หน้าแรก เศรษฐกิจ ซีพี ส่งหนังส...

ซีพี ส่งหนังสืออีกฉบับ ยุติสัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน สิริพงศ์ เร่งสางปมเดินรถให้จบก่อน 30 ก.ย.

26.08.26 | 20:54 น.

ซีพี ส่งหนังสืออีกฉบับ ยุติสัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน สิริพงศ์ เร่งสางปมเดินรถให้จบก่อน 30 ก.ย.

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันนี้ได้หารือกับนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ถึงแนวทางแก้ปัญหาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) หลังบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด(กลุ่ม ซี.พี.) ส่งหนังสือใช้สิทธิขอยกเลิกสัญญาโครงการและก่อนหน้านี้ร.ฟ.ท.ได้เจรจากับกลุ่มซี.พี.ขอให้ยกเลิกหนังสือฉบับดังกล่าว และล่าสุดทางกลุ่มซี.พี.ยังได้ทำหนังสือมาอีกฉบับ เพื่อยืนยันการใช้สิทธิขอยกเลิกสัญญา


“ทางกฎหมายและสัญญาการร่วมลงทุนฯ การบอกเลิกสัญญาฝ่ายเดียวโดยเอกชน ยังไม่เป็นผลสมบูรณ์ เนื่องจากเหตุแห่งการสิ้นสุดสัญญามี 4 เงื่อนไขหลัก 1. เลิกสัญญาโดยความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่ายคือทั้งรัฐและเอกชน 2. ยกเลิกโดยปริยาย 3. ศาลสั่งให้เลิก และ 4. ภาครัฐเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญา ซึ่งในปัจจุบันยังไม่เข้าเงื่อนไขเหล่านี้”

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ดังนั้นการที่เอกชนส่งหนังสือมา จึงถูกมองว่าเป็นเพียงการรักษาสิทธิ์ในเชิงบริหารสัญญาเท่านั้น หากเอกชนดำเนินการใดๆ ที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด อาจนำไปสู่การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนในอนาคต

อย่างไรก็ตามในระหว่างที่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินยังไม่ได้ข้อยุติ จะมี 2 ประเด็นที่ต้องเร่งดำเนินการ 1. ทางเอกชน มีท่าทีในการหยุดเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์ จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ได้หารือร.ฟ.ท. จะต้องพยายามเจรจาให้ทางกลุ่มซี.พี.เดินรถต่อไปก่อน เพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง และรัฐไม่เสียประโยชน์

Advertisement

ทั้งนี้ถ้าหากสุดท้ายเอกชนไม่เดินรถต่อ ร.ฟ.ท. จำเป็นต้องจัดหาผู้ให้บริการรายอื่นเข้ามาดำเนินการ เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ และให้การเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์ไร้รอยต่อ ซึ่งทางร.ฟ.ท.จะไปเร่งเจรจากับเอกชนในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจน

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า อีกประเด็นกรณีโครงการทับซ้อนกับรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงสัญญา 4-1 สถานีกลางบางซื่อ – ดอนเมือง โดยได้สั่งการให้ ร.ฟ.ท. ไปเจรจากับเอกชน เพื่อขอปรับลดเนื้องาน ตัดส่วนงานนี้ออกมาให้รัฐดำเนินการเองก่อน ซึ่งแนวทางนี้อาจช่วยลดภาระทางการเงินของเอกชนและทำให้โครงการในภาพรวมเดินหน้าต่อได้ โดยไม่ถูกผูกโยงกันจนกลายเป็นปมปัญหาที่แก้ไม่ได้

“การเจรจาระหว่างการรถไฟฯและกลุ่มซี.พี.ในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ ผลการเจรจาที่จะเกิดขึ้นทั้งเรื่องการเดินรถและการปรับลดเนื้องาน จะถูกรวบรวมเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี)ต่อไป”

นายสิริพงศ์กล่าวว่า รัฐบาลจะพยายามดำเนินการทุกวิถีทาง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะ และหากถึงที่สุดแล้วไม่สามารถตกลงกันได้ จะต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายและทางแพ่งที่อาจใช้เวลานาน เพื่อกำหนดว่าฝ่ายใดจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหากที่เกิดขึ้น

ในขณะที่เอกชนยังยืนยันต้องการให้รัฐแก้ไขสัญญา จากเดิมที่เป็นรูปแบบก่อสร้างโครงการเสร็จสิ้นแล้ว จึงเริ่มจ่ายเงิน เปลี่ยนมาเป็นรูปแบบ “สร้างไปจ่ายไป” ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในทางปฏิบัติและต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้รัฐเสียประโยชน์ จึงต้องหาทางแก้ปัญหาเร่งด่วนก่อน

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ