‘เอกชน’ จี้รัฐเปิดผลศึกษา โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) ก่อนประชาพิจารณ์ PDP ฉบับใหม่ หวั่นประชาชนแบกต้นทุน-ความเสี่ยงระยะยาว
นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิว เอ็นเนอร์จี พลัส โซลูชั่นส์ จำกัด (NEPS) และที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการการพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีกระทรวงพลังงานเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ ในต้นเดือนกันยายนนี้ว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นไม่ควรเป็นเพียงการนำร่างแผนมาให้ประชาชนรับทราบว่ามีโรงไฟฟ้าประเภทใดบ้าง แต่ควรอธิบายให้เห็นถึงผลที่จะตามมาจากแผนดังกล่าว โดยเฉพาะโครงสร้างต้นทุนค่าไฟฟ้าในอนาคต ว่าจะถูกลงหรือแพงขึ้นอย่างไร
“อยากให้มีการชี้แจงกับประชาชนให้ชัดเจนว่า การเพิ่ม Renewable Energy ที่เกี่ยวข้องนั้นเพิ่มเพราะอะไร และความมั่นคงของระบบไฟฟ้าจะเป็นอย่างไร โรงไฟฟ้าก๊าซจะลดลงหรือไม่ และลดลงเพื่ออะไร ซึ่งประชาชนทั่วไปอาจไม่ทราบว่า การกำหนดสัดส่วนโรงไฟฟ้าแต่ละประเภทใน PDP จะส่งผลต่อค่าไฟฟ้าต่อหน่วยอย่างไร ดังนั้น ภาครัฐควรเปิดข้อมูลให้เห็นภาพว่าแผนฉบับใหม่จะทำให้ต้นทุนระบบไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ทั้งในด้านบวกและด้านลบ” นายตรีรัตน์กล่าว
ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทยต้องมองให้ครบทุกมิติ ทั้งการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับต้นทุน ความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า รวมถึงความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนในระยะยาว การเพิ่มสัดส่วน Renewable Energy ในระบบไฟฟ้าถือเป็นทิศทางที่ประเทศไทยจำเป็นต้องเดินหน้า แต่ต้องพิจารณาควบคู่กับต้นทุน ความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า รวมถึงข้อจำกัดของพลังงานหมุนเวียนที่ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ยังจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าสำรองหรือระบบกักเก็บพลังงานเข้ามารองรับ ซึ่งต้นทุนในส่วนนี้ควรนำมาคำนวณและเปิดเผยอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนเห็นต้นทุนที่แท้จริงของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน และสามารถประเมินได้ว่าแผน PDP ฉบับใหม่จะส่งผลต่อค่าไฟฟ้าและความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวอย่างไร
นายตรีรัตน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ สำหรับการบรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) กำลังผลิตรวม 9,000 เมกะวัตต์ในร่าง PDP แม้ SMR มีข้อดีด้านการปล่อยคาร์บอนต่ำและผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพ แต่ไทยยังต้องศึกษาความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งความปลอดภัย การกำกับดูแล การจัดการกากนิวเคลียร์ ต้นทุน และการยอมรับของประชาชน โดยเฉพาะการกำหนดเทคโนโลยี ขนาดโรงไฟฟ้า และพื้นที่ตั้ง ซึ่งควรมีข้อมูลรองรับอย่างชัดเจนก่อนตัดสินใจผูกไว้กับแผนระยะยาวของประเทศ
“ก่อนที่เราจะใส่นิวเคลียร์ลงใน PDP ผมอยากให้เอาการศึกษาที่ปรึกษาทำออกมาเปิดเผยให้ประชาชนได้รับรู้ก่อนที่จะบรรจุลงในแผน และก่อนที่จะทำ EIA เพราะท้ายที่สุดต้องถามคนในพื้นที่ หากประเทศไทยจะเดินหน้า SMR ควรเปิดเผยทั้งต้นทุน ข้อดี ข้อเสีย และความเสี่ยงให้สังคมรับรู้ เพื่อให้ประชาชนมีข้อมูลเพียงพอประกอบการตัดสินใจ และไม่ควรเร่งเดินหน้าเพียงเพราะต้องการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าหรือเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดเท่านั้น เพราะสุดท้ายแล้วไม่ใช่แค่เรื่องของโรงไฟฟ้าว่าจะสร้างอะไร แต่เป็นเรื่องของต้นทุนที่ประชาชนต้องจ่าย และความสามารถของประเทศไทยในการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนในอนาคต” นายตรีรัตน์ กล่าว



