หน้าแรก เศรษฐกิจ BGC ชี้คอร์รั...

BGC ชี้คอร์รัปชันโจทย์ใหญ่ไทย แนะเริ่มจากผู้นำ-รัฐ หวังปลดล็อกเศรษฐกิจโต 4-5% เทียบมาเลเซีย

4.09.26 | 20:46 น.

BGC ชี้คอร์รัปชันโจทย์ใหญ่ไทย แนะเริ่มจากผู้นำ-รัฐ หวังปลดล็อกเศรษฐกิจโต 4-5% เทียบมาเลเซีย


นายศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC เปิดเผยถึง เศรษฐกิจครึ่งปีหลังว่า เศรษฐกิจไทยน่าจะดีขึ้น หลังรัฐบาลทำงานมาระยะหนึ่งและเริ่มมีความต่อเนื่องมากขึ้น รวมถึงเรื่องเสถียรภาพที่เริ่มดีขึ้น แต่ต้องยอมรับว่ายังไม่ถึงจุดที่ควรพอใจ เพราะ จีดีพี หรือ การเติบโตของประเทศเรายังไม่เยอะ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน โดยคาดว่า จีดีพี ไทยปีนี้ยังน่าจะอยู่แถว 2% บวก-ลบ ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากไทยไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่เข้ามาในช่วงเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน

“เราเคยสัญญากับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศว่า EEC จะเกิดขึ้น จะมีโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ รองรับ แต่ถึงเวลาจริงด้วยปัจจัยหลายอย่างทำให้ยังไม่เกิดขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่เข้ามาในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งในสมการ GDP การลงทุนภาครัฐถือเป็นส่วนสำคัญของการเติบโต หากไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่เข้ามา ก็เป็นเรื่องยากที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในระดับสูง “ถ้าประเทศข้างเคียงอย่างสิงคโปร์หรือมาเลเซียเติบโตได้ 4-5% ผมคิดว่าไทยก็ไม่ได้มีศักยภาพที่แย่กว่า โดยเฉพาะมาเลเซียที่เป็นคู่แข่งใกล้เคียงกับเรา เราก็ควรจะเติบโตได้ใกล้เคียงกับเขา” นายศิลปรัตน์กล่าว

นายศิลปรัตน์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นกำแพงภาษีของสหรัฐ มองว่ายังไม่น่ากังวลมากนักในภาพรวมเศรษฐกิจ เนื่องจากหลายประเทศได้รับผลกระทบในลักษณะใกล้เคียงกัน ซึ่งสิ่งสำคัญคือความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศ ทุกประเทศน่าจะโดนขึ้นภาษีในอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกัน เพียงแต่ต้นทุนในการทำของเราแพงขึ้น แต่ประเทศที่เป็นคู่แข่งก็แพงขึ้นเหมือนกัน ทั้งนี้ หากไทยไม่ได้ถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่แตกต่างจากประเทศอื่นมากนัก ก็ยังไม่ค่อยน่ากังวล เนื่องจากไทยมีสัดส่วนการส่งออกไปตลาดสหรัฐไม่สูง

Advertisement

นายศิลปรัตน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม มาตรการ Thailand Fast Pass นับว่าเป็นส่วนช่วยหนึ่งในการดึงนักลงทุนเข้ามาในประเทศไทย แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด หากปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศยังไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ระบบราชการ ขั้นตอนการขออนุญาต และปัญหาคอร์รัปชัน เพราะแม้จะสามารถดึงนักลงทุนเข้ามาได้ แต่หากนักลงทุนเข้ามาแล้วไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น หรือไม่เกิดความเชื่อมั่นในระยะยาว ก็อาจไม่ช่วยสร้างการลงทุนอย่างยั่งยืน

นายศิลปรัตน์ กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ของไทยคือการเพิ่มประสิทธิภาพระบบเศรษฐกิจ ทั้งการบริหารจัดการภาครัฐ การลดอุปสรรคในการทำธุรกิจ และการแก้ปัญหาคอร์รัปชันให้เกิดผล แต่ทว่าการแก้ปัญหาคอร์รัปชันในช่วงหลังมีพัฒนาการดีขึ้นบ้าง จากการพูดถึงปัญหามากขึ้นและมีความตื่นตัวมากขึ้น แม้หลายครั้งการดำเนินการอาจถูกมองว่าเป็นการมุ่งไปที่คนหรือบางกลุ่ม ทำให้ความแฟร์ในการปฏิบัติอาจไม่เท่ากัน แต่ก็ยังดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย สมมติปัญหาคอร์รัปชันมี 100% หรือมี 100 กลุ่ม “ถ้าทรีตได้ประมาณ 60-70% แล้วกระจาย ๆ ออกไปในหลายกลุ่ม ผมคิดว่าน่าจะดีขึ้น” เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ประเทศไทยต้องทำต่อ

นายศิลปรัตน์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางแก้ปัญหา มองว่าต้องเริ่มจากการมีรัฐบาลที่ดี โดยผู้นำรัฐบาลและระบบการจัดการต้องเป็นตัวอย่างที่ดีก่อน รวมถึงต้องแก้ตั้งแต่ฐานราก ทั้งระบบการศึกษาและระบบการเลือกตั้ง เพราะปัญหาคอร์รัปชันเชื่อมโยงกับหลายปัจจัย ทั้งเรื่องการลงทุนและการคืนทุน ซึ่งในมุมของภาคเอกชน ทั้งรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ เราพร้อมแข่งขันอยู่แล้ว เพราะสิ่งที่ต้องการคือการแข่งขันและการทำงานที่แฟร์