‘คิงชาร์ลส์ที่ 3’ จากรัชทายาทกว่า 70 ปี สู่บัลลังก์กษัตริย์แห่งอังกฤษ
ในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งราชวงศ์อังกฤษ จะทรงเข้าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกซึ่งเป็น เป็นการเฉลิมพระเกียรติยศในการขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ของสหราชอาณาจักรโดยบริบูรณ์ แต่ใครจะทราบว่าก่อนที่จะถึงวันแห่งความโสมนัสนี้ พระองค์ทรงเป็นองค์รัชทายาทของราชวงศ์วินด์เซอร์ตั้งแต่มีพระชนมพรรษาเพียง 3 พรรษา และต้องรอด้วยเวลาเนิ่นนานกว่า 7 ทศวรรษเพื่อเถลิงถวัลยราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระราชชนนีของพระองค์
- จับกระแสทัศน์ผู้ดี ต่อสถาบันยุคคิงชาร์ลส์
- แฟนพันธุ์แท้ราชวงศ์อังกฤษ เริ่มปักหลักจองพื้นที่ รอชมพิธีบรมราชาภิเษก ‘คิงชาร์ลส์ที่ 3’
- เผยโฉม! ซ้อมขบวนราชาภิเษก ‘คิงชาร์ลส์’ สุดอลังการ ก่อนวันงานจริง 6 พ.ค.นี้
พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ประสูติเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 1948 และเมื่อพระเจ้าจอร์จที่ 6 พระอัยกาของพระองค์เสด็จสวรรคต เส้นทางการเป็นกษัตริย์คนต่อไปของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ก็ปรากฏขึ้นอย่างเด่นชัด นับตั้งแต่ควีนเอลิซาเบธที่ 2 พระราชชนนีของพระองค์ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่ปี 1952
ในสมัยที่ยังทรงพระเยาว์ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงเป็นเด็กที่มีความอ่อนไหวและไม่คล่องแคล่วนัก เจ้าชายฟิลิป พระราชบิดา จึงทรงส่งพระองค์ไปศึกษาที่โรงเรียนประจำชั้นนำของราชวงศ์และชนชั้นสูงอย่าง Gordonstoun School ด้วยหวังว่าสถาบันการศึกษาซึ่งเปี่ยมล้นไปด้วยความล้ำเลิศทางวิชาการ กีฬา และความเข้มแข็งด้านจิตใจแห่งนี้จะช่วยขัดเกลาเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ได้ อย่างไรก็ดี พระองค์ทรงเรียนอย่างขมขื่น อีกทั้งยังมีรายงานว่าพระองค์ทรงถูกกลั่นแกล้งที่นั่นอีกด้วย
การไปศึกษาที่โรงเรียนประจำยังสร้างความห่างเหินระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์กับพระราชบิดาและพระราชชนนีของพระองค์ โดยครั้งหนึ่งเจ้าชายน้อยยังคงต้องโค้งคํานับควีนเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อพระองค์เสด็จฯ กลับมาจากการประกอบพระราชกรณียกิจนานถึง 6 เดือน ขณะที่พระองค์มีพระชนมพรรษา 5 พรรษา พระมารดาทรงไม่ได้ทักทายพระองค์ด้วยการสวมกอดแต่ด้วยการจับพระหัตถ์แทน
กระนั้น ในหนังสือชีวประวัติที่ได้รับพระราชานุญาตจากพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ระบุว่า ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงไม่ได้ “ไม่แยแส” โอรสของตน เพียงแค่เหินห่างกันเท่านั้น
เมื่อมีพระชนมพรรษาครบ 20 พรรษา ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงแต่งตั้งเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์เป็น “เจ้าชายแห่งเวลส์” อย่างเป็นทางการ ตามโบราณราชประเพณีของอังกฤษที่องค์รัชทายาทแห่งสหราชอาณาจักรจะได้รับพระอิสริยยศดังกล่าว ในพระราชพิธีที่มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ครั้งใหญ่ ณ ปราสาทแคร์นาร์ฟอน ในขณะนั้นพระองค์ทรงเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ที่ทรงเริ่มสนพระทัยในด้านขยะพลาสติก มลพิษ และอนาคตของโลกใบนี้
ด้านความรัก ช่วงต้นทศวรรษ 1970 ความรักแสนอื้อฉาวของพระองค์กับ “คามิลลา แชนด์” พระนามเดิมของพระราชินีคามิลลาสมัยยังทรงเป็นสามัญชนกําลังผลิบาน หลังจากทั้ง 2 พระองค์ทรงพบในการแข่งขันโปโลที่วินด์เซอร์ปี 1970 อย่างไรก็ดี ตำนานรักข้ามชนชั้นนี้ก็ขาดสะบั้นลงเมื่อเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงต้องออกปฏิบัติหน้าที่ในราชนาวี
ความเหินห่างนี้ทำให้คามิลลาแต่งงานครั้งแรกกับนายแอนดรูว์ ปาร์กเกอร์ โบลส์ ผู้เป็นทหารม้าในปี 1973 และมีลูกด้วยกัน 2 คน ส่วนเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ก็ทรงอภิเษกสมรสกับเลดี้ไดอานาในปี 1981 และทรงมีโอรสด้วยกัน 2 พระองค์ นั่นคือ เจ้าชายวิลเลียม และเจ้าชายแฮร์รี
อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นโซ่ทองคล้องใจอันใดก็เหนี่ยวรั้งทั้งคู่ไว้ได้ไม่นาน เพราะเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ในขณะนั้นยังทรงไปพบคามิลลาอยู่เรื่อยๆ จนสุดท้ายชีวิตสมรสของทั้ง 2 คู่ก็มาถึงจุดจบ เมื่อคามิลลาหย่าร้างกับอดีตสามีในปี 1995 ขณะที่เจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์ทรงหย่าขาดในปีต่อมา
พระองค์ทรงกลับมาสานสัมพันธ์คามิลลาผู้เป็นรักแรกอีกครั้งในปี 1997 ปีเดียวกันกับที่เลดี้ไดอานาสิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ส่งผลให้คามิลลาต้องใช้ชีวิตอย่างหลบๆ ซ่อนๆ เนื่องจากเธอกลายเป็นบุคคลที่ถูกชิงชังมากที่สุดในอังกฤษ อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ได้ออกงานร่วมกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 1999 และหลังจากการความพยายามอย่างอุตสาหะเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากสาธารณชน เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และคามิลลาในขณะนั้นก็ทรงอภิเษกสมรสกันในพระราชวังวินด์เซอร์เมื่อปี 2005
ในเรื่องความสนพระทัยส่วนพระองค์ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมีความหลงใหลในเรื่องสถาปัตยกรรม สิ่งแวดล้อม การทําฟาร์ม ความศรัทธา และการแพทย์ทางเลือกอย่างมากมาโดยตลอด ขณะที่ทรงเคยตรัสถึงบทบาทการเป็น องค์รัชทายาทว่า “ไม่มีรายละเอียดงาน ดังนั้นคุณต้องสร้างมันขึ้นมาในขณะที่คุณดำเนินไปตามเส้นทางนั้น”
ในช่วงที่พระองค์ขึ้นครองราชย์ต่อจากควีนเอลิซาเบธที่ 2 จึงปรากฏความกังวลว่าพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะประสบปัญหาในการสงวนท่าทีและการรักษาความเป็นกลางทางการเมืองในฐานะประมุขแห่งรัฐ แต่ที่สุดแล้วเรื่องดังกล่าวก็ดูไม่เป็นปัญหามากนัก จากการที่พระองค์ทรงมีประสบการณ์อันยาวนานในการประกอบพระราชกรณียกิจและการทูตระดับสูง จากการปฏิบัติหน้าที่แทนพระราชชนนีในการเสด็จฯ ต่างประเทศ เนื่องจากพระชนมายุที่มากขึ้น
ด้านเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รีทรงอธิบายว่า พระบิดาของพระองค์ทรงงานหนัก โดยทั้ง 2 พระองค์มักจะพบพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 บรรทมอยู่ที่โต๊ะทรงงานในตอนกลางคืน
แน่นอนว่าบางครั้งสาธารณชนอาจเห็นช่วงเวลาที่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงแสดงอาการหงุดหงิด เช่นเดียวกับในพิธีประกาศการขึ้นครองราชสมบัติอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ได้ปรากฏช่วงเวลาที่กษัตริย์องค์ใหม่ของสหราชอาณาจักรทรงมีท่าทางไม่พอพระทัยที่เจ้าพนักงานนำกระปุกน้ำหมึกออกจากโต๊ะล่าช้า
สอดคล้องกับที่พระราชินีคามิลลาพูดถึงพระองค์ว่าเป็นชายใจร้อนที่ต้องการให้สิ่งต่างๆ ถูกจัดเตรียมล่วงหน้า อีกทั้งยังเป็นพระอัยกาผู้ชอบเอาอกเอาใจพระราชนัดดาด้วยการอ่านเรื่องราวของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ให้พวกเขาฟังด้วยพร้อมทำเสียงประกอบอย่างน่าเอ็นดู
ปีเตอร์ ริกเค็ตต์ อดีตเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจําฝรั่งเศสกล่าวว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงเป็น “บุรุษที่มีความอบอุ่นและมีอัธยาศัยดี ซึ่งดูแล้วพระองค์ทรงเปิดเผยทางอารมณ์มากกว่าพระราชชนนี และเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในการสานสัมพันธ์กับผู้คน”
คงต้องติดตามกันต่อไปว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะทรงสามารถรับมือกับความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างการดำรงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีโบราณของราชวงศ์และการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยใหม่นี้ได้หรือไม่ หลังการรอคอยตลอด 70 ปีที่จะขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่แห่งสหราชอาณาจักรได้สิ้นสุดลงแล้ว และรัชสมัยใหม่จะเริ้มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการหลังการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้

