กขค. ชง ‘กติกาเหล็ก’ คุมแพลตฟอร์มเรียกรถ – ส่งของ คาดบังคับใช้ ก.ย.นี้
วันที่ 20 สิงหาคม นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางและแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับสภาพการแข่งขันในตลาดเรียกรถโดยสารบนแพลตฟอร์ม (Ride-hailing) ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ว่า มติที่ประชุมเห็นชอบเอกสารหลักการ “ข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลบริการเรียกรถโดยสาร และบริการจัดส่งออนดีมานด์” ซึ่งสาเหตุมาจากภายหลังสถานการณ์โควิด -19 ธุรกิจ Food Delivery เติบโตอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร หรือผู้ขับรถรับส่งอาหาร (ไรเดอร์) ต่างก็ประสบปัญหากับผู้ให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มรับและส่งอาหาร ด้วยเหตุนี้ ปลายปี 2563 กขค. จึงได้ออกประกาศ กขค. เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบธุรกิจให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มรับและส่งอาหารกับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร (ไกด์ไลน์ Food Delivery) เพื่อกำกับดูแลตลาดธุรกิจ Food Delivery ซึ่งนับตั้งแต่ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้จนถึงปัจจุบัน (ธันวาคม 2563 – สิงหาคม 2569) สำนักงาน กขค. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรับและส่งอาหาร รวม 17 เรื่อง และยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับขนาดของตลาดธุรกิจ Food Delivery ที่เติบโตอย่างรวดเร็วตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
นางวรวรรณ กล่าวว่า ตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอพพลิเคชัน (Ride-hailing) ในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยมีมูลค่าตลาดปี 2568 ประมาณ 45,000 ล้านบาท และคาดมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 49,000 ล้านบาท ภายปี 2572 ซึ่งปัจจุบันตัวเลขจำนวนไรเดอร์ที่อยู่ในตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันมีกว่า 400,000 ราย สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วในธุรกิจดังกล่าว นอกจากนี้ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอพพลิเคชันและบริการจัดส่งออนดีมานด์ (อาทิ Food Delivery) ในไทยเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง หลังผู้ให้บริการรายใหญ่บางรายยุติกิจการในไทย ทำให้สภาพตลาดกระจุกตัวสูง โดยมีผู้เล่นรายใหญ่เพียงสองราย (Duopoly)
นางวรวรรณ กล่าวว่า ยังพบประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน และบริการจัดส่งออนดีมานด์ เช่น โครงสร้างค่าธรรมเนียม (GP) ที่ไม่เป็นธรรม ปัญหาระบบอัลกอริทึม เช่น การบังคับใช้ระบบพ่วงงาน (Batching) ที่บังคับให้ไรเดอร์รับงานสองร้านและส่งสองที่พร้อมกันแต่กลับปรับลดค่ารอบลง ปัญหาระบบจัดลำดับงานที่เอื้อไรเดอร์ระดับสูง ปัญหาความคลาดเคลื่อนของระบบ GPS ที่ทำให้ระยะทางไม่ตรงกับความเป็นจริง และการใช้ Dark Patterns ทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิด นอกจากนี้ ยังพบความเหลื่อมล้ำด้านต้นทุนระหว่างแท็กซี่สาธารณะที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวดกับรถส่วนบุคคลที่นำมาให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม จนอาจก่อให้เกิด สนามแข่งขันที่ไม่เท่าเทียม
นางวรวรรณ กล่าวว่า กขค. เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว ประกอบกับไกด์ไลน์ Food Delivery ที่เคยออกประกาศใช้เมื่อปลายปี 2563 ยังไม่ครอบคลุมถึงธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันและบริการจัดส่งออนดีมานด์ จึงเห็นควรให้จัดทำ “ข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลบริการเรียกรถโดยสาร และบริการจัดส่งออนดีมานด์” เพื่อกำกับดูแลการประกอบธุรกิจให้ครอบคลุมทั้งธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอพพลิเคชัน และบริการจัดส่งออนดีมานด์ (ทั้งบริการรับส่งของและรับส่งอาหาร) โดยกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อกำกับดูแลผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม อาทิ การเรียกเก็บ GP ค่าโฆษณา และค่า Promotion ที่ไม่เป็นธรรม การกำหนดเงื่อนไขจำกัดสิทธิ (Exclusive Dealing) และบังคับราคาเท่ากันทุกช่องทาง (Rate Parity) การออกแบบการใช้งานของแพลตฟอร์มไม่โปร่งใส จนทำให้ผู้ใช้งานส่งคำสั่งไปโดยเข้าใจผิด (Deceptive Patterns/ Dark Patterns) การจัดลำดับหรือแสดงบริการของแพลตฟอร์มตนเองก่อน (Self-preferencing) ควบคู่กับการกำหนดมาตรฐานที่แพลตฟอร์มต้องปฏิบัติ ได้แก่ มาตรฐานความปลอดภัยของยานพาหนะและไรเดอร์ การตรวจสอบยืนยันตัวตนผู้ให้บริการ การเปิดเผยข้อมูลบริการอย่างโปร่งใส และการจัดเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ในการบังคับใช้กฎหมาย
ทั้งนี้ กขค. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อกำหนดดังกล่าว ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2569 ที่เว็บไซต์ www.tcct.or.th หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] โดยจะนำความเห็นที่ได้รับมาพัฒนาหลักเกณฑ์และกฎระเบียบ เพื่อยกระดับการกำกับดูแลตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน และบริการจัดส่งออนดีมานด์ของไทย ให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรม โปร่งใส และคำนึงถึงสวัสดิภาพทั้งผู้ให้บริการและผู้บริโภค โดยคาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้



