สรรพสามิต เล็งงัดเงินกู้ 1.2 หมื่นล้าน ปลุก ‘รถเก่าแลกกระบะใหม่’ 1.5 แสนคัน บังคับบดทำลายในไทย จ่ออุดหนุนมอเตอร์ไซค์อีวี คันใหม่ ผลิตในไทย สูงสุดคันละ 2 หมื่นบาท หนุนเปลี่ยนผ่านพลังงาน
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” ภายใต้ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท (ในส่วนของวงเงิน 2 แสนล้านบาทหลัง เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ) ว่ากรมสรรพสามิตกำลังเตรียมผลักดันโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ โดยแบ่งเป็น 2 โครงการหลัก คาดว่าจะใช้วงเงินรวมประมาณ 12,000 ล้านบาท (วงเงินดำเนินการโครงการละ 6,000 ล้านบาท) ได้แก่ 1.โครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่ และ 2.โครงการอุดหนุนรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งในระหว่างนี้กรมได้เตรียมรายละเอียดการดำเนินงาน ข้อกฎหมาย และระบบต่างๆ ควบคู่กันไป
ตั้งเป้าอุดหนุน 4 หมื่นบาท รองรับเปลี่ยนรถใหม่ 1.5 แสนคัน
นายพรชัยกล่าวว่า สำหรับโครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่ ใช้วงเงิน 6,000 ล้านบาท ตั้งเป้าเงินอุดหนุนคันละ 40,000 บาท คาดว่าจะรองรับการเปลี่ยนรถใหม่ได้ประมาณ 150,000 คัน โดยมีแนวคิดให้รัฐช่วยเหลือผู้ซื้อ ควบคู่กับการร่วมจ่ายจากผู้ผลิตรถยนต์และมูลค่ารถเก่าที่นำมาแลก โครงการในครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ครอบครองรถเก่าที่มีกำลังซื้อ โดยเน้นกลุ่มรถกระบะและรถบรรทุกขนาดใหญ่ เนื่องจากกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลประสบความสำเร็จไปแล้ว จากมาตรการ EV 3.0 และ 3.5 ขณะที่กลุ่มรถเชิงพาณิชย์ยังเป็นความท้าทายสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานให้เห็นผลสัมฤทธิ์อย่างรวดเร็ว
นายพรชัยกล่าวอีกว่า เป้าหมายหลักไม่ใช่เพียงการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังมุ่งลดมลพิษและคาร์บอน ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า เพิ่มความต้องการรถที่ผลิตในประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยภาครัฐมองว่าการก่อหนี้เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานและได้รถใหม่มาใช้งานยาวนานถึง 15 ปี ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

เปิดรูปแบบโครงการ นำรถเก่า 4 ล้อ แลกซื้อกระบะคันใหม่
ยกเลิกจดทะเบียน-บดทำลายแยกชิ้นส่วน-ขูดเลขตัวถังเกลี้ยง
สำหรับรูปแบบของโครงการ นายพรชัยระบุว่า จะเปิดให้นำรถเก่า 4 ล้อ มาแลกสิทธิประโยชน์ซื้อรถคันใหม่ เงื่อนไขสำคัญคือต้องนำรถเก่าไปยกเลิกจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ เพื่อตัดออกจากระบบจราจรอย่างถาวร จากนั้นต้องนำไปบดทำลายและแยกชิ้นส่วนในโรงงานรีไซเคิลยานยนต์ในประเทศที่ได้รับอนุญาต ซึ่งจากการสำรวจพบว่าโรงงานในไทยทั้งรูปแบบอุตสาหกรรมและไฮเทค มีศักยภาพรองรับการกำจัดซากได้หลักหมื่นคันต่อปี การทำลายซากจะต้องขูดเลขตัวถังให้ชัดเจน เพื่อรับประกันว่ารถเก่าจะไม่ถูกนำกลับมาวิ่งก่อมลพิษได้อีก ก่อนจะนำหลักฐานไปรับสิทธิประโยชน์
นายพรชัยกล่าวว่า ส่วนรถกระบะคันใหม่ที่จะเข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นรถที่ผ่านมาตรฐานเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตในประเทศไทย ได้แก่ รถกระบะไฟฟ้า (EV) หรือรถกระบะเครื่องยนต์สันดาปที่รองรับน้ำมัน B20 เพื่อตอบโจทย์นโยบายพลังงานทางเลือก จากการทดสอบพบว่าน้ำมัน B20 ไม่ได้ส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์รุ่นทั่วไป ส่วนผู้ที่เลือกใช้รถยนต์หรือน้ำมันแบบเดิมก็ยังคงใช้งานได้ตามปกติ แต่จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐ

นายพรชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตยังอยู่ระหว่างประสานสถาบันการเงินของรัฐ เพื่อสนับสนุนสินเชื่อในเงื่อนไขที่เหมาะสม โดยอาจให้ บสย. (บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม) เข้ามาช่วยค้ำประกันเพื่อเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ที่มีนายกุลิศ สมบัติศิริ เป็นประธาน คาดว่าจะมีการประชุมพิจารณาภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ก่อนจะเสนอเข้าสู่บอร์ดกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
อุดหนุน ‘มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าใหม่’ คันละ 1-2 หมื่นบาท
จำกัดรุ่นที่ผลิตในไทย-ไม่ต้องนำรถเก่ามาแลก
ขณะที่โครงการอุดหนุนรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (EV) นายพรชัยกล่าวว่า ใช้วงเงิน 6,000 ล้านบาท แยกมาตรการออกมาต่างหาก โดยจะอุดหนุนผู้ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าใหม่โดยตรง 10,000-20,000 บาทต่อคัน ตามราคาขาย โดยไม่ต้องนำรถเก่ามาแลก
นายพรชัยกล่าวว่า เงื่อนไขสำคัญคือ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ได้รับสิทธิจะต้องเป็นรุ่นที่ผลิตขึ้นภายในประเทศไทยเท่านั้น เพื่อส่งเสริมและปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ นอกจากนี้ ยังไม่มีการกำหนดเงื่อนไขห้ามซื้อขายหรือเปลี่ยนมือ เพื่อเน้นการเปลี่ยนผ่านรถที่ใช้งานจริงบนท้องถนน พร้อมทั้งจะดึงกลไกสถาบันการเงินและไฟแนนซ์เข้ามาสนับสนุนด้านสินเชื่อ เพื่อให้ประชาชนเป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น
ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ควบคู่ไปกับโครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่



