สีหศักดิ์เผย ไทยมั่นใจด้านข้อกฎหมาย เตรียมประชุมประนอม UNCLOS รอบแรกที่สิงคโปร์
เมื่อวันที่ 12 กันยายน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวในรายงาน คนในข่าว ทาง FM100.5 ถึงกรณีที่ไทยจะเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการประนอมภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) ระหว่างไทยและกัมพูชา ครั้งแรกระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน ที่สิงคโปร์ ว่า ในวันที่ 15 จะเป็นการประชุมสมัย (session) แรก อย่างเป็นทางการ โดยแต่ละฝ่ายจะมีการกล่าวถ้อยแถลง แสดงท่าทีของแต่ละฝ่ายประมาณ 15 นาที ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดด้วย
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ฝ่ายไทยได้มีการคุยกันเองระหว่างหน่วยงานต่างๆ หลายรอบ ว่าจะนำเสนอประเด็นอย่างไร นอกจากนี้ ยังมีที่ปรึกษาทางกฎหมายที่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ ให้มีความพร้อมในการหารือมากที่สุด
และกล่าวว่า ในประเด็นการกล่าวอ้าง ตนมีความเชื่อมั่นว่า ภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศ ไทยมีจุดยืนที่ค่อนข้างจะมั่นใจในด้านข้อกฎหมาย ขณะที่ในเรื่องการประนอมภาคบังคับ ไทยยังเห็นว่า เป็นเกมอย่างหนึ่งของฝ่ายกัมพูชา อย่างไรก็ดี เมื่อเริ่มกระบวนการนี้แล้ว ไทยก็พร้อมอย่างเต็มที่ โดยจะมีการนำเสนอท่าทีของไทย เหตุผลหลักการต่างๆ
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ไทยต้องแสดงให้เห็นว่า ไทยและกัมพูชาได้มาถึงจุดนี้ได้ เพราะมีการยกเลิก MOU44 ซึ่งนั้นก็เพื่อให้สามารถมีการเจรจาทวิภาคีใหม่ เนื่องจากไม่มีความคืบหน้ามากว่า 20 ปี อีกทั้ง กัมพูชาก็ยังไม่ได้เป็นสมาชิกภาคี UNCLOS เมื่อเดือนมีนาคม อีกทั้ง ทั้งสองฝ่ายก็ยังได้พูดคุยกันระหว่างการประชุมสุดยอดเอเซียนที่นครเซบู ฟิลิปปินส์ เมื่อต้นปีนี้ด้วย
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เมื่อคุยกันแล้วไม่มีความคืบหน้า ก็ต้องมาพิจารณาว่ามีกลไกอื่นๆ ภายใต้กฎหมายทางทะเลของสหประชาชาติ ที่จริงแล้ว ก่อนที่จะไปสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ ก็ยังมีการประนอมโดยสมัครใจด้วย และย้ำว่า ทุกอย่างต้องมีการพูดคุยกัน โดยไม่ใช่ประเด็นเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจเพื่อตกลงร่วมกัน
พร้อมกล่าวว่า หากเวลาผ่านไป แล้วไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ไทยและกัมพูชาก็ต้องร่วมกันตัดสินใจเพื่อไปสู่กลไกอื่นๆ ขณะเดียวกัน ฝ่ายกัมพูชาได้เสนอให้มีการพูดคุยเรื่องการปักปันเขตแดนทางทะเล แต่ก็มีการเอ่ยว่า หากตกลงกันไม่ได้ต้องมีการพูดคุยในเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์ด้านทรัพยากรต่างๆ ซึ่งไม่ควรอยู่ในขอบเขตของการประนอมภาคบังคับ ท่าทีของไทยจึงต้องมีการพูดคุยเรื่องการปักปันเขตแดนให้ถึงที่สุด
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เมื่อกระบวนการสิ้นสุด จะนำมาสู่ข้อเสนอแนะ ซึ่งไม่มีข้อผูกผันทางกฎหมาย แต่ก็จะนำไปสู่การพูดคุยระหว่างสองประเทศอยู่ดี และย้ำว่า เกาะกูดของประเทศไทยด้วย โดยหวังว่าจะสามารถทำให้เกิดความชัดเจนของเส้นแบ่งเขตแดนขึ้น จะได้ไม่ตามมาซึ่งข้อสงสัย



