หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกนิติ พูดชั...

เอกนิติ พูดชัด ต่อไทยช่วยไทยพลัสอีก 2 เดือน ยังไม่ดึงงบเงินกู้พลังงาน 2 แสนล้าน

17.09.26 | 18:32 น.

เอกนิติ พูดชัด ต่อไทยช่วยไทยพลัสอีก 2 เดือน ยังไม่ดึงงบเงินกู้พลังงาน 2 แสนล้าน


 

วันที่ 17 กันยายน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ตาม พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้าน ณ กระทรวงการคลังว่า การประชุมวันนี้มีมติเห็นชอบให้ต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยออกไปอีก 2 เดือน (ตุลาคมและพฤศจิกายน) จากเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2569 รวมทั้งจะคงรูปแบบเงื่อนไขการร่วมจ่าย 60:40 ดังเดิม ทั้งนี้ จะมีการนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารหน้า (22 กันยายน 2569) และจะใช้งบประมาณที่มีอยู่

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ตาม พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้าน กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองฯในวันนี้ ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบข้อเสนอโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งเสนอโดยกระทรวงการคลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในการประชุมครั้งนี้มีวาระเข้าสู่ที่ประชุมพิจารณาเพียงโครงการเดียว

Advertisement

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้ตรวจสอบรายละเอียดของโครงการอย่างรอบคอบ พบว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์และตรงตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก.กู้เงิน ทุกประการ โดยที่ประชุมได้เห็นชอบให้ต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัส ออกไป จากเดิมที่โครงการเฟสแรกจะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้

สำหรับแหล่งเงินที่จะนำมาใช้นั้น จะใช้จากกรอบวงเงินเยียวยา 200,000 ล้านบาท (จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท) ซึ่งคาดว่าจะมีวงเงินเพียงพอสำหรับการขยายระยะเวลามาตรการดังกล่าว โดยยืนยันว่าไม่ได้มีการโยกงบประมาณจากส่วน 2 แสนล้านบาทหลัง สำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานแต่อย่างใด

นอกจากนี้ นายลวรณ กล่าวว่า สำหรับโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เมื่อรัฐบาลมีการต่ออายุมาตรการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ให้กับประชาชนทั่วไป ก็จะต้องมีการเติมเงินช่วยเหลือให้กับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วยเช่นกัน โดยจะยึดตามจำนวนผู้ลงทะเบียนที่ผ่านคุณสมบัติ ซึ่งจะได้รับสิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

โดยโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบปี 2569 ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาผลการทบทวนสิทธิสำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกีองและบางส่วนอยู่ในขั้นตอนการยืนยันตัวตน (e-KYC) ซึ่งจะมีการประกาศผลในวันที่ 30 กันยายน 2569 นั้น ยืนยันว่าผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ จะได้รับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทยพลัสแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันโครงการไทยช่วยไทยพลัสมีผู้ได้รับสิทธิแล้ว 26 ล้านคน มียอดการใช้จ่ายสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 16 กันยายน 2569 รวมมูลค่า 159,000 ล้านบาท แบ่งเป็นภาครัฐร่วมจ่ายสะสม 88,000 ล้านบาท และประชาชนร่วมจ่าย 65,000 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มผู้ผ่านคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีจำนวน 9.5 ล้านคน และมีผู้ที่ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการขอทบทวนสิทธิอีกราว 5 ล้านคน