ปชป.เดินหน้าตรวจสอบสารเคมีในพื้นที่ อีอีซี พร้อมแฉ จ่าย 1 พันแลกลายเซ็นประชามติ ตั้งโรงงานใหม่ “พงศกร” ลั่น พร้อมต่อสู้ ฝากถึงผู้มีอิทธิพล ไม่กลัวกระสุน อย่าดีแต่ตั้ง ค่าหัวชาวบ้าน
เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงสถานการณ์ปัญหาสารเคมีและกากอุตสาหกรรมพิษในพื้นที่ภาคตะวันออก (EEC) ประกอบด้วย ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง ว่า จากการลงพื้นที่สัปดาห์ที่ผ่านมา พบช่องว่างทางกฎหมายที่กลุ่มผู้มีอิทธิพลนำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์อย่างกว้างขวาง เช่น พื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ประสบปัญหาหนัก มีทั้งน้ำเสียลักลอบปล่อยมาจาก จ.ปราจีนบุรี รวมถึงการตั้งโรงงานนำเข้าขยะจากต่างประเทศ นำสายไฟมาปอกและบดผสมดินก่อนนำไปแจกจ่ายชาวบ้านเพื่อกำจัด
นายพงศกร กล่าวว่า ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ บ่อพักอ่างเก็บน้ำเขาแหลม จ.ฉะเชิงเทรา ที่ชาวบ้านพบปลาตาย และมีอาการแสบคัน เมื่อหน่วยงานรัฐเข้าตรวจพบค่าน้ำเป็นกรดรุนแรง มีค่า pH เพียง 2-3 ซึ่งกัดกร่อนเหล็กได้ ผลการสอบสวนพบโรงงานแอบปล่อยน้ำเสียลงดินจนซึมผ่านชั้นทรายลงสู่อ่างเก็บน้ำ แม้ชาวบ้านจะฟ้องชนะคดีจนศาลสั่งชดเชยกว่า 1,700 ล้านบาท แต่เงินดังกล่าวไม่สามารถซื้อชีวิตคืนได้ หลังพบชาวบ้านในพื้นที่ป่วยเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการปนเปื้อนของโลหะหนักและแคดเมียมในแหล่งน้ำที่ใช้ในเกษตรกรรมและปศุสัตว์ ซึ่งไม่ใช่แค่ที่นี่ที่เดียว มีอีกหลากหลายที่มากในฉะเชิงเทรา ซึ่งประชาชนต้องทำการต่อสู้ด้วยตนเอง
“ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า ต้องเอาจริงเอาจัง ปรับพื้นที่เหล่านี้ อย่ากลัวอิทธิพล อย่ากลัวเจ้าสัว อย่ากลัวนายทุน วันนี้สิ่งที่ท่านต้องเป็นห่วงมากที่สุดคือชาวบ้าน ให้เงินเขาเท่าไหร่ก็ไม่สามารถที่จะซื้อชีวิตเขาได้”นายพงศกร กล่าว
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ในพื้นที่ภาคตะวันออก เกิดขบวนการ “ประชามติอำพราง” ที่กำลังวางยาพิษพี่น้องชาวภาคตะวันออก ในการขอจัดตั้งโรงงานแห่งใหม่ โดยมีการอ้างผลการทำประชาพิจารณ์ผ่านถึง 97% แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าผู้ร่วมลงมติส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ไม่ทราบรายละเอียด เพียงแต่ได้รับเงินจูงใจคนละ 1,000 บาทเพื่อแลกกับการเซ็นชื่อ ทำให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจริงไม่มีส่วนร่วม ถามว่ารัฐบาล นักการเมืองท้องถิ่นรับรู้หรือไม่ เป็นสิ่งที่ท่านต้องให้ความกระจ่างกับประชาชน และกระบวนการประชามติที่ไม่จริง หรือกระบวนการประชาพิจารณ์ที่ไม่จริง ต้องเลิก และให้ประชาชนมามีส่วนร่วม ไม่ใช่คิดแต่ว่าจะทำอย่างไรให้โรงงานเหล่านี้เกิดขึ้นได้
“ชาวบ้านสู้ด้วยตัวเองมาตลอดจนถูกผู้มีอิทธิพลและนักการเมืองท้องถิ่นตั้งค่าหัวข่มขู่ เพราะการปิดปากคนๆ เดียวถูกกว่าการรับผิดชอบความเสียหาย พรรคประชาธิปัตย์จึงขอเป็นตัวแทนต่อสู้ โดยเปิดตัวเว็บไซต์ช่องทางรับร้องเรียน ‘จับตาสารเคมีภาคตะวันออก’ (chapta.democrat.or.th/waste) เพื่อให้ประชาชนแจ้งเบาะแสโรงงานลักลอบปล่อยมลพิษ โดยพรรคฯจะนำทีมลงพื้นที่ งัดมาตรการทางกฎหมายสั่งปิดโรงงานเดินหน้าคืนความยุติธรรมให้ชาวบ้าน และขอฝากถึงกลุ่มอิทธิพลว่า ไม่เคยเกรงกลัวต่อกระสุนหรือการข่มขู่ และจะไม่ยอมให้ใครมาปกปิดความจริงเพื่อเอาเปรียบประชาชนอีกต่อไป” นายพงศกร กล่าว



