คลัง สรุปทบทวนสิทธิบัตรคนจน 5 ล้านคน เตือนผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่ รีบยืนยันตัวตนก่อน 30 ก.ย. ดีเดย์รับสิทธิ 1 ต.ค.นี้
เมื่อวันที่ 3 กันยายน นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สิ้นสุดการยื่นทบทวนสิทธิเพื่อรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว พบว่ามีการยื่นทบทวนสิทธิทั้งหมด 5.01 ล้านคน แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการยื่นเอกสารเพิ่มเติมได้ถึงวันที่ 20 ก.ย.2569 นี้ จากนั้นจะเร่งประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติเพื่อรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และยืนยันตัวตน e-KYC เพื่อเริ่มรับสิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 เป็นต้นไป โดยประชาชนที่ผ่านคุณสมบัติรอบแรกไปแล้ว 9.5 ล้านคน คาดว่าในครั้งนี้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะอยู่ราว 14 ล้านคน
“ประชาชนรายใหม่ ที่ผ่านคุณสมบัติต้องยืนยันตัวตนก่อน จึงจะได้รับสิทธิ หากยืนยันตัวตนไม่ทันวันที่ 30 ก.ย.นี้ แต่มีสิทธิยืนยันตัวตนได้ถึงวันที่ 12 ม.ค.2570 โดยจะจ่ายเงินย้อนหลังให้ตามสิทธิที่ได้รับ โดยช่องทางการยืนยันตัวตนผ่าน 5 ธนาคาร คือกรุงไทย, ออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.), ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตังเท่านั้น ส่วนกลุ่มเปราะบางและติดเตียง สามารถมอบอำนาจการยืนยันตัวตนได้” นายวินิจกล่าว
นายวินิจกล่าวว่า สำหรับกลุ่มที่มายื่นทบทวนสิทธิแบ่งเป็น 4 กรณี คือ 1.กรณีครอบครองรถยนต์ 20 ปี และรถมอเตอร์ไซค์ 15 ปี กระทรวงการคลังและกรมขนส่งทางบกจะเร่งตรวจสอบข้อมูลตามที่ประชาชนได้ยื่นเอกสาร 2.กรณีกรรมการและผู้ถือหุ้นในวิสาหกิจเพื่อชุมชน ก็จะเร่งตรวจสอบทบทวนสิทธิให้ 3.นักเรียนและนักศึกษาของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) หรือการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) เดิม จะเร่งหารือกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อตรวจสอบสิทธิและคืนสิทธิให้ และกรณีเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ที่มีการเคลื่อนไหวใด มีเงินในบัญชี 50-100 บาท จะเร่งตรวจสอบคืนสิทธิให้เช่นกัน
นายวินิจกล่าวด้วยว่า กระทรวงการคลัง แบ่งกลุ่มประชาชนเป็น 3 กลุ่ม เพื่อให้ความช่วยเหลือ คือกลุ่มสีแดง ดูแลผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กลุ่มสีเหลือง เป็นกลุ่มหลุดจากสีแดง แต่มีรายได้เกิน 100,000 บาทไม่มาก รัฐก็จะเร่งเข้าไปตรวจสอบเพื่อให้ความช่วยเหลืออัพสกิล-รีสกิล หาอาชีพเสริมมาช่วยเหลือ เพื่อเพิ่มรายได้ กลุ่มสีเขียว เป็นกลุ่มที่ช่วยเหลือผ่านไทยช่วยไทยพลัส 60/40 อยู่แล้ว ดังนั้น การช่วยเหลือจะช่วยทุกกลุ่ม แต่การช่วยเหลือจะแตกต่างกันไป
“เรื่องงบประมาณไม่ได้เป็นข้อจำกัด เนื่องจากรัฐบาลต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและลำบากเป็นกลุ่มๆ คนที่อ่อนแอก็ต้องเข้าไปช่วยให้แข็งแรง เมื่อแข็งแรงแล้วก็ช่วยอัพสกิล-รีสกิล มีหนี้ช่วยปิดหนี้ไวไปต่อได้ เพื่อทุกคนกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง” นายวินิจกล่าว



