมัครยื่นประวัติชัดเจนว่าเคยนั่งเป็นกรรมการในบริษัทเอกชนและรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง อาทิ บมจ.โรงพยาบาลพระรามเก้า, บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ และกรรมการองค์การเภสัชกรรม
ภารกิจภาพจำของสังคม ของ นพ.สรณ คือ การทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมพิจารณาคำขอควบรวมกิจการระหว่าง ทรู และ ดีแทค ซึ่งใช้เวลายาวนานกว่า 11 ชั่วโมง ท่ามกลางกระแสคัดค้านอย่างรุนแรงจากองค์กรผู้บริโภคและนักวิชาการที่ห่วงเรื่องการผูกขาดตลาด ในการลงมติรอบแรก คะแนนเสียงเสียงแตกออกเป็น 2 ฝ่ายเท่ากันคือ เห็นชอบ 2 เสียง (รวม นพ.สรณะ), ไม่เห็นชอบ 2 เสียง และงดออกเสียง 1 เสียง
ส่งผลให้ นพ.สรณ ต้องใช้อำนาจในฐานะประธานกรรมการ ออกเสียงเพิ่มอีก 1 เสียงเป็นเสียงชี้ขาด ดันให้ดีลแสนล้านผ่านฉลุยไปด้วยมติ 3 ต่อ 2 ซึ่งกลายเป็นประเด็นข้อถกเถียงทางกฎหมายที่ตามมาอีกหลายระลอก
ต่อมา นพ.สรณ ถูกร้องเรียนอย่างหนักเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย กสทช. ซึ่งบัญญัติไว้ชัดเจนว่ากรรมการต้องปฏิบัติงานเต็มเวลาและมีรายได้ทางเดียว
นพ.สรณ อ้างว่าได้ลาออกจากพนักงานมหาวิทยาลัยแล้ว โดยเปลี่ยนสถานะเป็นแพทย์รับค่าตอบแทนรายชั่วโมงและแพทย์จิตอาสา แต่ฝั่งผู้ร้องเรียนแย้งว่าตามระเบียบยังถือเป็น “ลูกจ้างชั่วคราว” ของรัฐ ซึ่งต้องห้ามตามกฎหมาย
แต่ข้อมูลการเสียภาษี (ภ.ง.ด.90) จากกรมสรรพากร กลับมัดแน่นว่า มีรายได้จากแหล่งอื่นในขณะดำรงตำแหน่ง กสทช. ทั้งจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และบริษัทเอกชน (บริษัท เมิร์ค จำกัด) ในช่วงปี 2565–2566
และยังถูกตั้งคำถาม ปมผลประโยชน์ทับซ้อน กรณีปรากฏคิวลงตรวจในโรงพยาบาลเอกชน และการใช้อำนาจ กสทช. ออกใบอนุญาตช่อง Rama Channel ให้โรงพยาบาลรามาธิบดี ในช่วงที่ตนเองเป็นแพทย์จิตอาสา ปนนั่งควบกรรมการธนาคาร: ประเด็นการได้รับเลือกเป็นกรรมการอิสระธนาคารกรุงเทพ ที่พบข้อพิรุธว่าสำนักงาน กสทช. ชิงถอนเรื่องจากการขอคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนที่ผลจะออกอย่างเป็นทางการ
ล่าสุด 17 กรกฎาคม คณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติ เป็นเอกฉันท์ว่า นายแพทย์สรณ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา8 (2)แห่งพระราชบัญญัติองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553 จึงถือว่าได้สละสิทธิ์การเข้ารับตำแหน่งกรรมการกสทชตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564
ต้องพ้นจากตำแหน่ง ปิดฉากเส้นทาง เก้าอี้ ประธาน กสทช.
สำหรับ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์
เกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2503
ชื่อเดิม นพ.สมชาย คู่สมรสคือ นางพิมพ์พร มีบุตร 2 คน
ประวัติการศึกษา
Center, Los Angeles, California, United States of America
แพทย์ประจำบ้าน Los Angeles Country
University of Southern California Medical
Center, Los Angeles, California,
United State of America
แพทย์ฝึกหัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปริญญาตรี คณะแพทยศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประวัติการอบรม
หลักสูตร Director Accreditation
Program (DAP) รุ่นที่ 145/2561 (IOD)
ประสบการณ์ทำงาน
2563-ปัจจุบัน กรรมการอิสระ บริษัท
ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
2558-ปัจจุบัน กรรมการ บริษัท พฤกษ์สุขสบาย จำกัด
2555-ปัจจุบัน กรรมการ บริษัท สรณ คาร์ดิโอโลยี่ แอนด์ แอสโซซิเอท จำกัด
2535-ปัจจุบัน แพทย์สาขาวิชาโรคหัวใจ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
ประสบการณ์ด้านการเมือง
2558-2562 ประธานคณะอนุกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการสาธารณสุขสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
2557-2562 สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
2557-2562 กรรมการ คณะกรรมาธิการพลังงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
2557-2562 กรรมการ คณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

