ปธ.สรท.เตือน ผู้ส่งออก-รัฐบาล เตรียมแผนรับความเสี่ยง คลื่นชุมนุมขยายวงกว้างทั่วยุโรป
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยกับ มติชน ว่า สถานการณ์ประท้วงในฝรั่งเศสและอีกหลายประเทศในยุโรป เป็นสัญญาณที่สะท้อนแรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคมที่ประชาชนกำลังเผชิญ ทั้งค่าครองชีพ ราคาพลังงาน และความกังวลต่อรายได้และบริการภาครัฐ ประเด็นที่ภาคธุรกิจควรจับตา จึงไม่ใช่เพียงการชุมนุมในระยะสั้น แต่คือสถานการณ์จะยืดเยื้อจนกระทบความเชื่อมั่น การทำงานของภาคธุรกิจ และกำลังซื้อของผู้บริโภคหรือไม่
” หากการประท้วงคลี่คลายได้เร็ว ผลกระทบต่อการค้า อาจจำกัดอยู่ที่ความล่าช้าหรือการหยุดชะงักเฉพาะพื้นที่ แต่หากยืดเยื้อและขยายวงจนเกิดการนัดหยุดงานหรือกระทบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ผู้บริโภคอาจชะลอการซื้อสินค้า ธุรกิจอาจลดหรือเลื่อนคำสั่งซื้อ และผู้นำเข้าอาจระมัดระวังการสั่งสินค้าและบริหารสินค้าคงคลังมากขึ้น ความเสี่ยงนี้อาจขยายไปยังประเทศอื่นในยุโรป หากหลายประเทศเผชิญปัญหาค่าครองชีพและเศรษฐกิจชะลอตัวในเวลาเดียวกัน ” นายธนากร กล่าว
นายธนากร กล่าวว่า สำหรับไทย ยุโรปเป็นตลาดสำคัญและมีสัดส่วน 7.2% ของการค้าสินค้ารวมของประเทศไทยในปี 2568 หากกำลังซื้อและการนำเข้าของยุโรปอ่อนแรงลง ผู้ส่งออกไทยบางกลุ่มอาจได้รับผลกระทบจากคำสั่งซื้อที่ลดลง การแข่งขันด้านราคา และการเจรจาเงื่อนไขการค้าที่เข้มข้นขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรสรุปว่าการประท้วงในยุโรปเพียงอย่างเดียว จะทำให้การส่งออกไทยโดยรวมกลับมาหดตัวทันที เพราะผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความรุนแรงของสถานการณ์ รวมถึงคำสั่งซื้อจากตลาดอื่นและความต้องการสินค้าแต่ละประเภท
” สิ่งที่ควรระมัดระวังคือ การส่งออกไทยในปี 2568 เติบโตสูง ทำให้ปี 2569 มีฐานเปรียบเทียบที่สูงขึ้นอยู่แล้ว หากยุโรปชะลอการนำเข้าในช่วงเดียวกับที่ตลาดอื่นเผชิญแรงกดดัน ก็อาจทำให้การส่งออกไทยเติบโตต่ำกว่าที่คาด และบางสินค้า อาจกลับมาหดตัวได้ จึงควรมองสถานการณ์นี้เป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างจริงจัง มากกว่าการด่วนสรุปว่า จะเกิดผลกระทบแน่นอน” นายธนากร กล่าว
นายธนากร กล่าวว่า ผู้ส่งออกควรติดตามคำสั่งซื้อและแผนการนำเข้าของลูกค้าในยุโรปอย่างใกล้ชิด พร้อมกระจายตลาดและฐานลูกค้า ไม่พึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนขนส่ง และระยะเวลาส่งมอบ สำหรับภาครัฐและภาคเอกชน ควรเร่งสนับสนุนผู้ส่งออกให้เข้าถึงตลาดใหม่ และรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านคุณภาพ มาตรฐาน และความน่าเชื่อถือ
โดยสรุป ความปั่นป่วนในยุโรปมีโอกาสกดดันกำลังซื้อและการนำเข้า และอาจส่งผลต่อการส่งออกไทยผ่านคำสั่งซื้อที่ชะลอลง แต่ระดับผลกระทบจะขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์ยืดเยื้อและลุกลามเพียงใด ภาคธุรกิจจึงควรเตรียมรับมืออย่างรอบคอบ ใช้ข้อมูลคำสั่งซื้อจริงประกอบการตัดสินใจ และติดตามพัฒนาการของตลาดอย่างต่อเนื่อง



