หุ้นไทยดิ่งกว่า 20 จุด หลุด 1,500 จุด DELTA ฉุดตลาด ผวาสหรัฐฯ คุมลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์-AI ซ้ำเติมแรงขายหุ้นเทคฯ ทั่วโลก
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นไทยเปิดการซื้อขายภาคเช้าปรับตัวลดลงอย่างหนักตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยดัชนี SET เปิดตลาดที่ 1,479.69 จุด ลดลง 18.30 จุด ก่อนปรับลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 1,475.08 จุด ลดลง 22.91 จุด หรือ 1.53% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 13,600.22 ล้านบาท ตามรายงานความเคลื่อนไหวระหว่างภาคเช้า
ปัจจัยสำคัญมาจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงแรง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับนโยบายควบคุมการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) โดยเฉพาะกระแสข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่วุฒิสภาสหรัฐฯ จะระงับการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในต่างประเทศ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทย โดยเฉพาะ DELTA เผชิญแรงขายและกดดันดัชนีอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังเป็นความกังวลของตลาด ไม่ใช่มาตรการที่ยืนยันว่ามีผลบังคับใช้แล้ว
ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันสะสมจากการปรับตัวลดลงของหุ้นกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันโลก รวมถึงความระมัดระวังของนักลงทุนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน โดยก่อนหน้านี้ดัชนี SET ปิดตลาดวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ 1,497.99 จุด ลดลง 4.10 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 86,950.24 ล้านบาท
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีความเสี่ยงจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ โดยพบการเปิดสถานะขายสุทธิในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ต่อเนื่อง 7 วันทำการ ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม-4 พฤศจิกายน รวม 78,975 สัญญา สะท้อนความระมัดระวังต่อทิศทางตลาด ขณะที่โครงสร้างดัชนีหุ้นไทยมีน้ำหนักหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงานรวมกันมากกว่าครึ่งหนึ่ง จึงอ่อนไหวต่อความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีและราคาน้ำมันโลก
สำหรับแนวโน้มระยะสั้น นักวิเคราะห์ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,470 จุด และแนวรับถัดไป 1,450 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,500–1,505 จุด โดยยังต้องติดตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ความชัดเจนของนโยบายสหรัฐฯ และแรงขายหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่างใกล้ชิด



