หน้าแรก เศรษฐกิจ สภาองค์กรผู้บ...

สภาองค์กรผู้บริโภค สมาคมทีวีดิจิทัล จี้กสทช.นัดประชุม ไม่ต้องมีสรณ หลังล่มซ้ำซาก วาระค้างอื้อ

9.09.26 | 13:20 น.

สภาองค์กรผู้บริโภค สมาคมทีวีดิจิทัล จี้กสทช.นัดประชุม ไม่ต้องมีสรณ หลังล่มซ้ำซาก วาระค้างอื้อ


เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ 9 กันยายน เวลา 09.00 น. ที่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม เทคโนโลยี และสารสนเทศ สภาองค์กรของผู้บริโภค, นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย อุปนายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) และนายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เข้ายื่นหนังสือ เรื่อง ขอเรียกร้องให้สำนักงาน กสทช.และกรรมการ กสทช.ที่เหลืออยู่ 6 คนตามกฎหมาย ดำเนินการประชุมผ่าทางตันและเลือกประธานคนใหม่เพื่อแก้ไขปัญหา ถึง สำนักงาน กสทช. โดยมี นายรัชตะพงศ์ พินทุเสนีย์ ผู้อำนวยการส่วนประจำสำนักงาน รักษาการผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร เป็นตัวแทนรับหนังสือ

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กล่าวว่า ไม่สามารถปล่อยให้ กสทช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ อยู่ในสภาพประชุมแล้วล่มซ้ำๆ ได้ โดยวันนี้ได้ยื่นหนังสือถึงรักษาการเลขาธิการ กสทช. ขอให้สำนักงานสนับสนุนการทำงานของกรรมการตามกฎหมาย เนื่องจากกรรมการทุกคนมีศักดิ์และฐานะเท่าเทียมกัน คนละ 1 เสียง ไม่มีใครมีอำนาจเหนือกว่าใคร

ซึ่งตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ. กสทช. หากกรรมการบางรายไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่ยังเหลือกรรมการอย่างน้อย 4 คน ก็สามารถประชุมและปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ การที่ประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้หมายความว่ากรรมการที่เหลือจะทำงานไม่ได้ ดังนั้น สำนักงาน กสทช. มีหน้าที่อำนวยความสะดวกและสนับสนุนให้กรรมการทำหน้าที่ ไม่ใช่เป็นอุปสรรค ส่วนการลงมติจะเป็นเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย เป็นอำนาจของคณะกรรมการตามกระบวนการกฎหมาย

Advertisement

น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า ขณะนี้มีวาระค้างถึง 148 วาระ หลายเรื่องเป็นวาระเร่งด่วน โดยเฉพาะอนาคตดิจิทัลทีวีและฟรีทีวี ซึ่งอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และต้องเร่งตัดสินใจเรื่องใบอนุญาตและแนวทางอนาคตอุตสาหกรรม หาก กสทช. ไม่สามารถประชุมได้ จะกระทบผู้ประกอบการต่อเนื่องไปถึงโครงข่ายโทรทัศน์ของรัฐ ทั้งกรมประชาสัมพันธ์ ช่อง 5 MCOT กองทัพบก และ NBT ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐและประชาชนลงทุนมามหาศาล

“อนาคตฟรีทีวีเหมือนผู้ป่วย ICU กรรมการ 6 ท่านเหมือนหมอที่จะเข้าไปรักษา แต่สำนักงานไม่เปิดประตูให้ มันเสี่ยงที่คนไข้จะช็อก กสทช. มีหน้าที่หลักคือการประชุมและตัดสินใจ หากประชุมไม่ได้ องค์กรก็แทบไม่มีความหมาย และหากปล่อยให้ทางตันยืดเยื้อ ผู้ประกอบการอาจต้องใช้กระบวนการทางกฎหมาย ทั้งฟ้องแพ่ง ฟ้องอาญา หรือมาตรา 157 ซึ่งไม่มีใครต้องการ เพราะต้องการให้ทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกันมากกว่าการใช้กฎหมายทำร้ายกัน”น.ส.สุภิญญากล่าว

น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า ส่วนประเด็นคุณสมบัติประธาน กสทช. ควรแยกออกจากการทำงานขององค์กร เพราะเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว และผู้เกี่ยวข้องมีสิทธิต่อสู้คดี แต่ในระหว่างนี้ กรรมการที่เหลือควรสามารถทำหน้าที่ต่อไปได้ เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศ โดยเฉพาะการตัดสินใจเกี่ยวกับดิจิทัลทีวี ซึ่งจะกระทบเป็นลูกโซ่ทั้งช่องโทรทัศน์และโครงข่ายที่รัฐลงทุนไว้ ทั้งนี้ ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค คือขอให้ กสทช. ปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด และเปิดทางให้กรรมการ 6 คนที่ยังปฏิบัติหน้าที่ได้สามารถประชุมพิจารณาวาระต่างๆ โดยเฉพาะวาระเร่งด่วน

ทั้งนี้ การที่ตำแหน่งประธาน กสทช. ว่างไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้น โดยในปี 2560 ประธาน กสทช. พ้นวาระจากกรณีอายุครบ 70 ปี เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2560 และวันรุ่งขึ้นคือ 6 ตุลาคม กรรมการ กสทช. ที่เหลือร่วมกับสำนักงาน กสทช. ได้จัดประชุมวาระพิเศษเพื่อเลือกประธานคนใหม่ทันที ทำให้ไม่มีช่วงสุญญากาศในการทำงาน ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภคยังมีปัญหาจำนวนมาก ทั้งภัยจาก SMS ภัยออนไลน์ ค่าโทรศัพท์ราคาแพง และปัญหาอื่นๆ ที่รอการแก้ไข จึงเห็นว่า กรรมการ กสทช. และสำนักงาน กสทช. ควรเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ต่อ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาและคุ้มครองประโยชน์ของผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง

“เหตุการณ์วันนั้นเกิดขึ้นจากความกล้าหาญของกรรมการ กสทช. และสำนักงาน กสทช. ในการจัดประชุมเพื่อให้ได้ประธานคนใหม่ ถือเป็นบรรทัดฐานที่ดีที่ กสทช. และสำนักงานในปัจจุบันควรยึดถือเป็นแบบอย่างในการเดินหน้าแก้ปัญหา”

นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย กล่าวว่า การที่ กสทช.ไม่สามารถเดินหน้าพิจารณาแนวทางอนาคตทีวีดิจิทัล ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมรับใบอนุญาตที่จะสิ้นสุดในปี 2572 ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการวางแผนและปรับตัว จึงต้องการให้ กสทช.เร่งออกแนวปฏิบัติและโรดแมปที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนธุรกิจและเดินหน้าต่อได้ ทั้งนี้ ความมั่นคงของฟรีทีวีมีความสำคัญต่อประเทศและผู้บริโภค เนื่องจากเป็นสื่อที่ประชาชนเข้าถึงได้โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตหรือสมัครสมาชิก โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาทิ อุทกภัยหรือภัยพิบัติ ฟรีทีวีภาคพื้นดินยังเป็นช่องทางสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือแก่ประชาชน

นายเมธา มาสขาว กล่าวว่า ครป.ได้ยื่นหนังสือร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภคและสมาคมทีวีดิจิทัล เรียกร้องให้สำนักงาน กสทช. และกรรมการ กสทช. ที่เหลือ 6 คน ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โดยเห็นว่ากรรมการทั้ง 6 คนสามารถดำเนินการประชุมได้ ไม่จำเป็นต้องรอประธาน กสทช. หรือรอให้สำนักงานเป็นผู้จัดประชุม ซึ่งหากไปดูคำสั่งศาลปกครองที่ยังมิได้ทุเลาหรือคุ้มครองชั่วคราวว่า ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ผู้ร้องสามารถปฏิบัติหน้าที่กรรมการ กสทช. ต่อไปได้ และศาลปกครองได้ชี้ไว้อย่างชัดเจนแล้ว ตาม พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ว่า “การที่ผู้ฟ้องคดีไม่ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ ตามมาตรา 8 (1) (2) หรือ (3) ถือเป็นการสละสิทธิโดยผลของกฎหมาย ตามมาตรา 18 ดังนั้น กรรมการที่เหลือ 6 คนสามารถประชุมเพื่อเลือกประธานชั่วคราวได้ จากนั้นจึงจัดประชุมเพื่อเลือกประธานตัวจริง และดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

“ครป.ขอเรียกร้องกรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คน โดยเฉพาะกรรมการด้านกฎหมาย ให้แสดงสปิริตและรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงสำนักงาน กสทช. ขอให้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ไม่ปล่อยให้ปัญหาภายในบ่อนเซาะทำลายองค์กรต่อเนื่อง” นายเมธากล่าว

นายเมธากล่าว เพิ่มเติมว่า เมื่อคณะกรรมการสรรหาฯ ชี้ว่าบุคคลดังกล่าวขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม ก็ถือว่าไม่เคยดำรงตำแหน่งตามกฎหมาย จึงไม่ควรต้องรอขั้นตอนอื่นอีก ขอเรียกร้องให้กรรมการทั้ง 6 คนประชุมโดยเร็ว เลือกประธานชั่วคราว ก่อนดำเนินการเลือกประธานตัวจริงและนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ตามขั้นตอน รวมถึงให้สำนักงาน กสทช. เดินหน้าประชุมตามวาระที่คั่งค้างทันที