2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ รับเงินมัดจำ 55 ล้าน จาก นายกเฮง แลกช่วยผู้สมัครสอบท้องถิ่น 701 คน

11.09.26 | 16:57 น.

2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ รับเงินมัดจำ 55 ล้าน จาก นายกเฮง แลกช่วยผู้สมัครสอบท้องถิ่น 701 คน

เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยนายชัยวัฒน์ ทองเกษม ผู้อํานวยการสํานักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) โดยนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ, พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ร่วมกันแถลงผลการขยายผลจับกุม 2 เจ้าหน้าที่รัฐ เอี่ยวคดีทุจริตโกงข้อสอบ “นายกเฮง”


ปปป. กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ บก.ปปป. ได้จับกุม นายประวิทย์ หรือ “นายกเฮง” และนางนวพร ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 3 ในกรณีร่วมกันเรียกรับเงินจากผู้กล่าวหา 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 650,000 บาท โดยกล่าวอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบแข่งขันและได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้

จากการสอบสวนขยายผล นายประวิทย์ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมนำพยานหลักฐานส่งมอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อยืนยันว่าได้รับการติดต่อชักชวนจากนายอิทธิพล ศิริเพชรภัทรกุล หรือ วิคเตอร์ เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการ กองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรม ระหว่างประเทศ ซึ่งกล่าวอ้างว่าได้รับโควตาจากผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบ หรือที่เรียกว่า “บอส” และสามารถช่วยเหลือบุคคลให้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการได้ โดยให้นายประวิทย์จัดหาบุคคลที่สนใจสมัครสอบ

ต่อมา นายอิทธิพลได้นัดหมายให้นายประวิทย์และพยานไปพบกับนายอนุรักษ์ ขจรฤทธิ์ หรือ ดร.ต่อ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษพร้อมแนะนำว่านายอนุรักษ์เป็นหุ้นส่วนของ “บอส” จากนั้นหลังพูดคุยตกลงกัน มีการนัดหมายส่งมอบเงินที่เรียกรับมาจากผู้สมัครสอบจำนวน 701 ราย พร้อมรายชื่อบุคคลที่ประสงค์จะสอบบรรจุเข้ารับราชการ

Advertisement

จากนั้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน นายประวิทย์และพยานได้นำเงินที่เรียกรับจากผู้สมัครสอบ 701 ราย ส่งมอบให้นายอิทธิพลและนายอนุรักษ์ จำนวน 2 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 55 ล้านบาท เพื่อเป็นค่ามัดจำ

จากพยานหลักฐานดังกล่าว พนักงานสอบสวน บก.ปปป. จึงยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 3 กระทั่งศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย

ต่อมาในวันที่ 11 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ บก.ปปป. สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ท. วางแผนปฏิบัติการเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งสอง พร้อมตรวจค้นสถานที่เป้าหมายไปพร้อมกัน รวมจำนวน 3 จุด เพื่อแสวงหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งสองถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงาน โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือโทษแก่บุคคลใด” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 175 และ จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ส่วนผู้ต้องหาทั้งสองคนรู้จักกับนายกเฮงได้อย่างไรนั้น และรู้จักกันมานานแค่ไหนแล้ว พ.ต.อ.ประสงค์ ระบุว่า รู้จักกันผ่านการแนะนำของหลานของนายกเฮง โดยผู้ต้องหา ทั้งสองคนเป็นเพื่อนกับหลานของนายกเฮงที่อยู่ในพื้นที่ศรีสะเกษ ส่วนหลานนายกเฮงจะถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่นั้นยังไม่มีการเรียกตัวเข้ามาสอบปากคำ

ส่วนพล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การปฏิเสธ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานจากการตรวจค้นบ้านพักและคอนโด พบเอกสารสำคัญทางคดีจำนวนหนึ่ง โดยอยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติม และขณะนี้คดีในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจากเดิม 1 คดี ขยายเป็น 5 คดีแล้ว และหากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด ก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

ซึ่งการทำงานร่วมกับ ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. จากนี้ หากพยานหลักฐานไปถึงบุคคลใด ก็จะมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมเป็นคดีที่ 6 ที่ 7 หรือ 8 โดยยืนยันว่าจะดำเนินการตามพยานหลักฐานและบังคับใช้กฎหมายกับทุกคนอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเกี่ยวพันกับบุคคลระดับใด

ส่วนกรณีเงินจำนวน 55 ล้านบาท ต้องติดตามว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานจากโน้ตบุ๊ก โทรศัพท์ และเอกสารต่าง ๆ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อขยายผลไปถึงต้นสายของขบวนการ หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงผู้ใด หรือพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องในระดับใด ตำรวจจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามกฎหมาย โดยขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าการสืบสวนจะดำเนินไปตามพยานหลักฐาน

เมื่อถามว่า เชื่อมโยงไปถึงนายพิชิตหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า มีความเชื่อมโยงกัน ส่วนจะเชื่อมโยงไปถึงตัวการใหญ่หรือไม่นั้น ต้องเดินตามพยานหลักฐาน หากพยานหลักฐานไปถึงใครก็จะบังคับใช้กฎหมายกับทุกคน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานที่ยึดได้ ทั้งจากโน้ตบุ๊ก โทรศัพท์ และเอกสารต่าง ๆ เพื่อนำมาเป็นส่วนประกอบในการดำเนินคดี พร้อมยืนยันขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการทุกขั้นตอนเพื่อไปให้ถึงต้นตอของเรื่องนี้ โดยตรวจสอบในทุกมิติ ทั้งเส้นทางการเงิน เอกสาร และการสอบสวน

ทั้งนี้เส้นเงิน 55 ล้านบาทเป็นเพียงแค่ต้นสายของนายกเฮง แต่ยังมีการแตกสาขาไปยังกลุ่มอื่นอีกซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการขยายผล

เมื่อถามอีกว่า หลักฐานที่นายกเฮงนำมามอบให้นอกจากจะโยงไปถึง 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอแล้ว ยังสาวไปถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องอีกหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า ขอสงวนไว้ก่อน

ด้าน นายภูมิวิศาล เปิดเผยอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้ร่วมกับ บก.ปปป. แถลงผลการยึดทรัพย์ในคดีดังกล่าว พร้อมระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ ป.ป.ท. ดำเนินการอย่างเด็ดขาดในการขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตโกงข้อสอบ โดยให้ประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

โดยการจับกุมผู้เกี่ยวข้องในวันนี้ เป็นเพียงปฐมบทของการดำเนินคดี เนื่องจากยังมีบุคคลที่ต้องขยายผลและดำเนินการอีกจำนวนมาก หลังจากนี้ ป.ป.ท. จะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตในลักษณะนี้ขึ้นอีก และที่ผ่านมาอาจให้ความสำคัญกับการปราบปรามมากกว่าการป้องกัน โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนร่วมกับการทุจริต ดังนั้น ป.ป.ท. จะเข้าไปขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างเด็ดขาด

พร้อมย้ำว่า การแก้ปัญหาเรื่องทุจริตโกงข้อสอบจะไม่มองว่าเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันวางมาตรการป้องกัน โดยเฉพาะการขีดเส้นใต้ไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

ทั้งนี้ การดำเนินการหลังจากนี้จะเน้นความรวดเร็ว โปร่งใส และขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด