“วราวุธ” ลุย ตรวจโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม อุดรฯ ชม เป็นตัวอย่าง มีคุณภาพ-ระบบจัดการดี-มีทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน เผย กำชับ 50 ชุดเฉพาะกิจ เร่งตรวจรง.โซนแดง 5 จังหวัด แนะ บ.แก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย ยัน 1 ปี กว่า 3 พันรง.ต้องทำให้ถูกต้อง
เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน ที่จ.อุดรธานี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุต.สาหกรรม พร้อมนายภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ตรวจการดำเนินการของบริษัท แอดวานซ์ เอเชีย เพาเวอร์ แพลนท์ จำกัด อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ซึ่งประกอบกิจการคัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ที่ไม่เป็นของเสียอันตรายจากโรงงาน พร้อมชมหลุมฝังกลบ การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ระบบการจัดการน้ำและการตรวจสอบคุณภาพน้ำ ตามหลักวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม โดยมี นายมงคล พฤกษ์วัฒนา ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ACE (Absolute Clean Energy Public Company Limited) ให้การต้อนรับ

นายวราวุธ ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจโรงงาน ว่า โรงงานแห่งนี้เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้คุณภาพ และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับอีกหลาย ผู้ประกอบการ ซึ่งพื้นที่ฝังกลบของโรงงาน ตามลำดับโรงงานที่ 105 มีขั้นตอนที่เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดไว้ ทั้งความลงความลึกและความลาดชันในแต่ละชั้นของการฝังกลบ รวมถึงมีระบบบำบัดน้ำ ที่มาจากหลุมฝังกลบต่างๆ และโดยรอบยังมีพื้นที่สีเขียว ที่เป็นบัฟเฟอร์โซนปลูกต้นยูคาลิปตัส สามารถป้องกันในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่มีน้ำล้นออกมา และยังมีกิจกรรมสาธารณะประโยชน์อื่นให้กับสังคม ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดี จึงขอเป็นกำลังใจให้กับทางบริษัทในการทำงานร่วมกับประชาชนโดยรอบพื้นที่ ถือเป็นการเกื้อหนุนในการทำกิจกรรมต่างๆ และยังสร้างงานสร้างอาชีพให้กับชุมชน โดยเฉพาะกิจกรรมสาธารณประโยชน์ซึ่งถือเป็นหัวใจของทุกโรงงานและทุกกิจการที่อยู่ในชุมชน

นายวราวุธ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ปลาเน่าตัวเดียวทำให้ปลาเหม็นหมดทั้งข้อง จึงเป็นเหตุที่กระทรวงอุตสาหกรรม ต้องปล่อยเจ้าหน้าที่ 50 ทีม เป็นหน่วยเฉพาะกิจลงไปใน 5 จังหวัด บริเวณภาคตะวันออกและภาคกลาง และจะดำเนินการอีก 71 จังหวัดทั่วประเทศต่อไป ดังนั้นบริษัทที่ยังไม่แน่ใจว่าปฏิบัติถูกต้องหรือไม่ ขอให้รีบแก้ไขเพราะจากนี้ไปทุกทีมเฉพาะกิจของกระทรวง กำลังไปเร่งตรวจโรงงาน 105-106 ทั้ง 3,049 โรงงานทั่วประเทศ โดยตั้งเป้า 1 ปีจากนี้ไป ทั้ง 3,049 โรงงาน จะต้องเป็นโรงงานที่ได้มาตรฐาน บวกกับโรงงานเถื่อน ที่ยังไม่ได้ขึ้นบัญชีกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม ขอฝากผู้นำชุมชนและผู้นำท้องถิ่น หากพบ สิ่งใดที่ผิดปกติขอให้แจ้ง ที่สายด่วน กรมโรงงานอุตสาหกรรม 1564 ตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ใน 5 จังหวัด ที่ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบพบความผิดปกติ หรือสิ่งใดที่ต้องกำชับเพิ่มเติมหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปแล้ว คาดว่าในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้จะรับทราบความคืบหน้า โดยกำชับให้แต่ละทีม ซึ่งจะรู้อยู่แล้วในแต่ละจังหวัดว่าพื้นที่ใด โรงงานไหน เป็นโซนแดง ให้ลงไปตรวจสอบก่อน เป็นจุดที่มีความล่อแหลมมากที่สุด เพราะหัวใจสำคัญคือความปลอดภัยของประชาชนที่อยู่โดยรอบและพื้นที่ใกล้เคียง และย้ำว่าให้ดำเนินการตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะไม่ต้องการให้เกิดกรณีที่เราพลาด แล้ว ทำให้เกิดการฟ้องร้องกลับ เพราะผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกคนต้องได้รับการคุ้มครอง ตนในฐานะเจ้ากระทรวงพร้อมที่จะดูแลเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่ให้ตกอยู่ในกรณีที่จะถูกฟ้องร้องหรือเสี่ยงภัย

เมื่อถามย้ำถึงข้อสังเกตว่าในพื้นที่ 5 จังหวัด ที่ลงไปตรวจสอบ ควรจะต้องดำเนินการอย่างจริงจังหรือไม่ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า การมีชุดเฉพาะกิจ 50 ทีมลงไป จ.สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ได้ย้ำให้ทำตามกฏหมายไม่ใช่ปรับแล้วแยกย้าย แต่จะต้องไปดำเนินการฟ้องร้องให้สามารถซื้อไปได้ถึง ผู้ถือหุ้นเป็นใคร มีการทำนอมินีหรือไม่ โดยจะประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ในการตรวจสอบ ว่าสิ่งของที่แต่ละโรงงานนำเข้ามาได้สำแดงอย่างถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องยังมีกฎหมายเกี่ยวกับศุลกากร สามารถดำเนินคดีอาญาในกรณีสำแดงไม่ถูกต้องและยึดทรัพย์ได้

เมื่อถามถึงกระแสต่อต้านของประชาชน ในการก่อสร้างโรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะล่าสุดในภาคตะวันออก จะให้ความมั่นใจระหว่างกับประชาชนกับผู้ประกอบการอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลุกลามบานปลายขึ้น นายวราวุธ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ขอให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม หยุดการออกใบอนุญาต 105,106 ในทุกกรณีไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดเพื่อเคลียร์เรื่องการตรวจสอบผู้ประการการขณะนี้ให้ถูกต้องก่อน

ส่วนความเดือดร้อนของประชาชนตนเข้าใจดี และอยากจะดำเนินการให้เร็วเพราะเข้าใจความเดือดร้อน โดยต้องอยู่ตามกรอบของกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ เพราะการจะสั่งปิดหรือยกเลิกกิจการ จะต้องมีขั้นตอนทำตามระเบียบกฎหมาย หากเจ้าหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมทำข้ามขั้นตอนหรือไม่ทำตามกฎระเบียบ จะเป็นความเสี่ยงที่เปิดช่องให้ผู้ประกอบการฟ้องกลับได้และหากฟ้องชนะจะทำให้ปัญหาหนักขึ้น และประชาชนจะยิ่งเดือดร้อน ซึ่งเราไม่อยากให้เกิดขึ้น ดังนั้นขอให้ช้าแต่ชัวร์ดีกว่า




